Humberger Menu

สมการไอเดีย กับจุดกำเนิดนวัตกรรมแถบตีนตุ๊กแก Velcro จากปัญหาใกล้ตัวที่ทำให้เราคิดได้ไกลกว่าเดิม

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)
LineCopy

LATEST

+
5 ทศวรรษ ‘ไทยยูเนี่ยน’ จาก SME ไทยเติบใหญ่จนเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
Summary
  • มีสมการไอเดียอันน่าสนใจที่ว่า “Problem + Creativity = Innovation” เมื่อปัญหามาเจอกับความคิดสร้างสรรค์ เราจะได้ผลิตผลทางนวัตกรรม
  • แถบตีนตุ๊กแก Velcro นวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาจากการสังเกตหญ้าเจ้าชู้ที่ติดเสื้อผ้าและขนสุนัข เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดจากสมการที่ว่านี้
  • Velcro เกิดขึ้นมาจากปัญหาหญ้าเจ้าชู้ติดกางเกง และติดขนสุนัข ทำให้ จอร์จ เดอ เมสทรัล เอาเมล็ดหญ้าไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนพบว่า บนปลายหนามแหลมของเมล็ดหญ้าเหล่านี้มีลักษณะพิเศษเป็นตะขอโค้งลง ทำให้มันสามารถเกี่ยวยึดติดแน่นกับเส้นใยบนกางเกงผ้า และติดแน่นสุดๆ เมื่ออยู่บนขนสุนัขฟูๆ


บนเวทีงานเสวนาเรื่องนวัตกรรม ที่หลักสูตร Academy of Business Creativity (ABC) เคยจัด 

ได้มีโอกาสฟังเรื่องราววิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง Cretive & Innovation บอกเล่าถึงสมการที่น่าสนใจไว้ว่า...

Problem + Creativity = Innovation

แปลได้ว่าเมื่อปัญหามาเจอกับความคิดสร้างสรรค์ เราจะได้ผลิตผลทางนวัตกรรม

ขออนุญาตลองขยายความสมการข้างต้น แบบให้เข้าใจง่ายขึ้น 

ถ้าคุณมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิต แล้วคุณพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา 

ด้วยกระบวนการแบบนี้เอง ที่บรรดานวัตกรเขาอธิบายไว้ว่า มันคือจุดเริ่มต้นการก่อกำเนิดของนวัตกรรมชิ้นใหม่ ที่อาจเป็นได้ทั้งผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการต่างๆ 

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นกับเรื่องใกล้ๆ ตัว อาทิ ปัญหาความรู้สึกร่วมในอดีตที่คนรุ่นพ่อแม่เราทุกคนต่างพบเจอ คือเมื่อครั้งยังถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม ก็มักจะเกิดอาการที่อยากเห็นภาพที่ถ่ายไว้ในทันทีที่กดชัตเตอร์เสร็จ 

เจ้าอาการปัญหาและความอยากได้แบบนี้นี่เอง เมื่อรวมตัวกันเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มันก็ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมโพลารอยด์ กล้องแบบถ่ายปุ๊บ ได้เห็นรูปทันใจ 

และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาต่อยอดขึ้นไป จากโพลารอยด์ มันก็กลายเป็นนวัตกรรมกล้องดิจิทัล ที่ถูกพัฒนาเรื่อยมาจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงยุคที่กล้องดิจิทัลขยับเป็นฟังก์ชันแสนสะดวกในโทรศัพท์มือถือ ที่มีเลนส์ถ่ายภาพคมชัดระดับมืออาชีพ ถ่ายเสร็จแล้วก็สามารถส่งต่อแชร์ให้เพื่อนดูได้ทันทีทั่วโลก ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์สารพัน

และล่าสุด สำหรับคนรุ่นพ่อแม่ ที่เคยถ่ายภาพในอดีตเก็บไว้ด้วยฟิล์มเนกาทีฟ ซึ่งส่วนใหญ่กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะร้านอัดภาพจากฟิล์มนั้นหาได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัญหาข้างต้นนี้ บวกกับความคิดสร้างสรรค์ ก็มีทีมนวัตกรคิดค้นแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Film box ออกมา 

โดยแอปพลิเคชัน Film box นี้ สามารถสแกนภาพภาพจากฟิล์มเนกาทีฟ แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นไฟล์ภาพสี ช่วยคืนชีวิตให้ภาพเก่าจากฟิล์มเก่าได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ตอบโจทย์ของคนที่กำลังมีปัญหากับภาพถ่ายสำคัญที่บรรจุอยู่ในฟิล์มเนกาทีฟ แต่ไม่รู้ว่าจะอัดภาพออกมาเป็นไฟล์ดิจิทัลได้อย่างไร

ยังมีอีกเรื่องราวที่น่าสนใจ จากงานสัมมนาเดียวกันนั้น 

เพราะมีอีกคำกล่าวที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องราวของสมการนวัตกรรมข้างต้น เป็นประโยคที่ว่า..

