Humberger Menu

NFT บูมในไทย จะเป็นแค่กระแส หรืออยู่ยาว?

creator
JaizJaizJaiz
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งาน NFT ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเติบโตของอุตสาหกรรม NFT ในไทยถือว่าเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีผู้ผลิตผลงานศิลปะได้นำผลงานของตัวเองไปสร้างเป็น NFT เป็นจำนวนมาก
  • เราอาจจะเคยเห็นว่าอะไรที่มันบูมมากๆ ก็มักจะเป็นกระแสอยู่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ในบ้านเรามีหลายๆ อย่างที่เป็นแบบนั้นจนกลายเป็นภาพจำไปแล้ว ซึ่ง NFT ก็อาจจะถูกมองไปในทำนองคล้ายกัน
  • แล้ว NFT จะบูมอยู่แค่ช่วงสั้นๆ เหมือนอย่างอื่นไหม หรือจะอยู่ต่อไปอีกยาวๆ? จากการมองปัจจัยหลายๆ อย่าง ผู้เขียนคิดว่า มันไม่ใช่แค่กระแสที่มาไวไปไวเพียงชั่ววูบแน่ๆ


ปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้งาน NFT ในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก สามารถสังเกตได้จากตัวเลขของกลุ่มผู้ใช้งานที่รวมตัวกันในกรุ๊ปในเฟซบุ๊ก หรือที่เปิดเป็นแฟนเพจ หลายสิบกรุ๊ป หลายสิบเพจ บ้างก็มีสมาชิกหลักพันคน หลักหมื่นคน จนไปถึงเป็นแสนคนเลยก็มี

การเติบโตของอุตสาหกรรม NFT ในไทยถือว่าเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ผลิตผลงานศิลปะนำผลงานของตัวเองไปสร้างเป็น NFT เป็นจำนวนมาก บ้างก็อาจคาดหวังจะสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ บางคนอาจใช้วิธีนี้เป็นการหารายได้หลักเหมือนเป็นอาชีพประจำเลยก็ได้ หรือบางคนอาจจะแค่อยากนำผลงานขึ้นไปไว้บนออนไลน์กับใครเขาบ้าง 

จะด้วยเป้าหมายหรือความคาดหวังใดๆ ก็ตาม การเข้าสู่วงการ NFT นี้มีโอกาสอยู่จริง คนสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบต่างๆ สามารถนำผลงานของตัวเองไปขายจนเกิดเป็นรายได้มหาศาลเชียวล่ะ

Non-Fungible Token (NFT) คือ Token รูปแบบหนึ่งที่มีความสามารถเฉพาะตัวคือ มันไม่สามารถถูกทำซ้ำหรือคัดลอกได้ เป็นเหรียญดิจิทัลที่ตรึง ‘ผลงาน’ ไว้กับ ‘Token’ นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบภาพวาด ภาพการ์ตูน เพลง คลิปวิดีโอ การ์ดสะสม ไอเทมในเกม หรืออื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน แล้วแต่ใครจะสร้างสรรค์ผลงานใดๆ ออกมา

NFT นั้นเป็นผลงานดิจิทัลในรูปแบบ ‘สินทรัพย์เหรียญดิจิทัล’ ที่อยู่บนโลกออนไลน์บนระบบบล็อกเชน  (Blockchain) โดยมีเงื่อนไขเฉพาะตัวคือ จะไม่มีสิ่งใดมาทดแทนผลงานชิ้นนั้นได้และเป็นผลงานดิจิทัลที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลกเท่านั้น 

ด้วยความที่มันจะเป็นผลงานที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ ผู้ผลิตจึงสามารถอ้างสิทธิ์ในการครอบครองได้อย่างเต็มที่ ถ้ามันถูกก๊อบปี้ หรือทำสำเนาไปโผล่ที่อื่น เราก็สามารถตรวจสอบได้ทันที เพราะความสามารถเฉพาะตัวของเจ้า NFT ที่สามารถระบุได้ว่าเราสร้างเมื่อไหร่ เราเสนอขายไปให้ใครแล้วบ้าง มันจะเป็นตัวยืนยันได้ ไม่แน่ใจว่าจะถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีความได้แล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คือ หากมันเป็นผลงานของเรา เราสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ครอบครองนั้นซื้อไปจากเราจริงๆ หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ก็ตีแผ่ให้สังคมรับรู้กันได้เลย  

