Humberger Menu

ย้อนดูเหตุ 9/11 เมื่อ 20 ปีก่อน กระทบตลาดเงิน-ตลาดทุนมากแค่ไหน

creator
นลิศา เตชะศิริประภา
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • เหตุวินาศกรรม 9/11 ที่ไม่ได้สะเทือนขวัญเฉพาะชาวอเมริกัน แต่ยังกระทบจิตใจผู้คนไปทั่วโลก ใครจะคิดว่าในเช้าวันอังคารที่ 11 กันยายน 2001 จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ภายใต้การนำของ โอซามา บิน ลาเดน จี้เครื่องบินและขับพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์
  • มีการประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 มีมูลค่าสูงถึง 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • 1 สัปดาห์หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าตลาดหุ้นของสหรัฐฯ หายไปราว 1,400,000 ล้านดอลลาร์


นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วครบ 20 ปี กับเหตุวินาศกรรม 9/11 ที่ไม่ได้สะเทือนขวัญเฉพาะชาวอเมริกัน แต่ยังกระทบจิตใจผู้คนไปทั่วโลก

ใครจะคิดว่าในเช้าวันอังคารที่ 11 กันยายน 2001 ที่ผู้คนกำลังเดินขวักไขว่ เดินเข้าตึกไปทำงาน กำลังประชุม หรือแม้แต่สัญจรไปมาอย่างปกติเหมือนในทุกๆ วัน จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ภายใต้การนำของ โอซามา บิน ลาเดน จี้เครื่องบินและขับพุ่งชน ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ (World Trade Center) กลางมหานครนิวยอร์ก ที่เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางของสถาบันการเงิน ธุรกิจ เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเกี่ยวข้องกับตลาดอื่นทั่วโลก

เครื่องบินลำแรกบินพุ่งชนตึกทางด้านเหนือ อีกลำพุ่งชนทางด้านใต้ จนในที่สุดอาคารแฝดในชื่อเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ก็ถล่มลงมาเป็นซากปรักหักพังท่ามกลางสายตาผู้คน

ไม่เพียงแค่นั้น เครื่องบินอีกลำพุ่งโจมตีเพนตากอน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในรัฐเวอร์จิเนีย ส่งผลให้เหตุการณ์ในวันนั้นมีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 ราย และยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายและจิตใจ ส่งผลกระทบมายังปัจจุบัน แน่นอนว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นกลายมาเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจลืมเลือน ที่สำคัญยังสร้างผลกระทบต่อทั้งการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง 




มีการประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 มีมูลค่าสูงถึง 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งออกเป็น

  • ความเสียหายทางธุรกิจที่ต้องหยุดชะงัก 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • ความเสียหายของธุรกิจการบินที่เที่ยวเดินทางลดลง 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • ความเสียหายต่อการเดินทางท่องเที่ยวอื่นๆ  61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • ความเสียหายต่อกิจกรรมอีเวนต์ที่ถูกยกเลิก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(ประมาณการขึ้นอยู่กับระยะเวลาความเสียหายของแต่ละเซคเตอร์ บางกรณีความเสียหายอยู่ที่ 2-4 สัปดาห์ และบางกรณีนานถึง 2 ปี)

หากเจาะลึกลงไปเฉพาะตลาดเงินและตลาดทุน เหตุการณ์ครั้งนั้นกระทบหนักมากเช่นกัน เพราะไม่ได้มีแค่บริษัท สำนักงานต่างๆ ที่อยู่บนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ แต่ในเขตโลว์เออร์แมนฮัตตัน ของมหานครนิวยอร์ก เป็นศูนย์รวมของสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกไม่ว่าจะเป็น American Express, Citigroup, Morgan Stanley, Deutsche Bank, Goldman Sachs เป็นต้น รวมทั้งยังมีสำนักงานตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่อยู่ในย่านนี้ด้วยเช่นกัน 

แล้วกระทบกับตลาดเงินและตลาดทุนแค่ไหนอย่างไรบ้าง ตามไทยรัฐพลัสมาย้อนเหตุการณ์ไปด้วยกัน

มูลค่าตลาดหุ้นเสียหายระดับล้านล้านดอลลาร์

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อะไรจะรุนแรงแค่ไหน ‘ตลาดหุ้น’ ก็มักจะตอบสนองต่อความอ่อนไหวกับความกังวลต่างๆ รวดเร็วเสมอ ยิ่งมาเจอเหตุการณ์ตอนแปดโมงเช้าวันอังคารที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมระดับโลกแล้ว ตลาดหุ้นยิ่งอ่อนไหว โกลาหล และดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกาทั้งตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหุ้นแนสแด็ก (NASDAQ) ปิดทำการเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่ 11-16 กันยายน 2001 นับเป็นการปิดตัวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ โบรกเกอร์ต่างๆ จำนวนมากที่มีสำนักงานอยู่ในตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ก็ไม่สามารถทำงานได้

