Humberger Menu

เทียบ ‘เนื้อหา’ เวียดนาม vs ไทย เอาอะไรไปอวดต่างชาติในงาน World Expo 2020

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งนภา พิมมะศรี
LineCopy

LATEST

+
5 ทศวรรษ ‘ไทยยูเนี่ยน’ จาก SME ไทยเติบใหญ่จนเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
Summary
  • งานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก ‘เชื่อมความคิด สร้างอนาคต’ แบ่งโซนจัดแสดงเป็น 3 โซน ได้แก่ Opportunity (โอกาส), Mobility (การขับเคลื่อน) และ Sustainability (ความยั่งยืน) ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมจัดแสดงในโซน Mobility
  • ประเทศไทยกำหนดแนวคิดหลักของการจัดแสดงว่า ‘Mobility for the future’ หรือ ‘การขับเคลื่อนสู่อนาคต’ เนื้อหาจัดแสดงค่อนข้างเน้นนำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย และประวัติศาสตร์ ส่วนอนาคตมีในสัดส่วนที่ไม่ได้ถือว่าเป็นเนื้อหาหลัก
  • ส่วนเวียดนาม เข้าร่วมจัดแสดงในโซน Opportunity แนวคิดหลักของเวียดนามคือ ‘กลั่นอดีต สร้างอนาคต’ นำเสนอความภูมิใจของเวียดนามในอดีต และความสำเร็จในปัจจุบัน ทั้งทางเทคโนโลยี การส่งออก และไม่พลาดที่จะนำเสนอการท่องเที่ยว กับโอกาสในการเป็นฐานการผลิต


ประเทศไทยเข้าร่วมงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 หรือ ‘Expo 2020 Dubai’ ณ นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการไปออกงานระดับโลกครั้งนี้  

งานเวิลด์ เอ็กซ์โป เป็นมหกรรมระดับโลกที่อายุเก่าแก่กว่า 170 ปี จัดขึ้นทุก 5 ปี เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1851 มีวัตถุประสงค์หลักคือการให้การศึกษาแก่สาธารณชน โดยจัดแสดงนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางศิลปวิทยาการ ทิศทางการพัฒนาในอนาคต และการให้ความช่วยเหลือแก่มวลมนุษยชาติ

ในอดีตที่ผ่านมา มีการนำนวัตกรรมระดับโลกมากมายไปจัดแสดงในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ก่อนที่จะผลิตออกมาในเชิงพาณิชย์ หรือให้บริการให้คนทั่วไปได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ครั้งแรกเกิดขึ้นในงาน ‘1939 New York World's Fair’, อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ เปิดตัวและสาธิตการใช้โทรศัพท์เครื่องแรกของโลกในปี 1876 ที่นิทรรศการ ‘Centennial International Exhibition 1876’ เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา และในงานปีเดียวกันนั้น มีการเปิดตัวนวัตกรรมทางอาหารซึ่งอยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์เรามาจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือป๊อปคอร์น และซอสมะเขือเทศไฮนซ์ 

“เป็นเวลากว่า 170 ปีที่เวิลด์ เอ็กซ์โป ได้จัดเตรียมเวทีเพื่อแสดงนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งได้หล่อหลอมโลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ Expo 2020 ก็จะสานต่อธรรมเนียมนั้นด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากทั่วโลก” เว็บไซต์ทางการของ Expo 2020 Dubai บอกไว้อย่างนั้น 

งานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ที่กำลังดำเนินอยู่นี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก ‘Connecting Mind, Creating the Future’ หรือ ‘เชื่อมความคิด สร้างอนาคต’ แบ่งโซนจัดแสดงเป็น 3 โซน ได้แก่ Opportunity (โอกาส), Mobility (การขับเคลื่อน) และ Sustainability (ความยั่งยืน) ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมจัดแสดงในโซน Mobility

Expo 2020 Dubai

 

แม้ในอดีตเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว งานเวิลด์ เอ็กซ์โป ไม่ใช่งานที่เน้นเชิงพาณิชย์ แต่ต้องยอมรับว่างานนี้ไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น ในอีกทางหนึ่ง มันมีบทบาทเชิงพาณิชย์ด้วย เพราะว่าเวิลด์ เอ็กซ์โป คือเวทีที่แต่ละประเทศออกไปแสดงศักยภาพของประเทศให้โลกได้เห็น และเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ-เศรษฐกิจให้ประเทศ อาจจะเป็นระดับรัฐ หรือระดับเอกชนก็ได้  