ปัจจุบันตัวเลขของตลาด NFT ทั่วโลก (เฉพาะแค่ครึ่งแรกของปี 2021) สร้างรายได้ไปแล้วกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 80,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมของปี 2019 ทั้งปีถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

ตลาดซื้อขาย NFT ที่คนไทยนิยมใช้กันหลักๆ ก็เป็นแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง OpenSea, Rarible, Nifty Gateway, SuperRare, Foundation, Enjin Marketplace นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแพลตฟอร์มให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็มีข้อจำกัด ข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเจ้าของผลงานที่จะเลือกใช้ นี่ยังไม่รวมถึงแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ของเจ้าตลาดสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Binance ที่กำลังจะเปิดระบบเพิ่มเติมสำหรับการซื้อขาย NFT ด้วย  

หากพูดถึงกระแสของ NFT ในไทย เราอาจจะเคยเห็นว่าอะไรที่มันบูมมากๆ ก็มักจะเบ่งบานอยู่แค่ในเวลาสั้น ซึ่งในบ้านเรามีหลายๆ อย่างที่เป็นแบบนั้นจนกลายเป็นภาพจำไปแล้ว ซึ่ง NFT ก็อาจจะถูกมองไปในทำนองคล้ายกัน  

แต่สำหรับ NFT น่าจะต่างออกไป เพราะเจ้า NFT หรือ Non-Fungible Token มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลและอุตสาหกรรมบล็อกเชน ที่น่าจะเป็น ‘อนาคต’ ของโลก 


 

ความนิยมของ NFT ในตอนนี้ไม่ได้เพียงแค่ในไทย แต่มันบูมต่อเนื่องมาก่อนแล้วจากทางยุโรปและอเมริกา ทั้งการที่คนดังต่างก็มาเข้าร่วมในอุตสาหกรรมโดยการนำผลงานศิลปะส่วนตัวออกมาวางขายและเปิดประมูล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ และน่าจะพอร้องอ๋อกันอยู่บ้างก็น่าจะเป็นนักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง สนูปด็อกก์ (Snoop Dogg) และ อีมิเน็ม (Eminem) ดีเจตัวเทพอย่าง สตีฟ อาโอกิ (Steve Aoki) เซเลบตัวแม่อย่าง ปารีส ฮิลตัน (Paris Hilton) นักแสดงชื่อดัง ลินด์เซย์ โลฮาน (Lindsay Lohan) หรือแม้แต่นักสเกตบอร์ดชื่อดังก้องโลกอย่าง โทนี่ ฮอว์ก (Tony Hawk) 

ผลงานที่เหล่าคนดังแต่ละคนนำออกมาขาย ออกมาประมูลบนตลาด NFT นั้นเปิดประมูลกันในราคาชิ้นละหลายหมื่นไปจนถึงหลายแสนเหรียญสหรัฐ สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้อย่างมหาศาลจากผลงานศิลปะที่เอามาสร้างเป็น NFT จนผู้ผลิตสื่อยักษ์หลายๆ เจ้าก็ให้ความสนใจและเริ่มก้าวขาลงมาในตลาดนี้แล้วเช่นกันอย่าง Marvel Studios และ DC Comics สองยักษ์ที่สร้างตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่โด่งดังไปทั่วโลก

ย้อนกลับมาในไทยก็มีศิลปินชื่อดังหลายๆ คนก้าวเข้ามาวงการ NFT แล้วเช่นกัน อย่าง ติ๊ก ชีโร่, ยังโอม, น้าเน็ก หรือแม้แต่นักแสดงชื่อดังอย่างแต้ว ณฐพร ก็เตรียมจะเปิดขายผลงาน NFT ด้วยเช่นกัน ผ่านแพลตฟอร์ม NFT1 ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ 

