Humberger Menu

‘กินเจ’ ปีนี้เงียบเหงา เงินสะพัดต่ำสุดในรอบหลายปี การจับจ่ายอาจจะมากเฉพาะในห้าง

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
กองบรรณาธิการ
LineCopy

LATEST

+
5 ทศวรรษ ‘ไทยยูเนี่ยน’ จาก SME ไทยเติบใหญ่จนเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
Summary
  • เนื่องด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ทำให้ต้องเว้นระยะห่าง ต้องระวังตัว และยังส่งผลให้ประชาชนใช้เงินอย่างระมัดระวังมากกว่าภาวะปกติ ทำให้บรรยากาศเทศกาลกินเจปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา
  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าเทศกาลกินเจปีนี้จะมีเงินสะพัดราว 40,147 ล้านบาท ลดลง 14.5 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 14 ปี ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า คนกรุงเทพฯ จะใช้จ่ายเงินตลอดช่วงเทศกาล 3,600 ล้านบาท ลดลง 8.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีที่แล้ว
  • ไทยรัฐพลัสตั้งข้อสังเกตว่า การจับจ่ายซื้อหาอาหารเจส่วนใหญ่น่าจะเกิดขึ้นมากในศูนย์การค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตที่จัดงานเทศกาลกินเจ


เทศกาลกินเจปีที่แล้วก็ว่าไม่คึกคักแล้ว แต่เทศกาลกินเจปีนี้เงียบเหงากว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายๆ พื้นที่ที่เคยจัดเทศกาลกินเจใหญ่โตต้องงดจัดงาน และผู้คนระมัดระวังตัวในการออกไปนอกบ้านมากขึ้น บวกกับความบอบช้ำจากโควิด-19 ได้รับผลกระทบด้านรายได้กันส่วนหนึ่ง กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นดี จึงมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย ความมั่นใจที่จะใช้เงินไม่มากอย่างแต่ก่อน  

เมื่อสถานการณ์ไม่เอื้อต่อการออกไปจับจ่ายและกินอาหารนอกบ้าน บรรยากาศโดยรวมไม่มีอะไรเป็นใจ จึงทำให้เจปีนี้ไม่คึกคักเหมือนเคย มีการคาดการณ์ว่า เทศกาลกินเจปีนี้จะเป็นปีที่เงินสะพัดต่ำที่สุดในรอบสิบกว่าปี 


ตลาดสดบรรยากาศเงียบเหงา

หนึ่งวันก่อนจะเข้าสู่เทศกาลกินเจ ช่างภาพของไทยรัฐออนไลน์ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่เพื่อสำรวจบรรยากาศการจับจ่ายซื้อหาอาหาร ได้ฟังเสียงสะท้อนจากบรรดาผู้ค้าในตลาดที่บอกเล่าว่า บรรยากาศปีนี้ค่อนข้างซบเซา อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ซื้อไม่กล้าใช้จ่าย อีกทั้งปีนี้ราคาผักสดแพงขึ้นเท่าตัว เพราะด้วยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูกทำการเกษตรหลายจังหวัดส่งผลให้ราคาผักสูงขึ้น 

ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารบอกว่าปีนี้หลายคนไม่กล้าเสี่ยงที่จะออกบูธขายอาหาร เพราะลงทุนไปแล้วได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น จึงทำให้ร้านค้าที่ออกบูธขายอาหารเจค่อนข้างบางตากว่าปีก่อนๆ

 


คาดทั่วประเทศเงินสะพัด 40,147 ล้าน ต่ำสุดในรอบ 14 ปี

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ ทั่วประเทศจะมีเงินสะพัดราว 40,147 ล้านบาท ลดลง 14.5 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่แล้วที่มีเงินสะพัด 46,967 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 

ตัวเลขคาดการณ์นี้คาดการณ์เทียบเคียงจากการสำรวจ ‘พฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ และความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน’ โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,208 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26-29 กันยายน 2564 

ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 60.9 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า “จะไม่กินเจ” ในช่วงเทศกาลกินเจ โดยบอกเหตุผล 3 อันดับแรกคือ เศรษฐกิจไม่ดี (30.2 เปอร์เซ็นต์), ไม่ตั้งใจจะกิน (25.6 เปอร์เซ็นต์) และที่บ้านไม่มีใครกิน (16.3 เปอร์เซ็นต์) ส่วนอีก 39.1 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า “จะกินเจ” เหตุผล 3 อันดับแรกคือ กินเฉพาะเทศกาล (18.0 เปอร์เซ็นต์), ตั้งใจทำบุญ (15.7 เปอร์เซ็นต์) และกินตามคนที่บ้าน หรือคนรอบข้าง (15.0 เปอร์เซ็นต์) 

เรื่องการเลือกซื้ออาหารเจ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 87.8 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า “ไปซื้อด้วยตัวเอง” ซึ่งรูปแบบแหล่งขายอาหารที่จะไปซื้อ 3 อันดับแรกคือ ร้านค้าทั่วไป (31.4 เปอร์เซ็นต์) ตลาดสด 28.7 (เปอร์เซ็นต์) ร้านสะดวกซื้อ (23.1 เปอร์เซ็นต์) 



คาดกรุงเทพฯ ใช้จ่าย 3,600 ล้านบาท ลดลง 8.2 เปอร์เซ็นต์ 

ถ้าโฟกัสเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศ บรรยากาศก็ซบเซากว่าปีก่อนๆ 

หนึ่งสัปดาห์ก่อนเข้าสู่เทศกาลกินเจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2564 คนกรุงเทพฯ จะมีเม็ดเงินค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเทศกาลเป็นมูลค่า 3,600 ล้านบาท ลดลง 8.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีที่แล้ว 

ตัวเลขคาดการณ์นี้พิจารณาสถานการณ์ต่างๆ พบว่ายังมีปัจจัยแวดล้อมที่อาจจะกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่สำคัญเฉพาะหน้าคือสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนว่าจะยกระดับความรุนแรงมากขึ้นเพียงใด เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่ยุติ ฤดูฝนยังไม่สิ้นสุด และมีการคาดการณ์ว่าอาจจะยังมีพายุอีก 1-2 ลูกเข้ามาหลังจากนี้ นอกจากนี้ จากราคาพลังงานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางเงินบาทที่อ่อนค่า เป็นอีกตัวแปรที่จะส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานในประเทศให้ขยับเพิ่มขึ้น 

ทั้งสองปัจจัยนี้ จะมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เดิมก็เปราะบางอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ความไม่สะดวกในการเดินทางและการขนส่งในพื้นที่ประสบภัย ความเสียหายต่อพืชผลเกษตร ก็เป็นแรงกดดันด้านต้นทุนและราคาสินค้าโดยเฉพาะผัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบตามมาต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ

นอกจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ว่ามาแล้ว คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่น่าจะยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน

แม้ว่าผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า คนกรุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่าง 55 เปอร์เซ็นต์ยังคงสนใจเข้าร่วมเทศกาลกินเจ แต่มีการลดจำนวนวันกินเจน้อยลงกว่าปีก่อน สาเหตุสำคัญคือความไม่สะดวก เนื่องจากการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานที่บ้าน และการลดการออกนอกบ้าน เป็นข้อจำกัดของการเข้าถึงแหล่งจับจ่ายที่คุ้นเคยในปีก่อนๆ ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มธุรกิจร้านอาหารข้างทางบริเวณสถานที่ทำงาน ทั้งแบบตักขายและนั่งทานในร้านอาจได้รับผลกระทบในเรื่องยอดขาย  

ส่วนธุรกิจค้าปลีกกลุ่มร้านสะดวกซื้อ รวมถึงร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี หรือออนไลน์คาดว่าจะได้รับความนิยมมากข้ึน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะการสั่งซื้อจากกลุ่มร้านอาหาร food chain ที่หันมาเพิ่มเมนูอาหารเจ/วีแกนมากขึ้น รวมถึงร้านค้าปลีกสะดวกซื้อที่มีการวางจำหน่ายอาหารเจ/วีแกนที่หลากหลายขึ้น และมีการจัดส่งเดลิเวอรีทั้งแบบดั้งเดิม (เช่น อาหารเจสำเร็จรูปพร้อมทาน/แช่เย็น นมถั่วเหลือง น้ำผัก-ผลไม้) และรูปแบบใหม่ๆ อย่างผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากกลุ่มโปรตีนทางเลือก สะท้อนได้จากคนกรุงเทพฯ กว่า 81 เปอร์เซ็นต์ที่คาดว่าจะกินเจในปีนี้สนใจจะเลือกรับประทานเมนูอาหารกลุ่มโปรตีนทางเลือก 