ดังนั้นแทบทุกประเทศจะนำความสำเร็จทางเทคโนโลยี นำนวัตกรรมล้ำๆ ที่คิดค้นหรือพัฒนาต่อยอดขึ้นในประเทศของตนเองออกไปจัดแสดง เพื่อคว้าโอกาสทางเหล่านั้น หรืออาจจะไม่ต้องเป็นนวัตกรรม แต่อาหารการกิน ผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นของดีเฉพาะถิ่นก็นำไปออกงานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าได้เช่นกัน 

อย่างประเทศไทยเราเอง ปีนี้ก็ไปด้วยความหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ ดังที่ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เชื่อว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติได้เห็นถึงศักยภาพของไทย ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านการค้า การลงทุน และการสานต่อความสัมพันธ์อันดีกับประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมงาน ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็กล่าวถึงงานนี้ผ่านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า “เชื่อว่าผลสำเร็จด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวจะเกิดในอนาคตอันใกล้” 

ไทยรัฐพลัสขอชวนไปดูว่าประเทศไทยไปร่วมงานมหกรรมระดับโลกด้วยแนวคิดอย่างไร นำอะไรไปโชว์บ้าง และเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่เป็นคู่แข่งรายสำคัญของเราว่าเขาเอาอะไรไปโชว์ ด้วยแนวคิดแบบไหน ทั้งสองประเทศจะดึงดูดชาวต่างชาติอย่างไร


แนวคิดหลักของไทย: การขับเคลื่อนสู่อนาคต

ประเทศไทยกำหนดแนวคิดหลักของการจัดแสดงว่า ‘Mobility for the future’ หรือ ‘การขับเคลื่อนสู่อนาคต’ นำเสนอแนวคิด Mobility เน้นที่การนำเสนอโอกาสและขีดความสามารถในการขับเคลื่อนหลายรูปแบบ เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางความคิด การสร้างสรรค์นวัตกรรม การเข้าถึงองค์ความรู้ และพัฒนาโอกาสสำหรับคนทุกกลุ่ม นอกจากนั้น Mobility ยังรวมถึงการคมนาคม การเดินทางและสำรวจ การขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงการเชื่อมต่อด้วยดิจิทัล

“ประเทศไทยนำเสนอให้เห็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมนานาประเทศผ่านนโยบาย Digital Thailand 4.0 ส่งเสริมให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การค้า และการลงทุน การเดินทางขนส่ง และพัฒนาประเทศไทยสู่จุดหมายการเดินทางของคนทั้งโลกอย่างแท้จริง โดยได้กำหนดหัวข้อหลักในการจัดแสดงคือ ‘Mobility for the future’ หรือ ‘การขับเคลื่อนสู่อนาคต’ เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนา และขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างผู้คน องค์กร และประเทศ ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบดิจิทัล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีหลากมิติเพื่อแก้ปัญหา และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีรองรับอนาคต” 

ทั้งสองย่อหน้านี้คือข้อมูลที่บอกไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Thailand Expo 2020 Dubai
 


อาคารจัดแสดงของไทย: นำเสนอวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมไทย 

อาคารจัดแสดงของไทย ตั้งอยู่โซน Mobility มีขนาดพื้นที่ 3,606 ตารางเมตร หรือ 2.25 ไร่ การออกแบบนั้นนำเสน่ห์ของคนไทยมาร้อยเรียงในทุกองค์ประกอบ เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของ วัฒนธรรม และรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยได้อย่างชัดเจน การออกแบบเลือกใช้สัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย ดังนี้  

-ลวดลายการถักทอคล้ายม่านดอกไม้ (ดอกรัก) คล้ายกับพวงมาลัยที่ประดับประดาโดยรอบตัวอาคาร สอดคล้องกับสัญลักษณ์ของอาคารแสดงประเทศไทยในครั้งนี้ ที่เลือกใช้ ‘พวงมาลัย’ สำหรับสื่อสารถึงมิตรภาพและการต้อนรับที่จริงใจอบอุ่นต่อผู้มาเยือน 

-เลือกใช้สีทองเป็นหลัก เพื่อสื่อถึงแผ่นดินสุวรรณภูมิ และยังเป็นสีที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย  

-ด้านหน้าตรงทางเข้าอาคารออกแบบให้มีลักษณะเป็นซุ้มโค้งคล้ายคนประนมมือไหว้ สื่อความหมายถึงเอกลักษณ์งานสถาปัตยกรรมไทยอย่างศาลาหน้าจั่ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายการไหว้ ที่สื่อความหมายว่าสวัสดีและยินดีต้อนรับทุกคนจากทั่วโลกเข้าสู่อาคารจัดแสดงของประเทศไทย  


เนื้อหาจัดแสดงของไทย: เน้นเสน่ห์ไทย ประวัติศาสตร์ และอดีต!

การจัดแสดงนิทรรศการของไทยแบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ 

ห้องที่ 1 ‘Thai Mobility’ จัดแสดงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองและราชรถจำลอง ให้ความรู้เกี่ยวกับการเดินทางของคนไทยในอดีต จัดแสดงในรูปแบบ walkthrough exhibition 

ห้องที่ 2 ‘Mobility of Life’ นำเสนอเรื่องน้ำขับเคลื่อนชีวิต จัดแสดงในรูปแบบ aquatic performance สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน 

ห้องที่ 3 ‘Mobility of the Future’ นำเสนอภาพยนตร์แอนิเมชัน 360 องศา แสดงภาพในอนาคตของประเทศไทยที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลผ่านเมืองอัจฉริยะ (smart city) พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาค 

ห้องที่ 4 ‘Heart of Mobility’ นำเสนอภาพยนตร์สั้น ใช้เทคนิค Pyramid Motion Picture บอกเล่าเรื่องราวเสน่ห์ของประเทศไทยในหลากหลายมิติ ที่สร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมเยือน ทำธุรกิจ หรือใช้ชีวิตในประเทศไทย


หลักๆ คอนเทนต์ของไทยเน้นนำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย นอกจากเนื้อหาจัดแสดงหลักทั้ง 4 ห้องที่ว่ามาแล้วยังมีส่วนร้านอาหารไทย ‘The Taste of Thai’ ให้ผู้เข้าชมงานได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารไทย และร้านของที่ระลึก ‘Thai Souk’ ที่คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพจากประเทศไทยเข้าร่วมสร้างความประทับใจ ส่วนบริเวณด้านหน้าอาคารก็มีเวทีกิจกรรมจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด ‘Thai Iconic: ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ’ 

นอกจากนั้น ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาหมุนเวียนมาร่วมจัดแสดง ภายใต้แนวคิด ‘The Best of Thailand’ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศไทยที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ และศักยภาพด้านต่างๆ ของประเทศไทยบนเวทีโลก โดยมีหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดกิจกรรมตลอด 6 เดือน 

ประเทศไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเอาไว้ในเว็บไซต์ ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เขียนไว้ว่า “ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในรูปแบบต่างๆ ที่ถือเป็น Ease of Doing Business ทั้งนี้จากรายงาน ‘Doing Business 2020: Training for Reform’ ของธนาคารโลก เป็นการจัดทำรายงานเพื่อสรุปผลการสำรวจในการประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จาก 190 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ทำธุรกิจง่ายเป็นอันดับ 26 ของโลก”


แนวคิดหลักของเวียดนาม: กลั่นอดีต สร้างอนาคต

เวียดนามเข้าร่วมเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ในโซน Opportunity (โอกาส) แนวคิดหลักของเวียดนามคือ ‘Distilling the Past, Shaping the Future’ (กลั่นอดีต สร้างอนาคต) เน้นย้ำจุดยืนอันโดดเด่นของเวียดนามในช่วงเวลานี้ เวียดนามบอกว่า ด้วยประเพณีอันยาวนานนับพันปี ขณะนี้เวียดนามกำลังเร่งนำเทคโนโลยีใหม่และค่านิยมสมัยใหม่มาใช้ ทำให้ประเทศเป็นจุดหมายปลายทางอันน่าสนใจ เพื่อให้เกียรติแก่อดีตในขณะที่กำลังสร้างอนาคต

เวียดนามบอกว่า แนวคิดหลัก ‘กลั่นอดีต สร้างอนาคต’ จะเผยให้เห็นประวัติศาสตร์ของเวียดนามในฐานะจุดบรรจบของวัฒนธรรม การพาณิชย์ และอนาคตอันสดใสในฐานะดาวรุ่งในภูมิภาค

“สัมผัสจิตวิญญาณความกล้าและกล้าได้กล้าเสียของเวียดนามที่งาน Expo 2020 Dubai เวียดนามเข้าร่วมกับผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงรายอื่นๆ ในโซน Opportunity ซึ่งเราจะสำรวจกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน” คือข้อมูลที่บอกไว้ในเว็บไซต์เวิลด์ เอ็กซ์โป ของเวียดนาม 

ตะ กวาง ดอง (Ta Quang Dong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กล่าวในพิธีเปิดอาคารจัดแสดงของเวียดนามว่า “การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นหนึ่งในหายนะที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตทางสังคมในทุกด้าน การมีส่วนร่วมของเวียดนามที่ Expo 2020 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างยิ่งของรัฐบาลเวียดนามในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาติ ยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของชาวเวียดนาม และเพื่อเพิ่มสีสันของเวียดนามให้กับภาพวาดสีสันสดใสของโลก” 


