Humberger Menu

จีนจัดระเบียบวงการบันเทิง คาดสะเทือนธุรกิจ K-Pop ตลาดใหญ่หาย รายได้หด

creator
นลิศา เตชะศิริประภา
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • ช่วงที่ผ่านมาจีนจัดระเบียบครั้งใหญ่ไล่ตั้งแต่เช็คบิลบริษัทเทคโนโลยี จัดระเบียบเด็กและเยาวชน ไล่ไปจนถึงวงการบันเทิง ที่ไม่ได้แค่กระเทือนแค่ในประเทศอย่างเดียวเท่านั้น
  • การจัดระเบียบวงการบันเทิงที่ส่งผลต่อธุรกิจ K-pop แบบเต็มๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่หากจำกันได้ในปี 2016 จีนคว่ำบาตรเกาหลีมาแล้วรอบหนึ่ง เหตุจากการที่เกาหลีอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในประเทศ
  • ส่วนครั้งนี้แม้จะดูไม่ได้มีประเด็นอะไรให้น่ากระทบ แต่การควบคุมวงการบันเทิงของจีน ก็สะเทือนธุรกิจฝั่งเกาหลีไม่น้อยเช่นกัน

ช่วงที่ผ่านมาจีนจัดระเบียบครั้งใหญ่ไล่ตั้งแต่เช็กบิลบริษัทเทคโนโลยี จัดระเบียบเด็กและเยาวชน ไล่ไปจนถึงวงการบันเทิง

นโยบายควบคุมและจัดระเบียบอุตสาหกรรมบันเทิงของจีนครั้งใหญ่ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ได้แค่ส่งผลเฉพาะศิลปิน ดารา วงการบันเทิงของจีนเท่านั้น แต่การจัดระเบียบวงการบันเทิงของจีนส่งผลต่อธุรกิจ K-pop ของเกาหลีใต้แบบเต็มๆ 

นี่ไม่ใช่แค่ความสั่นสะเทือนครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่หากจำกันได้ในปี 2016 จีนคว่ำบาตรเกาหลีมาแล้วรอบหนึ่งจากการที่เกาหลีอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในประเทศ

ส่วนครั้งนี้การจัดระเบียบวงการบันเทิงของจีนจะส่งกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีมากแค่ไหน ลองมาดูกัน 

จีนแช่แข็งศิลปินเกาหลี เหตุจากภัยคุกคามความมั่นคง

ย้อนกลับปีช่วงเดือนตุลาคม 2016 อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีในประเทศจีนเรียกได้ว่า ‘ถูกแช่แข็ง’ เมื่อมีคำสั่งจากสำนักกิจการบริหารสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ (SAPPRFT) ห้ามศิลปินและนักแสดงเกาหลีคนใดทำกิจกรรมในจีน คอนเสิร์ตที่วางแผนคอนเฟิร์มวันที่จะจัดไว้ก็ถูกยกเลิกทั้งหมด รายการวาไรตี้ ซีรีส์ หรือโฆษณาก็ถูกเลื่อนออกอากาศไปแบบไม่มีกำหนด ห้ามซื้อลิขสิทธิ์รายการของเกาหลีมารีเมก และไม่อนุมัติให้มีรายการใหม่ใดๆ ที่มีดาราเกาหลีปรากฏอยู่ ส่วนซีรีส์ที่กำลังฉายอยู่ยังสามารถออกอากาศได้

แม้กระทั่งรายงานข่าวเกี่ยวกับดาราเกาหลี บทวิจารณ์ภาพยนตร์เกาหลีที่เคยมีอยู่ ก็หายไปจากสื่อจีนแผ่นดินใหญ่ แถมทางการจีนยังสั่งปรับเงิน 14,500 ดอลลาร์ กับบริษัทจีนที่ฝ่าฝืน พยายามจัดกิจกรรมใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาล

การคว่ำบาตรอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีในจีนครั้งนี้ แม้จะไม่ได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ และแม้แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นเหตุผลมาจากทางการเมืองและความมั่นคง เพราะเหตุการณ์นี้เกิดในเวลาไล่เลี่ยตามมาหลังจากที่เกาหลีใต้อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ Terminal High Altitude Area Defense หรือ THAAD ที่แม้จะติดตั้งเพื่อป้องกันภัยจากเกาหลีเหนือ แต่จีนกลับระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติจีน เพราะ THAAD อาจสามารถสอดแนมข้อมูลของจีนได้

