Humberger Menu

ตัวอย่างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกาหลีใต้ทำเงิน 1.6 แสนล้านบาทจากการผลิตคอนเทนต์ลง Netflix

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งนภา พิมมะศรี
LineCopy

LATEST

+
5 ทศวรรษ ‘ไทยยูเนี่ยน’ จาก SME ไทยเติบใหญ่จนเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
Summary
  • เน็ตฟลิกซ์ลงทุนสร้างสรรค์โลคอลคอนเทนต์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย แต่เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นและน่าสนใจมากๆ อาจจะพูดว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในบรรดาเนื้อหาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษของเน็ตฟลิกซ์ก็ว่าได้
  • เน็ตฟลิกซ์สนใจความสำเร็จของเนื้อหาจากเกาหลีใต้ ถึงขั้นจ้างบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจทำการศึกษาผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในเกาหลีใต้
  • รายงานการศึกษามีข้อมูลน่าสนใจมากมาย เช่น เน็ตฟลิกซ์ลงทุนสำหรับสร้างคอนเทนต์ภาษาเกาหลีไปแล้วระหว่างปี 2016-2020 เป็นเงิน 770,000 ล้านวอน และในปี 2021 นี้เน็ตฟลิกซ์ทุ่มเงินลงทุนอีก 550,000 ล้านวอน การลงทุนผลิตเนื้อหาในเกาหลีของเน็ตฟลิกซ์ได้สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเกาหลีใต้กว่า 5,600,000 ล้านวอน หรือประมาณ 158,920 ล้านบาท


ความสำเร็จของคอนเทนต์จากเกาหลีในเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างไม่เคยขาดช่วง นับจากเรื่องแรกที่เห็นความสำเร็จชัดที่สุดคือ Kingdom (2019) เป็นต้นมา คอนเทนต์จากเกาหลีได้ไปโลดแล่นไม่ใช่เพียงบนแพลตฟอร์มของเน็ตฟลิกซ์ แต่ได้โลดแล่นในสายตาและในความรับรู้ของผู้ชมทั่วทุกภูมิภาคของโลก และทำเงินให้ประเทศมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม 

แม้ว่าเน็ตฟลิกซ์ลงทุนสร้างสรรค์โลคอลคอนเทนต์ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย แต่เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นและน่าสนใจมากๆ อาจจะพูดว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในบรรดาเนื้อหาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษของเน็ตฟลิกซ์ก็ว่าได้ 

การพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ที่ทำมาอย่างจริงจังออกดอกออกผลให้เราเห็นมานานอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษเต็มๆ เกาหลีใต้ไปไกลถึงขั้นมีภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ และมีศิลปินเคป๊อปที่โด่งดังในระดับโลกอย่าง BTS และ Blackpink 

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และความสำเร็จของเกาหลียิ่งเพิ่มขึ้นมาก เมื่อได้แรงเสริมจากเน็ตฟลิกซ์ที่มาช่วยกระจายคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชม 200 ล้านคนใน 190 ประเทศทั่วโลก  

ในมุมมองของเน็ตฟลิกซ์เอง เกาหลีใต้ก็เป็นพาร์ตเนอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ชั้นเยี่ยม เน็ตฟลิกซ์สนใจความสำเร็จของเนื้อหาจากเกาหลีใต้ถึงขั้นจ้างบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจทำการศึกษาผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในเกาหลีใต้เลยทีเดียว  

Squid Game

 

“ในตอนที่เน็ตฟลิกซ์เปิดตัวในเกาหลีเมื่อปี 2016 เราไม่เชื่อว่าเราจะสร้างรายการและภาพยนตร์ 80 เรื่องภายในห้าปี มันยากยิ่งขึ้นไปอีกที่จะจินตนาการถึงผลกระทบที่เราทำให้เกิดขึ้นกับแฟนๆ ทั่วโลกและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเกาหลี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน) Squid Game ขึ้นอันดับ 1 บนเน็ตฟลิกซ์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่ทำได้ และเรารู้สึกทึ่งที่คอนเทนต์จากเกาหลีสร้างความสุขให้กับผู้คนมากมายทั่วโลก” เน็ตฟลิกซ์เผยแพร่ข่าวเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

เน็ตฟลิกซ์จ้าง Deloitte บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจระดับโลก ศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เน็ตฟลิกซ์ได้สร้างขึ้นต่อระบบนิเวศสร้างสรรค์ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่ที่เน็ตฟลิกซ์เริ่มเข้าไปในเกาหลีในปี 2016 มาจนถึงสิ้นปี 2020 ซึ่งในรายงานการศึกษามีข้อมูลที่น่าสนใจและน่านำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ 