“การได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชิน และพบกับปัญหาที่ไม่คุ้นเคย จะยิ่งช่วยทำให้คุณได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมได้มากขึ้น” 

ตัวอย่างที่ชัดเจนของประโยคแนวคิดข้างต้นนี้คือที่มาของผลิตภัณฑ์ระดับโลกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อว่า Velcro


อธิบายง่ายๆ เจ้า Velcro ก็คือ แถบผ้าติดหนึบ ที่ชาวไทยเราเรียกกันเป็นชื่อเล่นๆ ว่า “แควกแควก” หรือแถบ “ตีนตุ๊กแก” ที่เอาไว้ใช้รัดของต่างๆ 

ภาพการก่อกำเนิดของนวัตกรรมชิ้นนี้ เกิดขึ้นย้อนเวลากลับไปเกือบ 80 ปี ในราวปี ค.ศ. 1948 ไอเดียตั้งต้นของแถบ Velcro นี้ ก่อกำเนิดขึ้นจากความช่างสังเกต และการนำตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินของชายหนุ่มนามว่า จอร์จ เดอ เมสทรัล (George de Mestral) นักไต่เขาและนักประดิษฐ์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ 

ในวันนั้น จอร์จ ได้ใช้เวลาว่างๆ ตลอดทั้งวันเพื่อออกเดินป่า เทรกกิ้งไปตามเส้นทางบนภูเขาแอลป์กับสุนัขคู่ใจ เมื่อกลับมาถึงที่พัก เขาก็สังเกตเห็นว่า ชุดเสื้อผ้าของเขาและที่ขนสุนัขนั้นมีเมล็ดหญ้าเจ้าชู้ติดอยู่เต็มไปหมด แถมไอ้เจ้าเมล็ดที่มีหนามของหญ้าพวกนี้มันช่างแกะออกได้อย่างยากเย็นมากๆ 

ถ้าเป็นเรา เราก็คงจะหงุดหงิดกับปัญหาและความวุ่นวายข้างต้น 

แต่ขณะที่จอร์จค่อยๆ นั่งลง เพื่อแกะเมล็ดหญ้าหนามออกจากเสื้อผ้า เขากลับค่อยๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ พลิกปัญหาตรงหน้าให้กลายเป็นไอเดียนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้ ด้วยการตั้งคำถามว่า “ทำไม..เมล็ดหญ้าหนามพวกนี้ มันถึงติดผ้าขนๆ ได้แน่นทนนัก?”

และการตั้งคำถามที่ดี ก็นำเขาไปสู่การหาคำตอบที่น่าสนใจ

จากความสงสัยข้างต้น…

จอร์จ ซึ่งมีหัวใจของความเป็นนวัตกรได้ทดลองแกะเอาเมล็ดหญ้าที่ติดมากับกางเกง แล้วลองนำมันไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนพบความจริงว่า บนปลายหนามแหลมของเมล็ดหญ้าเหล่านี้มีลักษณะพิเศษเป็นตะขอโค้งลง ซึ่งทำให้มันสามารถเกี่ยวยึดติดแน่นกับเส้นใยบนกางเกงผ้า และติดแน่นสุดๆ เมื่ออยู่บนขนสุนัขฟูๆ

และเมื่อเรื่องราวข้างต้นนี้ทำงานบนสมการ “ปัญหา + ความคิดสร้างสรรค์  = นวัตกรรม” ไอเดียเริ่มต้นของแถบตีนตุ๊กแก Velcro ก็จุดประกายขึ้นมาบนโลกใบนี้

ในครั้งแรกๆ จอร์จได้ลองนำเอาไอเดียนี้ไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ เขากลับถูกหัวเราะเยาะ เย้ยหยันด้วยความตลกว่า คิดอะไรแปลกๆ ไร้สาระ  

แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายาม จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสพบกับช่างทอผ้า ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ที่มีความเชื่อเหมือนๆ กันกับจอร์จว่า แถบผ้าติดหนึบที่มีไอเดียสร้างสรรค์ชิ้นนี้น่าจะทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ และตกลงที่จะทดลองสร้างต้นแบบขึ้นมาให้ 

ช่างทอเริ่มทำงานด้วยเครื่องทอมือขนาดเล็กพิเศษ โดยทอแถบผ้าฝ้ายขึ้นสองชิ้น ชิ้นแรกเป็นแถบผ้าตะขอตัวจิ๋ว อีกชิ้นเป็นแถบผ้าลายตารางขนาดเล็กกว่า แต่ทว่าเจ้าตีนตุ๊กแกอันแรกๆ ซึ่งทอขึ้นจากฝ้ายนั้น มันกลับใช้งานได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ก็พังเสียหายไป เพราะตะขอที่ทอขึ้นจากใยฝ้ายนั้น มันไม่ทนทานเพียงพอ