ผลงาน NFT ที่กำลังเป็นกระแสในไทยนั้นมีหลายแขนงมากๆ ทั้งภาพวาด, ภาพ 3 มิติ, คลิปวิดีโอสั้น หรือแม้แต่งานคาแรกเตอร์ดีไซน์แบบเป็นคอลเลกชัน ก็มีขายกันเพียบ และยังไม่มีทีท่าว่ากระแสนี้จะเงียบลงแต่อย่างใด เหล่าศิลปิน นักวาดภาพ และผู้สร้างศิลปะทุกแขนงเองก็เริ่มหันมาสนใจกันอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นกลุ่มก้อน เป็นสังคมที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายๆ คนที่มีทักษะมาก่อนก็ออกมาแนะนำและถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ NFT ให้กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี 

ยกตัวอย่างคนที่เปิดตัวผลงาน NFT มาแล้วหลายคอลเลกชันก็คือ ‘เดอะ ดวง’ (The Duang) ก็น่าจะเป็นคนที่สร้างรายได้จาก NFT อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมคนหนึ่ง เห็นว่าล่าสุด การออกแบบผลงานคาแรกเตอร์ดีไซน์ของเขาก็กวาดเงินไปหลาย Ethereum (ETH) เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังเห็นผลงานของเขาที่ขายไปบางชิ้นมี bid หรือราคาเสนอซื้อต่อสูงถึง 7.7 ETH หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 8 แสนบาทเลยทีเดียว (มูลค่าเหรียญ ณ เวลาที่เขียนบทความ) 

โลกของ NFT ไม่ได้มีแค่งานศิลปะ แต่ NFT ยังสามารถนำไปใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกเพียบ ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมกีฬา ทีมฟุตบอลระดับโลกหลายๆ ทีม ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ยูเวนตุส, บาร์เซโลนา ก็เริ่มเอาสินทรัพย์ของสโมสร อย่างเช่น รูปนักกีฬาของสโมสรมาสร้างมูลค่าเพิ่มจาก NFT แล้วเช่นกัน หรือแม้กระทั่ง NBA ลีกบาสเกตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่นำเอาช่วงเวลาเท่ๆ มาทำวิดีโอไฮไลต์สั้นๆ และสร้างเป็น NFT ขายกันสนั่นตลาด โซลด์เอาต์ทุกคอลเลกชันภายในไม่กี่วินาที 

และที่เห็นได้ชัดว่ากำลังมาแรงอย่างมากในตอนนี้ก็คือ อุตสาหกรรมเกม ใช่แล้ว เกมออนไลน์ที่เราเล่นกันทั่วไปนี่แหละ ตอนนี้มีเกมออนไลน์ที่ใช้ NFT เป็นตัวสร้างมูลค่าให้กับเกม และสร้างรายได้ให้กับผู้เล่นได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น Axie Infinity เกมที่ให้เราสร้างทีมจาก 3 ตัวละครสัตว์ประหลาดสุดน่ารัก ด้วยการฟักไข่ของพวกมัน เลี้ยงให้โต และนำไปต่อสู้กัน ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็เป็น NFT ทั้งสิ้น สามารถซื้อขาย สร้างมูลค่ากันได้ต่างๆ นานา หรือเกมอย่าง MIR4 ซึ่งเป็นเกมแนว Open World คล้ายๆ กับเกม Ragnarok ที่จะให้เราสร้างตัวละคร เก็บเลเวล หาของ เพื่อไปขุดแร่ แล้วนำแร่ไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งสามารถเอามาซื้อขายกันได้จริงๆ เช่นกัน 



เราลองมามองในมุมของผู้ซื้อ คนที่ซื้อก็ซื้อเพราะเห็นคุณค่าบางอย่าง อาจจะเป็นคุณค่าทางใจ หรือมูลค่าราคาที่จะเก็งกำไรได้ในอนาคต ขณะที่คนอีกมากมายมีคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของ NFT ว่ามันมีคุณค่าและมูลค่าอยู่จริงหรือไม่? 