หรือแม้แต่แฟนคลับชาวจีนเองที่ถึงจะชอบเกาหลีมากแค่ไหน แต่ความเห็นบนโซเชียลมีเดียที่เจอมาก็พร้อมสนับสนุนแนวทางการคว่ำบาตรเช่นกัน

 “ฉันเห็นด้วย ไม่ว่าเราจะชอบคุณมากแค่ไหน แต่คุณจะกลายเป็นศัตรูของเราเมื่อคุณต่อต้านจีน”, “แม้ว่าฉันจะเคยชอบละครและดาราเกาหลี แต่ฉันก็สนับสนุนการตัดสินใจนี้”

 นั่นเท่ากับว่า เพลงเกาหลี ศิลปินเกาหลี กำลังตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของความบาดหมางทางการเมืองระหว่างประเทศหรือไม่ ทั้งๆ ที่ความบันเทิงคือตัวประสานเชื่อมวัฒนธรรม และความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน

จีนคุมวงการบันเทิงครั้งนี้ สะเทือนวงการ K-pop อีกครั้ง 

การคว่ำบาตรเกาหลีในครั้งอดีตสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจเกาหลีใต้ระดับพันล้านดอลลาร์ ใช้เวลาราวปีกว่าๆ ในปี 2018 ก็เริ่มผ่อนคลายลง ภาพยนตร์เกาหลีเริ่มกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์จีนอีกครั้ง ขณะที่ดารานักแสดงเกาหลีก็พอจะเริ่มกลับมาทำกิจกรรมได้บ้าง

กลับมาที่ปัจจุบัน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ พรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังดำเนินการจัดระเบียบครั้งใหญ่ และควบคุมทางอุดมการณ์อย่างจริงจังในรอบหลายปี ไล่ตั้งแต่เช็กบิลบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบา, เทนเซนต์, ไบท์แดนซ์ ฯลฯ ในประเด็นการผูกขาด และเรื่องการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งการจัดระเบียบประชากรสังคม โดยปรับบางตอนของกฎหมายวางแผนครอบครัวและประชากร ด้วยการให้คู่สมรสทางกฎหมายมีบุตรได้สูงสุด 3 คน เพื่อพยายามแก้ปัญหาประชากรที่ลดน้อยลง

มีการจัดระเบียบเด็กและเยาวชน ทั้งห้ามเล่นเกมเกินวันละ 1 ชั่วโมง ออกประกาศห้ามสอบข้อเขียนกับเด็กอายุ 6-7 ปี ไล่ไปจนถึงสถาบันกวดวิชาที่ต้องการควบคุมปริมาณสถาบันกวดวิชาจากการแสวงหากำไรจากการเข้าไปจดทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ และต้องเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยจีนมองว่าสถาบันกวดวิชากำลังทำให้เกิดความเหลื่อมล่ำทางการศึกษาในวันที่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะเข้าถึงสถาบันกวดวิชาได้

ในเวลาเดียวกันนี้ มีการจัดระเบียบวงการบันเทิงครั้งใหญ่ ทั้งควบคุมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของดาราจีนที่อาจจะเป็นภัยคุกคาม โดยให้สถาบันกระจายเสียงและสื่อโทรทัศน์แบนรายการเรียลลิตี้โชว์บางประเภท เพราะมองว่าป๊อปคัลเจอร์ของทั้งในและต่างประเทศที่มีออกอากาศอยู่อาจครอบงำเยาวชนและชักจูงให้เดินไปในเส้นทางที่ไม่ควรได้ 

และมีการแบนการจัดชาร์ตความนิยมของศิลปินคนดัง จัดระเบียบ ‘ชายหน้าสวย’ ที่เป็นที่นิยมในประเทศแถบเอเชียชื่นชอบกัน เพราะรัฐบาลจีนมองว่า ชายหน้าสวยเหล่านี้เป็นความงามที่ผิดเพี้ยนที่อาจจะเป็นต้นแบบให้กับเยาวชน รวมทั้งจัดระเบียบวัฒนธรรมคลั่งไคล้ของกลุ่มแฟนคลับ หรือ ‘แฟนด้อม’ ของศิลปินต่างๆ ที่มักทำโปรเจกต์สนับสนุนศิลปิน ก็ต้องถูกตรวจสอบรายรับรายจ่ายเช่นกัน