ห้างจัดงาน มีอาหารร้านดังออกบูธ น่าจะขายดี

ไทยรัฐพลัสตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนงดจัดเทศกาลกินเจ แต่ในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ไม่พลาดโอกาสการขายครั้งสำคัญ มีการจัดงานกินเจกันทุกค่าย ซึ่งแต่ละเจ้าได้ชวนร้านดังในชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนมาออกงาน หรือถ้าร้านไม่ได้มาเอง ทางศูนย์การค้าก็มีการรับอาหารจากร้านเข้ามาขาย อย่างร้านอาหารจากย่านเยาวราช ตลาดพลู ตลาดน้อย คาดว่าผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไปร่วมงานน่าจะทำยอดขายจากตรงนี้ได้กันพอสมควร 

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลร่วมกับพันธมิตรธุรกิจจัดแคมเปญ ‘Thailand J Food Festival 2021 อิ่มบุญ สุขใจ ได้สุขภาพ’ ใน 33 สาขาทั่วประเทศ หวังจะเป็นเดสติเนชันของเทศกาลกินเจ โดยผสานการกินเจสายดั้งเดิมเข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมเมนูอาหารเจทุกรูปแบบไว้กว่า 5,000 เมนู 

ไอคอนสยามจัดงาน ‘ไอคอนสยามเจสะท้านภพ’ ร่วมกับพันธมิตรร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มสร้างสรรค์เมนูเจกว่า 400 เมนู และมีการนำเมนูเด็ดจากร้านดัง 4 ภาคมารวมไว้ในเมืองสุขสยาม 

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ กูร์เมต์ อีทส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมของเครือเดอะมอลล์ จัดงาน ‘Vegetarian Food Festival 2021’ เปิดกรุตำนานอาหารเจ คัดเลือกอาหารร้านดัง ร้านเก่ามาขายในงาน เช่น กระเพาะปลาน้ำแดงเจ จากภัตตาคาร ตั้งใจอยู่, จุ๋ยก้วย จากร้านเจ๊เจ็ง เยาวราช, ห่อหมกพุดดิ้งเจ ร้านแม่ประไพ เจ้าเก่า ตลาดน้อย เยาวราช, ร้านฉอเล้ง ตลาดพลู ฯลฯ 

ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ จัด ‘เทศกาลเจ 2021’ ดึงดูดผู้บริโภคด้วยเมนูอาหารเจพร้อมทานราคาเริ่มต้น 19 บาท 

มีแนวโน้มว่างานเทศกาลกินเจในศูนย์การค้าจะดึงดูดการจับจ่ายของประชาชนที่กินเจได้มากกว่าแหล่งอื่น เนื่องจากเทศกาลกินเจเป็นช่วงเวลาต่อเนื่องจากที่เพิ่งมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ให้ใช้ชีวิตกันได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีคนเข้าไปใช้บริการในศูนย์การค้ากันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว หลังจากที่ห่างหายไปนานในช่วงก่อนหน้านี้ และด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่ระมัดระวัง-เลี่ยงการอยู่นอกบ้าน ดังนั้นพฤติกรรมการซื้อหาอาหารทั้งเจและไม่เจจึงน่าจะเป็นไปในลักษณะว่า ในเมื่อเข้าไปซื้อของและกินอาหารในศูนย์การค้าแล้ว ก็ซื้ออาหารกลับบ้านด้วยซะเลย จะได้ไม่ต้องแวะตลาดหรือร้านอาหารข้างนอกอีก 


อ้างอิง: cebf.utcc.ac.th, thairath.co.th, kasikornresearch.com

ภาพ: ชุติมน เมืองสุวรรณ

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐพลัส

Follow