Humberger Menu

จากเคียดแค้น ถึงหลงใหล ทำไมคนเกาหลีใต้ชอบทำศัลยกรรมความงาม

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
เอกศาสตร์ สรรพช่าง
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • เกาหลีใต้นับว่าเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าของการทำ ‘ศัลยกรรมเพื่อความงาม’ มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในช่วงระหว่างปี 1997-2011 ถือว่ามีอัตราส่วนการเติบโตของธุรกิจศัลยกรรมความงามพุ่งขึ้นสูงสุด กล่าวคือมากถึง 197%
  • Korean Look หรือ ‘รูปลักษณ์แบบเกาหลี’ จะประกอบไปด้วยใบหน้าเล็กเรียว, ผิวขาวไร้ริ้วรอย และตาสีน้ำตาลกลมโต ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเบ้าหลอมค่านิยมความงามของสาวเกาหลีเลยก็ว่าได้
  • เมื่อเราขุดลึกลงไปในประวัติศาสตร์ชาติเกาหลี เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความ ‘อยากสวย’ แบบเดียวกับผู้หญิงส่วนมากในซีกโลกเหนือ แต่มีปัจจัยทางสังคมที่สามารถอธิบายได้ว่า อยู่ดีๆ ทำไมประเทศที่เคยแพ้สงครามและยากจนแห่งนี้ ถึงได้กลายเป็น ‘ศูนย์กลางความงามของเอเชีย’ ไปได้


“การดูถูกผู้หญิงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในเกาหลีใต้

และอุตสาหกรรมความงามยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก”  

คิม จี ยอน (24 ปี) 

ผู้นำกลุ่ม Escape The Corset ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามต่อมาตรฐานความงามแบบเกาหลี 

(ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ใน นิวยอร์ก ไทมส์ เมื่อปี 2018)  


เกาหลีใต้นับว่าเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าของการทำ ‘ศัลยกรรมเพื่อความงาม’ มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในช่วงระหว่างปี 1997-2011 ถือว่ามีอัตราส่วนการเติบโตของธุรกิจศัลยกรรมความงามพุ่งขึ้นสูงสุด กล่าวคือมากถึง 197% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน จนถึงขั้นรู้สึกว่า มันจะอะไรกันนักหนา ทำไมคนเกาหลีใต้ถึงอยากทำศัลยกรรมกันนัก

สำหรับเรื่องนี้ ผมเคยถามกับเพื่อนชาวเกาหลีทั้งชายและหญิงจนได้ความว่า เดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมเป็นเหมือน ‘พิธีกรรม’ สำหรับการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กเข้าสู่วัยสาว บางคนบอกว่าการไปทำศัลยกรรมตาสองชั้นให้ความรู้สึกพิเศษกว่าการไปนวดหน้าหรือการสปาผิวนิดๆ หน่อยๆ -- นั่นหมายความว่า สาวๆ เกาหลี มองเรื่องการศัลยกรรมเป็นเรื่องธรรมดา และบางคนถึงขึ้นมองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการให้ชีวิตในเมืองใหญ่ง่ายขึ้น  

ข้อมูลงานวิจัยของกัลลอป ที่เคยสำรวจคนในเกาหลีใต้ พบว่าปัจจุบันร้อยละ 20 ของคนเกาหลีใต้ในวัยทำงาน ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องการทำศัลยกรรม โดยหนึ่งในสามของผู้หญิงในเกาหลีใต้ในช่วงอายุ 19-29 ปีบอกว่า ตัวเองเคยทำศัลยกรรมพลาสติกมาแล้ว 

นี่จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจในเชิงวัฒนธรรมมากว่า ทำไมผู้หญิงเกาหลีใต้ ถึงได้หลงใหลการเล่นแร่แปรรูปร่างหน้าตาของตัวเองมากมายขนาดนี้

เมื่อเราขุดลึกลงไปในประวัติศาสตร์ชาติเกาหลี เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความ ‘อยากสวย’ แบบเดียวกับผู้หญิงส่วนมากในซีกโลกเหนือ แต่มีปัจจัยทางสังคมที่สามารถอธิบายได้ว่า อยู่ดีๆ ทำไมประเทศที่เคยแพ้สงครามและยากจนแห่งนี้ ถึงได้กลายเป็น ‘ศูนย์กลางความงามของเอเชีย’ ไปได้ 