3 ค่ายยักษ์ K-Pop ได้รับผลกระทบแค่ไหน

การจัดระเบียบวงการบันเทิงของรัฐบาลจีนส่งผลกระทบเต็มๆ กับวงการบันเทิง K-pop จากเกาหลีใต้ ที่จีนเป็นประเทศเบอร์ต้นๆ ในการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมความบันเทิงของเกาหลี สะท้อนได้จากการที่ค่ายบริษัทยักษ์ใหญ่ปั้นศิลปินเป็นยูนิตใหม่เพื่อนำไปเจาะในตลาดประเทศจีนโดยเฉพาะเช่น Super Junior M ที่ประกอบไปด้วย ฮันเกิง, ดงแฮ, ซีวอน, รยออุค, คยูฮยอน, ซองมิน และ อึนฮยอก, เฮนรี่ และ โจวมี่ EXO-M ที่ประกอบด้วย คริส, ลู่หาน, เทา, เลย์, ซิ่วหมิน และ เฉิน  WayV คุน, เตนล์, วินวิน, ลูคัส, เซียวจวิ้น, เฮนเดอรี่ และ หยางหยาง เป็นต้น ซึ่งแต่ละวงมีสมาชิกเป็นชาวจีนด้วย อีกทั้งในวงนั้นๆ ก็มีศิลปินชาวต่างชาติเพื่อตีตลาดประเทศในต่างประเทศเช่นเดียวกัน 

เมื่อดูตัวเลขยอดขาย-การส่งออกอัลบั้มของศิลปินเกาหลีไปต่างประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2021 พบว่า มียอดขายมากถึง 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.6 เท่าจากเดือนกรกฎาคมของปี 2020 ในจำนวนนี้มาจากประเทศจีนถึง 8.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 1 ใน 3 แต่การจัดระเบียบครั้งนี้ Hi Investment และบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนแห่งอื่นๆ มองว่า ในอนาคตต่อไปการควบคุมวงการบันเทิงของจีนจะฉุดยอดขายอัลบั้มเพลงเกาหลีในต่างประเทศอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน หลังจากที่จีนประกาศจัดระเบียบวงการบันเทิงได้หนึ่งวัน หุ้นของ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ก็ร่วงไปตามๆ กัน YG ลดลง 2.54 เปอร์เซ็นต์ SM ลดลง 1.94 เปอร์เซ็นต์ และ JYP 1.57 เปอร์เซ็นต์

 แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วของวงการบันเทิงจีนตอนนี้คือการที่ทางการจีนไล่ลบบัญชีโซเชียลมีเดีย Weibo กว่า 20 บัญชีแฟนคลับศิลปินเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น BTS, Blackpink, EXO โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม  

ขนาดที่กลุ่มแฟนคลับของลิซ่าในจีนที่ใช้ชื่อว่า LisaBar ยังต้องออกมาโพสต์ถึงการที่ไม่สามารถสนับสนุนลิซ่าด้วยการสั่งซื้ออัลบั้มเดี่ยวของลิซ่าได้

 “ตอนที่เราเขียนข้อความนี้ เราต้องขอโทษที่ต้องมาแจ้งทุกคนว่า เราอาจจะไม่สามารถสั่งอัลบั้มของลิซ่าได้ตามที่เราคาดไว้ เพราะตามที่ทุกคนทราบดีถึงอุปสรรคที่มาแบบไม่คาดฝันจากการคุมเข้มแฟนคลับ” ข้อความจาก LisaBar 

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยืนยันว่าการจัดระเบียบสังคมในครั้งนี้ไม่กระทบต่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนและประเทศอื่นๆ แต่คงต้องจับตาดูต่อไปว่าการจัดระเบียบวงการบันเทิงครั้งใหญ่ ทั้งฝั่งศิลปินและแฟนคลับของจีนในครั้งนี้จะมีทิศทางไปแบบไหน 

หรือการที่จีนออกมาจัดระเบียบในครั้งนี้ แค่ไม่อยากให้มีใครมามีอำนาจชี้นำเกินหน้าเกินตารัฐบาล หลังจากที่ดาราและศิลปินเกาหลีเข้ามามีอิทธิพลต่อกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่มากกว่า แค่นั้นเอง


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:  cnbc, koreatimes, theguardian, scmp, bbc

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
นลิศา เตชะศิริประภา
กองบรรณาธิการสายเศรษฐกิจ ไทยรัฐพลัส

Follow