หลังจากตลาดหุ้นกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง (17 กันยายน) ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 684 จุด ลดลง 7.1 เปอร์เซ็นต์ เป็นสถิติการขาดทุนจากการซื้อขายในรอบ 1 วันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (ซึ่งไม่นับรวมความผันผวนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่กระทบมากกว่าและทำลายสถิติไปแล้ว) และ 1 สัปดาห์หลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ยังต้องพบกับความเสียหายอันมหาศาล เมื่อดัชนีดาวโจนส์เฉลี่ยปรับตัวลดลงมากกว่า 14 เปอร์เซ็นต์, ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 11.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนีแนสแด็ก ลดลง 16 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดหุ้นของสหรัฐหายไปราว 1,400,000 ล้านดอลลาร์

หุ้นสายการบิน-บริษัทประกันเจอแรงกระแทก

หลังจากที่ตลาดหุ้นกลับมาเปิดทำการวันแรก กลุ่มที่เจอกับแรงเทขายมากที่สุดคือหุ้นกลุ่มสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินที่ถูกจี้และนำไปใช้เป็นเครื่องบินก่อการร้าย หุ้นสายการบิน American Airlines ร่วงลงถึง 39 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสายการบิน United Airlines ร่วงลงมากกว่าถึง 42 เปอร์เซ็นต์ อีกกลุ่มคือหุ้นกลุ่มประกันภัย ที่บริษัทประกันต้องจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของบุคคลและทรัพย์สิน ที่มีรายงานระบุว่า บริษัทประกันต้องจ่ายค่าชดเชยราว 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเหตุการณ์ครั้งนี้ แม้จะเจอแรงเทขายแต่เป็นการเทขายในระยะสั้น ไม่กี่สัปดาห์ตลาดหุ้นก็กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดการก่อการร้ายขึ้น

ขณะเดียวกันก็ยังมีหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์ก่อการร้ายนี้ คือหุ้นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี กลุ่มบริษัทด้านการป้องกันผลิตอาวุธ ที่นักลงทุนคาดว่าจะได้แรงหนุนจากภาครัฐและการเตรียมตัวของประเทศในการทำสงครามต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย

ความไม่แน่นอนและความกังวลด้านการลงทุนที่ไม่อาจหมดไปโดยง่ายยังสะท้อนได้จากราคาทองคำในช่วงนั้นที่พุ่งขึ้นเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึงราคาก๊าซและน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีความกังวลว่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางจะถูกปรับลดลง แต่ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ราคาน้ำมันก็กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ก่อการร้ายในครั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูและให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปด้วยการให้เงินช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบิน ตลาดหลักทรัพย์ และผู้ประสบภัย ฯลฯ การคืนภาษี การลดดอกเบี้ย พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนเชื่อมั่นในความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ


ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง มัวแต่หมกมุ่นกับสงคราม

ไม่ได้กระทบแค่ตลาดหุ้นที่ต้องเจอความผันผวน แต่ค่าเงินดอลลาร์ ณ ตอนนั้น ก็โดนกระทบไม่น้อย เพราะการถูกโจมตีทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของตลาดในการดูดซับแรงกระแทก และโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติอาจลดการซื้อสินทรัพย์ รวมถึงลดการไหลเข้าของเงินทุนเข้าสู่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สองสัปดาห์หลังการโจมตี เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเงินยูโร และอ่อนค่าลง 3.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเงินเยน

ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์ลดลง ในช่วงปี 2002-2004 ตามข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งในนั้นคือประเด็นจากการที่สหรัฐฯ หมกมุ่นสงคราม เพราะหลังจากเกิดเหตุก่อการร้ายในครั้งนั้น ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็มีนโยบายด้านความมั่นคงที่แข็งกร้าว ออกปฏิบัติการทางทหารอย่างเฉียบขาดในอัฟกานิสถานและอิรัก ส่งผลให้ยอดขาดดุลงบประมาณเพิ่มมากขึ้น

เมื่อสหรัฐฯ เป็นเป้าในการก่อการร้าย เงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยที่สุดในโลกเสื่อมลง ทำให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากเงินดอลลาร์ไปยังสกุลเงินอื่นๆ รวมถึงทองคำ

ผ่านมาแล้ว 20 ปี ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังคงทิ้งร่องรอยจางๆ ไว้ในความทรงจำ ส่วนมหานครนิวยอร์กที่เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางของสถาบันการเงินโลกในตอนนั้น แม้จะโดนทำร้ายแต่ ณ ตอนนี้ ปี 2021 ก็ยังคงความมีอำนาจด้านการเงินโลกเหมือนเดิม.


อ้างอิง : nytimes, irp.fas.org, arabnews, yahoo, investopedia


 

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
นลิศา เตชะศิริประภา
กองบรรณาธิการสายเศรษฐกิจ ไทยรัฐพลัส

Follow