อยากชวนมองกันที่ว่า ในเมื่อมันคือผลงานศิลปะที่ผู้ซื้อซื้อด้วยความพึงพอใจ รู้สึกว่ามีคุณค่าทางใจ ไม่ต่างจากผลงานศิลปะที่เป็นชิ้นเป็นอัน จับต้องได้ เพียงแค่มันจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบดิจิทัล อยู่ในระบบบล็อกเชน นอกจากนั้น ศิลปินบางคนก็แถมผลงานแบบที่จับต้องได้จริงๆ ให้ผู้ซื้อ NFT ด้วยก็มี เช่นรุ่นพี่คนหนึ่งของผู้เขียนก็สร้างผลงานเป็น NFT ไว้ ซึ่งผลงานภาพที่ขายได้ชิ้นนั้นๆ จะถูกนำไปทำเป็นฝาถังน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson รุ่นหนึ่งจริงๆ แล้วส่งไปให้ผู้ซื้อ NFT ชิ้นนั้น ก็นับเป็นการสร้างมูลค่าได้อีกทางหนึ่ง และอาจจะทำให้ผลงานชิ้นนั้นๆ มีราคาขั้นต่ำในการเปิดขายหรือเปิดประมูลสูงขึ้นไปได้ด้วย 

หรือหากจะมองเรื่องการลงทุนใน NFT ก็มีบางคนที่มีหัวทั้งด้านศิลปะและการลงทุน ซึ่งพอเขาจับเทรนด์ได้ว่าผลงานศิลปะชนิดใด แบบใด กำลังเป็นที่นิยม เขาก็ไปหาซื้อมาเก็บสะสมรวบรวมไว้ แล้วนำมาเปิดขายทำกำไร ส่วนใหญ่การลงทุนใน NFT จะลงทุนใน NFT Games ซะมากกว่า ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม NFT ที่กำลังมาแรง และมูลค่าในตอนนี้สูงจนผู้เล่นหน้าใหม่ที่เงินทุนยังน้อยนั้นอาจจะจับต้องไม่ได้แล้ว

มุมมองที่ผู้คนมีต่อ NFT คงมีหลากหลายความคิดเห็นแตกต่างกันไป แต่มุมมองของผู้เขียนคิดว่า การซื้อ-ขาย NFT ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวลนัก เหตุผลก็คือตลาด NFT ส่วนใหญ่ที่คนไทยนิยมเข้าไปวางขายผลงานกันก็เป็นตลาดระดับ world wide ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเห็นผลงานได้ง่ายกว่าการขายผลงานในอดีตไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า 

เมื่อผลงานศิลปะในรูปแบบ NFT นั้นเข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก บวกกับการที่ในต่างประเทศให้คุณค่าและมูลค่ากับงานศิลปะมากกว่าในบ้านเรามาก ดังนั้นการขายผลงานในรูปแบบ NFT จึงมีโอกาสขายได้สูง ถ้าผลงานของคุณโดดเด่นและมีสไตล์ชัดเจนพอ 

จากการที่ผู้เขียนได้เข้าไปเยี่ยมชมในกลุ่มชุมชนผู้ขายผลงานอยู่บ่อยๆ ก็ได้เห็นว่าผลงานหลายๆ ชิ้นงานของคนไทยถูกซื้อไปโดยคนไทยด้วยกันนี่แหละ ถือว่าตลาด NFT ในเมืองไทยมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งค่อนข้างสอดคล้องกัน และเดินไปในทิศทางที่ดีเลยทีเดียว

ที่ยกตัวอย่างและร่ายยาวมานี้เป็นเพียง ‘ส่วนเล็กๆ’ ของโลก NFT เท่านั้น ยังมีผลงานศิลปะอีกหลายแบบ ปัจจัยอีกหลายอย่างที่จะทำให้คนหันมาสนใจ และทำให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อีก ทั้งในแง่ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือในแง่มูลค่าของตัวผลงานเองที่ในอนาคตอาจจะกลายเป็นของสะสมที่ประเมินค่าไม่ได้ก็ได้ 

หากจะมองคาดการณ์กันว่าความนิยม NFT ในไทยเป็นแค่กระแสหรือจะอยู่ยาว ผู้เขียนมองว่า มันไม่ใช่แค่กระแสที่มาไวไปไวเพียงชั่ววูบแน่ๆ 


อ้างอิง: theconversation.com

หมายเหตุ: ภาพทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ในต่างประเทศ

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
JaizJaizJaiz
เด็กอ้วนที่ใช้คริปโตเคอเรนซีเป็นเงินออม เป็นมือกลองวง Pistols99 และมี IU กับ Baek Yerin เป็นที่รัก

Follow