Humberger Menu

แนวคิด ‘FIRE’ รีบหาเงิน รีบเกษียณ ไม่ฝากชีวิตไว้กับเงินเดือนจากงานประจำ กำลังแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่น

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
กองบรรณาธิการ
LineCopy

LATEST

+
5 ทศวรรษ ‘ไทยยูเนี่ยน’ จาก SME ไทยเติบใหญ่จนเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
Summary
  • เมื่อคนหนุ่มสาวจำนวนมาก มองไม่ค่อยเห็นอนาคตที่ดีของตัวเองยามแก่เฒ่า เกิดความกังวลว่าแก่ตัวไปจะยากจน เงินเดือนไม่ขึ้น หรือว่าต้องตกงาน จึงทำให้วิธีคิดที่เรียกกันว่า FIRE (Financial Independence, Retire Early) หรืออิสรภาพทางการเงิน และการเกษียณอายุเร็วขึ้น เริ่มได้รับความนิยมในญี่ปุ่น
  • ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสังคมการทำงานของญี่ปุ่น ที่พนักงานบริษัทที่ต้องทำงานไปตลอดชีวิต และความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการเกษียณอายุของบริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่น


ไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนังสือเล่มหนึ่งที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่นคือหนังสือที่ว่าด้วย ‘อิสรภาพทางการเงินเพื่อการเกษียณที่เร็วขึ้น’ เพื่อให้ผู้คนได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการนอกเหนือจากกรอบการทำงาน ตามแนวคิด ‘FIRE’ ย่อมาจาก Financial Independence, Retire Early โดยแนวคิดนี้มีต้นกำเนิดจากข้อเสนอของวิกกี้ โรบิน (Vicki Robin) และโจ โดมินเกวซ (Joe Dominguez) ปรากฏอยู่ในหนังสือขายดีชื่อ Your Money or Your Life ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1992 

แนวคิด FIRE แพร่หลายอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวมิลเลนเนียลญี่ปุ่น เป็นการออกจากกรอบแนวคิดหลักที่ว่า ‘เมื่อมีอายุถึงจุดหนึ่งก็ต้องเกษียณ’ แต่เปลี่ยนเป็น ‘การเกษียณไม่ได้ถูกกำหนดโดยอายุ แต่กำหนดด้วยตัวเลขทางการเงินต่างหาก’ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คนที่ต้องการเดินตามแนวคิด FIRE ต้องประหยัดและเก็บเงินให้ได้มากที่สุด รวมถึงต้องนำเงินไปลงทุนให้งอกเงย เพื่อจะได้ใช้ชีวิตแบบไม่เป็นหนี้ตอนแก่  

การวางแผนทางการเงินตามแนวคิด FIRE มักเริ่มจากการคำนวณเงินที่ต้องการในอนาคตตามกฎ 4 เปอร์เซ็นต์ คือ เมื่อเกษียณแล้วจะสามารถนำเงินเก็บออกมาใช้ได้ 4 เปอร์เซ็นต์ต่อปีโดยเงินไม่หมด ควบคู่กับการยึดหลักว่า ควรจะมีเงินเก็บ 25 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อปีในปัจจุบัน ทำได้โดยการคำนวณค่าใช้จ่ายแต่ละปี แยกออกจากเงินเก็บและภาษี แล้วค่อยวางแผนหารายได้ให้เพียงพอโดยไม่ต้องทำงาน 

แนวคิด FIRE เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ตอนนี้กำลังได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานตลอดชีวิต และสาเหตุที่ FIRE ถูกพูดถึงมากขึ้น คาดว่าเป็นเพราะคนหนุ่มสาววัยทำงานไม่รู้สึกถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เติบโตช้ามากว่า 30 ปี รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 และแนวคิด FIRE กระตุ้นให้คนมองเห็นโอกาสออกจากการเป็นหนูในสายพาน