ย้อนกลับไปเมื่อสักร้อยปีก่อนหน้านี้ เกาหลี (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ถูกแยกประเทศ) ตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว และมันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีนักสำหรับคนเกาหลี เพราะญี่ปุ่นปกครองด้วยความดุดัน ทำลายอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนเกาหลี ทั้งล้มล้างระบอบกษัตริย์, จับหญิงเกาหลีไปเป็นนางบำเรอ และบังคับใช้แรงงานประหนึ่งทาส ซึ่งแม้ว่าจะผ่านมานานมากแล้ว และมีการจ่ายค่าเยียวยากันตามสนธิสัญญาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เลวร้ายหมดไป และก็ไม่น่าเชื่อว่าความทรงจำครั้งนั้น จะส่งผลมาถึงค่านิยมเรื่องความสวยของคนเกาหลีด้วย

หลังจากได้รับเอกราช เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่สูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเอง ไร้ซึ่งสถาบันที่เป็นที่ยึดเหนี่ยว ระบบการเมืองพังทลาย และในช่วงเวลาแห่งความเคว้งคว้างว่างเปล่านี้เอง เมื่ออเมริกาได้เข้ามาดูแลเกาหลีใต้เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย จึงกลายเป็นว่าพวกเขาได้เข้ามาเป็นหลักยึดสำคัญของเกาหลี ณ เวลานั้นไปด้วย จนทำให้สำนึกเรื่อง ‘การปฏิเสธความเป็นเอเชีย’ เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เกาหลียึดเอาค่านิยมหลายๆ อย่างมาจากสหรัฐฯ รวมถึงบรรทัดฐานของความสวย ซึ่งส่วนหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความเจ็บช้ำที่ได้มาจากญี่ปุ่นนี่เอง ที่ทำให้พวกเขาไม่อยากได้อะไรที่ ‘เหมือนเอเชีย’ (หรือญี่ปุ่น) 

ผู้หญิงมองหาอัตลักษณ์ใหม่ที่จะลดทอนคุณค่าของเอเชีย และเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองลงไปในภาพลักษณ์ใหม่ -- นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำศัลยกรรมความงามในเกาหลีใต้

ศัลยกรรมความงามเริ่มได้รับความนิยมในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา โดยสิ่งแรกที่สาวๆ เกาหลีทำ คือการทำตาสองชั้น (Blepharoplasty) ซึ่งถูกทำให้เป็นที่แพร่หลายโดยศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน ดร.เดวิ มิลลาร์ด ที่คิดค้นสิ่งนี้ขึ้นเมื่อปี 1955 โดยการกรีดหนังตาด้านบนให้ดู ‘กลม’ มากขึ้น และเพิ่มชั้นผิวหนังเพื่อให้ดวงตาดู ‘ใหญ่’ จนทำให้เริ่มมีค่านิยมว่า ดวงตาที่เล็กหยีนั้น ‘ไม่น่าประทับใจ’ 

การทำตาสองชั้นเป็นที่นิยมมากในเกาหลีใต้ และจากนั้นมา ความนิยมในการทำศัลยกรรมก็เหมือนไฟลามทุ่ง เพราะไม่นานนักก็เริ่มมีการทำศัลยกรรมจมูก, การดูดไขมัน, การยกกระชับใบหน้าและรูปร่างเรื่อยมา จนถึงขั้นสุดของการทำศัลยกรรมใบหน้าคือ การทำหน้ารูปตัววี (V-Shape) ด้วยการตัดและเหลากระดูกกรามให้เล็กลง เพื่อเสริมให้ใบหน้าดูเรียวและสมส่วนขึ้น 

สิ่งนี้ได้กลายมาเป็น ‘สุดยอดปรารถนาแห่งความสวย’ ของผู้หญิงเกาหลีใต้ในปัจจุบัน 


ภาพเขียนผู้หญิงเกาหลีใต้ในศตวรรษที่ 14 ที่ชื่อ Portrait of a Woman  

 

ถ้าไปดูรูปของผู้หญิงเกาหลีที่วาดไว้ในศตวรรษที่ 14 หรือสมัยราชวงศ์โจซอน (Joseon) เราจะเห็นว่ารูปหน้าของคนเกาหลีในสมัยนั้น มีโครงเป็นสี่เหลี่ยม และมีกรามกว้าง มากกว่าจะเรียวยาวเหมือนคนตะวันตก

ลมใต้ปีกที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งที่ทำให้สังคมเกาหลีใต้ยอมรับเรื่องการศัลยกรรมคือการเติบโตของธุรกิจบันเทิงที่เรียกกันว่า ‘ฮัลยู’ (Hallyu) หรือ Korean Wave ซึ่งเริ่มต้นในปี 1999 และสามารถเพิ่ม GDP ของเกาหลีใต้ได้อย่างต่อเนื่องทุกปีจนกระทั่งถึงตอนนี้ ซึ่งหากวัดจากตัวเลขในปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่หนังอย่าง Old Boy ได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้สามารถทำรายได้คิดเป็น 0.2% ของ GDP ราว 58,590 ล้านบาท ก่อนที่ในปี 2019 จะกวาดรายได้จากอุตสาหกรรมบันเทิงมากถึง 381,300 ล้านบาท     