เน็ตฟลิกซ์ (ร่วม) สร้างคอนเทนต์เกาหลีแล้วมากกว่า 80 เรื่อง

จากปี 2016 จนถึงวันนี้ จาก Okja ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกของเน็ตฟลิกซ์ที่เผยแพร่ในปี 2017 จนถึง Squid Game ซีรีส์เรื่องล่าสุดที่กำลังโด่งดังเป็นกระแสไปทั่วโลก เน็ตฟลิกซ์ลงทุนสร้างสรรค์ออริจินัลคอนเทนต์ภาษาเกาหลีไปแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 80 เรื่อง/รายการ 

ลงทุนสร้างไปแล้ว 770,000 + 550,000 ล้านวอน

นับจากปี 2016 ถึงปี 2020 เน็ตฟลิกซ์ใช้เงินลงทุนสำหรับสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาษาเกาหลีไปแล้วเป็นเงิน 770,000 ล้านวอน หรือประมาณ 21,847 ล้านบาท และด้วยความสำเร็จที่ผ่านมาของคอนเทนต์จากเกาหลีใต้ ทำให้ในปี 2021 นี้เน็ตฟลิกซ์ทุ่มเงินลงทุนสร้างคอนเทนต์ภาษาเกาหลีหนักมากขึ้นหลายเท่า เป็นจำนวนถึง 550,000 ล้านวอน หรือประมาณ 15,605 ล้านบาท 

Okja

 

สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกาหลีใต้ 5,600,000 ล้านวอน

การลงทุนผลิตเนื้อหาในเกาหลีของเน็ตฟลิกซ์ได้สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเกาหลีใต้กว่า 5,600,000 ล้านวอน หรือประมาณ 158,894 ล้านบาท ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ตั้งแต่การสร้างสรรค์บท กระบวนการผลิต การจัดจำหน่าย สำนักพิมพ์/สิ่งพิมพ์ เว็บตูน ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และมีส่วนช่วยสร้างงานรวมมากกว่า 16,000 ตำแหน่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในปี 2020 ก็สร้างงานเป็นจำนวนถึง 5,800 ตำแหน่ง

มูลค่าทางเศรษฐกิจ 5,600,000 ล้านวอน เกิดขึ้นใน 3 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่ 

1. การผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์/ซีรีส์/รายการ 2,715,000 ล้านวอน 

2. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ 100,000 ล้านวอน 

  • สิ่งพิมพ์ 61,000 ล้านวอน 
  • เว็บตูนและคอมมิก 42,000 ล้านวอน 
  • ดนตรี 8,000 ล้านวอน 

3. อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2,700,000 ล้านวอน 

  • ท่องเที่ยว 1,861,000 ล้านวอน
  • อาหาร 439,000 ล้านวอน
  • ความงาม 286,000 ล้านวอน
  • แฟชั่น 157,000 ล้านวอน 

อินโฟกราฟิก: สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

 
การสร้างผลกระทบเศรษฐกิจทางตรง

มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น หากแบ่งเป็นผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการที่เน็ตฟลิกซ์ลงทุนสร้างคอนเทนต์คือ บริษัทและคนทำงานในกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่พรีโปรดักชัน โพสต์โปรดักชัน ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ตัวอย่างเช่น ในกระบวนการถ่ายทำมีการทำสัญญาเช่าโรงถ่ายทำ 2 แห่ง ในเมืองพาจู และย็อนช็อน 

การสร้างผลกระทบเศรษฐกิจทางอ้อม 

ส่วนผลกระทบทางอ้อมที่เป็นผลมาจากอิทธิพลของเนื้อหาภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือรายการ ที่เรียกรวมๆ ได้ว่า ‘เค-คัลเจอร์’ จูงใจผู้ชมให้เกิดการใช้จ่าย ท่องเที่ยว ซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งในที่นี้รวมถึงบางเรื่องที่มีให้ชมในเน็ตฟลิกซ์แต่ไม่ใช่คอนเทนต์ที่เน็ตฟลิกซ์ลงทุนสร้างด้วย

ผลกระทบในทางอ้อมจากเค-คัลเจอร์นี้แบ่งเป็น 3 หมวดธุรกิจคือ 

1. หมวดธุรกิจเนื้อหา ผลสำรวจพบว่า คนดูเน็ตฟลิกซ์ 42 เปอร์เซ็นต์มีการเสพคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่ตัวเองประทับใจ ประกอบด้วย 

  • เว็บตูน/คอมมิก 25 เปอร์เซ็นต์ 3 อันดับแรกคือ 1. Sweet home 2. The Uncanny Counter 3. Itaewon Class
  • งานวรรณกรรม นิยาย 11 เปอร์เซนต์ 3 อันดับแรกคือ 1. Kingdom 2. Stranger 3. Train to Busan 
  • ดนตรี 23 เปอร์เซ็นต์ 3 อันดับแรกคือ 1. Hospital Playlist 2. Itaewon Class 3. Crash Landing on You

“ในอดีต หนังสือยอดนิยมถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ทุกวันนี้เมื่อภาพยนตร์ได้รับความนิยมก็ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือ เนื้อหาที่เกี่ยวกับภาพยนตร์และละครเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านในปัจจุบัน” คิม โย อัน  (Kim Yo Ahn) ซีอีโอ Book Recipe Publishing สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลง 

“หลังจากการเปิดตัวซีรีส์ที่สร้างจากเว็บตูนบนเน็ตฟลิกซ์ สมาชิกทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งปกติจะกระจายไปอ่านเนื้อหาอื่นๆ ในแพลตฟอร์มของเราด้วย เหล่าครีเอเตอร์ต่างตื่นเต้นกับความฝันที่จะประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน” ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจเว็บตูนบอก

Kingdom

 
2. ภาคการท่องเที่ยว 

นอกจากความรู้สึกของผู้ชมที่เมื่อดูหนังหรือซีรีส์ที่ชอบก็มักอยากจะไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว การโปรโมตการท่องเที่ยวด้วยธีมเนื้อหาของภาพยนตร์หรือละครที่ได้รับความนิยมก็เป็นวิธีการที่ทางการเกาหลีใต้ใช้มาหลายปี และคอนเทนต์ในเน็ตฟลิกซ์หลายเรื่องก็ถูกนำไปใช้ในด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการโปรโมตด้วยเนื้อหาหรือธีมเกี่ยวกับซอมบี้ของเกาหลีจากเรื่อง Kingdom 

เฉพาะ Kingdom เรื่องเดียวก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคของเกาหลีได้เป็นอย่างดี สถานที่ถ่ายทำกว่า 20 แห่งในหลายเมืองทั่วประเทศได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปตามรอยซีรีส์เรื่องโปรด อีกทั้งมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ของทีมงานกองถ่ายในระหว่างถ่ายทำด้วย 

3. หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ความงาม แฟชั่น อาหาร ซึ่งเนื้อหาและการโฆษณาแฝงในภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการ นำไปสู่การอุปโภค บริโภค และการท่องเที่ยว เป็นเงินดังที่กล่าวไปในหัวข้อข้างบน 

เป็นโอกาสของบริษัทและนักสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมบันเทิง 

เน็ตฟลิกซ์มีส่วนช่วยปรับปรุงผลประกอบการของบริษัทโปรดักชั่นในเกาหลีใต้ บริษัทต่างๆ ที่ได้ร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น เนื่องจากไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่เชื่อมโยงอยู่กับความสำเร็จของภาพยนตร์/ซีรีส์, ช่องทางการจัดจำหน่ายเนื้อหาหลากหลาย และด้วยความที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทุน ก็ทำให้สตูดิโอผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มีความกล้าในการสร้างสรรค์คอนเทนต์มากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของผลงาน 

“ฉันเขียนบท Kingdom หลังจากเรื่อง Signal ในปี 2016 การถูกตัดคอและสิ่งต่างๆ เช่นนั้นคงเป็นการยากที่จะผ่านการเซนเซอร์สำหรับฉายในโทรทัศน์  และฉันยังคิดว่าซอมบี้ในละครประวัติศาสตร์จะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง แต่เน็ตฟลิกซ์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เราอย่างเต็มใจ และฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของพวกเขา” คิม อึน ฮี (Kim Eun Hee) ผู้เขียนบทละคร Kingdom 

ตัวอย่างกราฟแสดงรายได้เฉลี่ยต่อปีของบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ 5 บริษัท ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงหลังจากร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์ 


ส่วนบริษัทวิชวลเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ได้รับอานิสงส์โดยตรง มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากเมื่อ 10 ปีก่อน 

ด้วยการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของเน็ตฟลิกซ์ทำให้เทคโนโลยีวิชวลเอฟเฟกต์ถูกนำมาใช้กับการผลิตละครมากขึ้น จากเดิมก่อนหน้าเน็ตฟลิกซ์จะเข้ามา อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใช้วิชวลเอฟเฟกต์ในการผลิตภาพยนตร์เท่านั้น เมื่อมีการนำมาใช้กับการผลิตละครหรือซีรีส์มากขึ้น พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคนิคกับทีมงานของเน็ตฟลิกซ์ บริษัทวิชวลเอฟเฟกต์ของเกาหลีใต้จึงได้รับประโยชน์ทั้งรายได้และเกิดการพัฒนาคุณภาพผลงานด้วย 