คนหนุ่มสาวจำนวนมาก มองไม่ค่อยเห็นอนาคตที่ดีของตัวเองยามแก่เฒ่า เกิดความกังวลว่าแก่ตัวไปจะยากจน เงินเดือนไม่ขึ้น หรือว่าต้องตกงาน นอกจากนี้ ในงานเสวนาที่จัดโดยผู้ให้บริการทางการเงินรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ถ้าสามีภรรยาคู่หนึ่งมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 95 ปี หรือมีเวลา 30 ปีหลังจากเกษียณ ต้องใช้เงินอย่างต่ำ 20 ล้านเยน ตัวเลขนี้มากกว่าเงินสวัสดิการที่จะได้รับจากรัฐบาล 

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่ยืนยันตัวเลขดังกล่าว แต่ประเด็นเรื่องจำนวนเงินที่ควรมีในช่วงเกษียณทำให้ผู้คนเริ่มกังวล และคิดว่าจะต้องเตรียมตัวทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม 

ขณะเดียวกัน ในเดือนเมษายน 2021 รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎหมายหลายฉบับ อนุญาตให้ลูกจ้างทำงานได้จนถึงอายุ 70 ปี เพราะญี่ปุ่นกำลังหาทางเพิ่มประชากรวัยทำงาน เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนทางสวัสดิการสังคมในยุคที่คนมีอายุยืนถึง 100 ปี

ยุอิคิ โฮทากะ เขียนหนังสือเล่าประสบการณ์การมีอิสรภาพทางการเงินภายในอายุ 30 ปี โฮทากะลาออกจากงานประจำในบริษัทมิตซูบิชิในปี 2019 ควบคู่ไปกับการลงทุนในตลาดหุ้น ทำให้เขามีเงินเก็บประมาณ 637,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21.4 ล้านบาท ตอนนี้จึงสามารถใช้ชีวิตตามต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินอีกต่อไป หนังสือของโฮทากะกลายเป็นหนังสือขายดี ต่อยอดรายได้ขึ้นไปอีก จนตอนนี้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท 

มีผู้เขียนหนังสือทำนองเดียวกันอีกคนเล่าว่า เขาลาออกจากงานที่ทำมา 25 ปี หลังจากมีทรัพย์สินราว 30 ล้านบาท เริ่มซื้อหุ้นตั้งแต่อายุ 25 ปี จนเข้าสู่วัย 47 ปี เขามีรายได้จากหุ้นประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน คู่กับการเขียนหนังสือและทำบล็อกเล่าประสบการณ์ 

เหตุผลที่กระตุ้นให้คนคนนี้รู้สึกว่าต้องเร่งหารายได้มากขึ้น เกิดขึ้นตอนเป็นพนักงานบริษัท เมื่อบริษัทประกาศเรื่องระบบเกษียณ เตรียมตัดเงินเดือนพนักงานลง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออายุ 55 ปี แต่พนักงานยังต้องทำงานมากขึ้น เขาจึงคิดหาทางลงทุนทางอื่นแทนการรอขึ้นเงินเดือนอย่างเดียว 

รัฐบาลญี่ปุ่นก็มองเห็นประเด็นนี้เช่นกัน เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้หลายคนหันมาลงทุนมากกว่าใช้วิธีออมเงิน จึงเริ่มออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวกับการเกษียณ เช่น แผนบำนาญ

ใช่ว่าแนวคิดนี้ FIRE หรือการลาออกมาลงทุนแทนการรอรับเงินเดือนจะเหมาะสำหรับทุกคน การจะมีอิสรภาพทางการเงินได้นั้นต้องมีเงินเก็บพอเหลือพอใช้ก่อน แต่ในชีวิตจริงมีโอกาสหรือเหตุการณ์มากมายที่ทำให้ต้องใช้เงินโดยไม่คาดคิดเสมอ เช่น ปัญหาสุขภาพ การเปลี่ยนงาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในตอนนี้อย่าง โรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้หลายคนที่พึ่งพิงรายได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือปล่อยห้องเช่าตามแพลตฟอร์มต่างๆ Airbnb ต้องพิจารณาเรื่องนี้เสียใหม่ จนทำให้มีผู้คาดว่า ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ไลฟ์สไตล์ตามแนวคิด FIRE ถดถอยลงไปพอสมควร 



อ้างอิง

japantimes.co.jp

edition.cnn

nytimes.com


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐพลัส

Follow