เขาไม่ย่อท้อ แต่ใช้เวลาทดลองเพื่อก้าวข้ามผ่านอุปสรรค ด้วยมุมมองของการพัฒนา 


จนกระทั่งเมื่อเกิดวิวัฒนาการการทอผ้าเส้นใยไนลอนด้วยรังสีอินฟราเรด ซึ่งทำให้แถบตีนตุ๊กแก Velcro ถูกพัฒนาไปจนกลายเป็นแถบผ้าไนลอนสองแถบ ที่ด้านหนึ่งเป็นตะขอขนาดจิ๋วนับพันตัว ส่วนแถบด้านตรงข้ามเป็นตารางไนลอนขนาดจิ๋วฟูๆ ที่เอาไว้ให้ตะขอยึดเกี่ยว 

วิธีการทำงานของมันก็คือ เมื่อแถบผ้าสองด้านมาเจอกัน ส่วนที่เป็นตะขอ มันจะเกี่ยวเข้ากับตาราง และล็อกติดกันไว้อย่างแน่นสนิทด้วยแรงดึงเล็กๆ หลายพันจุดที่มารวมตัวกัน กลายเป็นแรงยึดจากเส้นใยไนลอนสังเคราะห์ที่ช่างเหนียวแน่น แข็งแรงทนทาน และสามารถดึงออกได้เมื่อต้องการ

กลางปี ค.ศ. 1950 แถบล็อกนี้ก็ถูกพัฒนาจนสำเร็จ และได้ปรากฏตัวสู่ท้องตลาด 

จอร์จได้เลือกใช้คำว่า vel ที่ย่อมาจากคำว่า velvet ซึ่งแปลว่ากำมะหยี่ ด้วยเหตุผลว่าเขาชอบเสียงของคำนี้ และเลือกคำว่า cro จากคำว่า crochet (โครเชต์) ซึ่งเป็นคำภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า ตะขอ

แถบตีนตุ๊กแกนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการแก้ปัญหาด้วยพลังสร้างสรรค์ เป็นการใช้แนวคิดการออกแบบบนการเรียนรู้จากเรื่องราวธรรมชาติรอบตัว จนทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ด้วยรูปแบบแนวคิดที่เรียกกันแบบวิชาการว่า Biomimetic หรือการเลียนแบบสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาต่างๆ อาทิ การผลิตเส้นใยกันกระสุนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเหนียวของเส้นใยแมงมุม, รูปทรงจากครีบวาฬหลังค่อมที่ถูกพัฒนาเป็นกังหันลมแอร์โรไดนามิกอันทรงพลัง รวมทั้งรูปทรงจากปากนกกระเต็นที่ถูกนำไปเป็นต้นแบบหัวรถไฟความเร็วสูงชินคันเซน

วกกลับมาที่เรื่องราวของแถบตีนตุ๊กแก ถึงแม้ว่าเจ้าแถบยึดชนิดใหม่นี้ มันจะไม่สามารถแทนที่ซิปได้อย่างที่จอร์จตั้งใจไว้ แต่ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการยึดติดและแกะออกได้แบบพอเหมาะ มันก็กลายเป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์นิยมใช้กับสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับสารพัน ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ชุดว่ายน้ำ เข็มขัด นาฬิกาข้อมือ แถมยังแพร่หลายไปในวงการอื่นๆ เช่น แถบยึดติดของผ้าอ้อมเด็ก สายคาดแว่นตา สายหมวก ชูชีพ และอุปกรณ์ต่างๆ อีกมากมาย

เป็นการตอกย้ำสมการที่ว่า เมื่อปัญหา ผนวกเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ มันจะสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมขึ้นมาได้

คำแนะนำสำหรับหลายคนที่กำลังอยู่ในมุมอับทางความคิด ในวินาทีที่ยังคิดสร้างสรรค์ไม่ออก หรือเกิดอาการตีบตันทางความคิดขึ้นมา ก็ขอให้ลองนึกถึงเรื่องราวของคุณจอร์จ กับแถบตีนตุ๊กแก Velcro ไว้เป็นแรงบันดาลใจให้ทดลองพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ๆ ได้ทดลองก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับโลกกว้าง 

แล้วทดลองนำเอาแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ใหม่ๆ นั้นกลับมาเชื่อมต่อจุดความคิด 

ก็อาจพบวิธี ที่ก่อให้เกิดประกายไอเดียสร้างสรรค์ดีๆ ที่สามารถพัฒนากลายเป็นนวัตกรรมชิ้นใหม่เกิดขึ้นมาก็เป็นได้ 


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)
ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of Business Creativity (ABC) มหาวิทยาลัยศรีปทุม นักสื่อสารแบรนด์ ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟแบรนดิ้ง

Follow