นอกจากนั้นยังรวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่าง ธุรกิจพากย์เสียง และแปลคำบรรยาย ยกตัวอย่างกรณีของบริษัท IYUNO ที่เพิ่มจำนวนพนักงานแปลมากขึ้นเท่าตัวหลังจากร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์ และเพิ่มจำนวนภาษาจากก่อนหน้าที่แปล 10 ภาษาเป็น 60 ภาษา และเป็นโอกาสให้ได้รับเงินลงทุนจาก SoftBank Vision Fund ในปีนี้ด้วย 

“เมื่อเน็ตฟลิกซ์เข้ามา คุณภาพของวงการการแปลคำบรรยายบนหน้าจอดีขึ้นอย่างมาก และวงการที่อยู่ข้างเคียงกันอย่างนักแปลและนักพากย์ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา” ความเห็นจาก IYUNO 

ผลักดันอีโค-ซิสเท็ม ธุรกิจ OTT ลงทุนกับคอนเทนต์เกาหลีเพิ่มขึ้น

ความสำเร็จของ ‘เน็ตฟลิกซ์ ออริจินัล’ ภาษาเกาหลี มีส่วนโดยตรงในการผลักดันให้บริษัทผู้ให้บริการ OTT (Over-The-Top TV) ทั้งจากในและต่างประเทศเพิ่มการลงทุนกับการจัดหาและผลิตคอนเทนต์เกาหลีมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น 

  • Wavve ยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิงของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2021 ว่าจะลงทุนในเนื้อหาเกาหลี 1,000,000 ล้านวอนภายใน 5 ปี
  • ข่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอกว่า Studio & New ได้เซ็นสัญญา 5 ปีเพื่อจัดหาเนื้อหาป้อนให้ Disney Plus อย่างน้อย 1 ชิ้นต่อปี 
  • Coupang จะลงทุน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 104,743 ล้านวอน สำหรับ Coupang Play
  • ส่วน CJ ENM วางแผนจะลงทุน 800,000 ล้านวอนในปีนี้ และ 5,000,000 ล้านวอนในอีก 5 ปีข้างหน้า

ตัวเลขพิสูจน์ความสำเร็จคอนเทนต์เกาหลีใต้ในระดับสากล  

ในปี 2020 มีเนื้อหาจากเกาหลีที่ได้รับความนิยมติดท็อป 100 ในเน็ตฟลิกซ์ จำนวน 12 เรื่อง เป็นซีรีส์ 10 เรื่อง และภาพยนตร์ 2 เรื่อง

และนี่คือจำนวนเนื้อหาจากเกาหลีที่ติด Top 10 Entry ของเน็ตฟลิกซ์ในประเทศต่างๆ 

.

“...การเติบโตของเราจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนจากครีเอเตอร์ คนเก่งๆ โปรดักชั่นเฮาส์ และบริษัทเกาหลี เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และช่วยทำให้เรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ของเกาหลีเกิดมีชีวิตขึ้นมาได้ต่อไป เป็นเวลาห้าปีที่เหลือเชื่อ เราแทบรอไม่ไหวแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป” เน็ตฟลิกซ์บอกปิดท้ายในข่าวเผยแพร่รายงานของพวกเขา 

เน็ตฟลิกซ์เข้าไปลงทุนทำคอนเทนต์ในเกือบทุกประเทศที่พวกเขาเข้าไปให้บริการ เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจของคนในประเทศนั้นๆ และขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความหลากหลายของคอนเทนต์ ซึ่งเป็นหน่ึงจุดขายของเน็ตฟลิกซ์ 

น่าสนใจว่า เกาหลีใต้เป็นฐานการผลิตคอนเทนต์ของเน็ตฟลิกซ์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ เพราะมีปัจจัยภายในประเทศที่เอื้อต่อการคว้าโอกาส อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้อยู่ในทิศทางที่ดีอยู่แล้วก่อนที่เน็ตฟลิกซ์จะเข้าไป อย่างที่เราได้ยินกันมาว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จริงจังกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงมาก พอเน็ตฟลิกซ์เข้าไปจึงเป็นสองแรงที่ช่วยเสริมกัน เกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งต่อเกาหลีใต้และต่อเน็ตฟลิกซ์ 

นี่คือตัวอย่างการพัฒนาผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าศึกษาเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศที่พูดกันว่าอยากจะพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างเช่นไทย  


อ้างอิง: netflix.com, google.com/file

หมายเหตุ: ค่าเงิน ณ เวลาประมาณ 18.45 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2564

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งนภา พิมมะศรี
กองบรรณาธิการสายเศรษฐกิจ ไทยรัฐพลัส

Follow