และนั่นก็ไม่แตกต่างจากการพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีใต้ ที่ได้พัฒนา Korean Look มาควบคู่กับ Korean Wave 

Korean Look หรือ ‘รูปลักษณ์แบบเกาหลี’ ที่ว่านี้ จะประกอบไปด้วยใบหน้าเล็กเรียว, ผิวขาวไร้ริ้วรอย และตาสีน้ำตาลกลมโต ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเบ้าหลอมค่านิยมความงามของสาวเกาหลีเลยก็ว่าได้ และนับจากความนิยมใบหน้าแบบตะวันตกเมื่อครั้งอดีต ปัจจุบัน เกาหลีใต้ก็สามารถสร้างมาตรฐานความสวยงามของพวกเขาขึ้นมาได้แล้ว


ภาพความงามในอุดมคติของผู้หญิงเกาหลีใต้ โดย Rhee et. 

 

บรรทัดฐานนี้วัดได้จากการสำรวจกัลลอปโพล เมื่อปี 2015 โดยให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบดูรูปผู้หญิงคนดังของเกาหลีใต้จำนวน 290 คน ซึ่ง 10 คนที่ถูกเลือกมามากที่สุด ล้วนมีพิมพ์นิยมอย่างที่ผมว่ามา 

ทว่าการคลั่งทำศัลยกรรมของคนเกาหลีก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะคนรุ่นตั้งแต่ เจเนอเรชั่น วาย เป็นต้นมา เริ่มตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ของความเป็นเกาหลีที่ถูกสร้างขึ้น เนื่องจากหลายคนถูกกดดันว่าต้องสวยตามบรรทัดฐานของสังคม ซึ่งสะท้อนว่าเกาหลียังเป็นสังคมที่มีความหลากหลายต่ำ และไม่สามารถยอมรับเชื้อชาติ, ศาสนา หรือความเชื่อที่แตกต่างจากตนได้มากนัก เป็นสังคมที่ยังให้ค่ากับผู้ชายและมองผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุ ทำให้ผู้หญิงเกาหลีต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ว่า หากพวกเธอไม่ได้เกิดมาสวย พวกเธอก็จะประสบความสำเร็จในเรื่องความสัมพันธ์ได้ยาก

ปัจจุบัน 30% ของผู้หญิงวัยรุ่นในเกาหลีใต้บอกว่า พวกเธอไม่ปฏิเสธการทำศัลยกรรม และยอมรับมันเสียด้วยซ้ำ บางครอบครัวเริ่มต้นให้ลูกสาวเริ่มทำศัลยกรรมตั้งแต่มัธยมปลาย และค่านิยมนี้ก็ลามไปถึงเพศชายด้วยเช่นกัน แต่นั่นก็ยังทำให้คนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ ยิ่งผู้หญิง (ไม่สวย) ที่ไม่ผ่านการศัลยกรรมด้วยแล้ว ก็ไม่ง่ายนักที่จะอยู่ในสังคมเมืองหลวง   

คนเกาหลียุคใหม่มักจะพูดถึงสิ่งนี้ด้วยการใช้คำว่า 외모지상주의 (Oe-mo-ji-sang-ju-ui) ที่ถูกบัญญัติขึ้นเมื่อปี 2003 และถูกบรรจุใน National Institute of Korean Language ซึ่งความหมายในภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงมากที่สุด ก็น่าจะหมายถึง Lookism หรือการเหยียดคนอื่นด้วยการตัดสินจากภายนอก โดยการเหยียดนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความนิยมของการทำศัลยกรรมพลาสติก

แรงกดดันที่วัยรุ่นเกาหลีต้องเผชิญอยู่ ไม่ใช่แค่การทำงานหนักเท่านั้น แต่พวกเธอยังต้องสวยตามแบบฉบับที่ถูกกำหนดไว้ และดูเหมือนการเปลี่ยนค่านิยมนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันเป็นปมที่ฝังลึกติดแน่นอยู่ในใจของคนเกาหลีใต้ ...ชนิดที่พวกเขาเองก็อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ 


อ้างอิง: Journals.sagepub.com, Utsynergyjournal.org, Ncbi.nlm.nih.gov (1, 2)


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
เอกศาสตร์ สรรพช่าง
อดีต Executive Editor ของ ELLE MEN Thailand ก่อนผันตัวเองมาทำงานด้าน Digital Content ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับธุรกิจความสวยความงาม และเชื่อว่า “หากคุณอยากรู้จักคนในประเทศนั้นๆ ว่ามีค่านิยมเป็นอย่างไร คุณแค่เดินไปที่เคาน์เตอร์ลิปสติก คุณก็จะสามารถรับรู้ถึงรสนิยมของพวกเขาได้”

Follow