อาคารจัดแสดงของเวียดนาม: นำเสนอเอกลักษณ์ในรูปลักษณ์และแนวทางสดใหม่

Vietnam Pavilion หรืออาคารจัดแสดงของเวียดนามเป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ 850 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในโซน Opportunity ซึ่งจัดสรรพื้นที่ 2 ชั้นไว้สำหรับจัดนิทรรศการ ด้านหน้าของอาคารประดับตกแต่งปกคลุมด้วยหมวกทรงกรวยแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนามจำนวน 800 ใบจากเมืองฮอยอัน พร้อมประดับไฟหลากสี และการจัดแสดงผลงานศิลปะจำลอง 18 ชิ้นที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวเวียดนาม ซึ่งผลงานจริงสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับจัดแสดงที่อาคารรัฐสภาในกรุงฮานอย 

เวียดนามบอกเองว่า เมื่อเทียบกับนิทรรศการครั้งก่อน อาคารจัดแสดงของเวียดนามในปีนี้นำเสนอรูปลักษณ์และแนวทางที่สดใหม่ นอกจากการส่งเสริมและยกย่องวัฒนธรรมและประเพณีของชาติแล้ว ยังเน้นถึงความก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย


เนื้อหาจัดแสดงของเวียดนาม: เน้นความสำเร็จทางเทคโนโลยี 

เนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการของเวียดนามมี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี โดยแบ่งออกเป็นธีมย่อย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้ผู้เข้าชมได้รู้จักเวียดนาม ประเทศที่อุดมไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเป็นจุดหมายปลายทางแห่งโอกาสในการร่วมมือกับภูมิภาคตะวันออกกลางและทั่วโลก 

เวียดนาม เพื่อนบ้านและคู่แข่งรายสำคัญของไทยบอกอีกว่า ประเทศของพวกเขามีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาเทคโนโลยี 5G การผลิตและการปล่อยดาวเทียมสู่อวกาศ และการทำให้ประเทศเป็นดิจิทัลผ่านการสนับสนุนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรม ซึ่งเวียดนามจะนำเสนอให้ชาวโลกได้เห็นในงานเวิลด์ เอ็กซ์โปครั้งนี้ 


ชั้นแรกของพื้นที่จัดแสดงมีจอขนาด 55 นิ้วจำนวน 10 จอที่ทางเข้า ฉายภาพ “10 สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเวียดนาม” และในชั้นแรกนี้มีเวทีแสดงหุ่นกระบอกน้ำ, นิทรรศการเครื่องดนตรีพื้นเมือง, การจัดแสดงตุ๊กตาทำมือสวมชุดพื้นเมือง 54 ชุดจากชนกลุ่มน้อยในเวียดนาม และการฉายภาพแบบพาโนรามาแสดงประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์ของประเทศ

เนื้อหาส่วนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดแสดงอยู่ที่ชั้นแรกเช่นกัน โซนนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเวียนาม เช่น ดาวเทียม, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยานไม้ไผ่, ผลิตภัณฑ์คาร์บอนไฟเบอร์ unibody แบบพิมพ์ 3 มิติ, หุ่นยนต์ AI เพื่อการศึกษา, รูปปั้นที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ และผู้เยี่ยมชมสามารถค้นพบจุดท่องเที่ยวของเวียดนามได้โดยใช้หน้าจอสัมผัสและแว่นตา 3 มิติ 

ที่ชั้นสองจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงแก่นสำคัญของเวียดนาม มีการคัดเลือกแบรนด์ระดับชาติ และสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในชั้นนี้ยังมีพื้นที่ที่อุทิศให้กับวัฒนธรรมกาแฟและกาแฟเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าทำเงินเข้าประเทศ และมีพื้นที่ที่อุทิศให้กับการแนะนำโอกาสด้านการผลิตในท้องถิ่น (เวียดนาม) ด้วย 


การเข้าร่วมงานเวิลด์ เอ็กซ์โปครั้งนี้ นอกจากการจัดแสดงเนื้อหาของตนเองให้นานาชาติได้ชมแล้ว เวียดนามบอกว่า เวียดนามจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศผ่านการสัมมนา ฟอรัม การประชุม ไม่ว่าจะระดับ B2B หรือ B2C และคณะผู้แทนเวียดนามจะเข้าร่วมในกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศที่จัดขึ้นในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป เช่น ASEAN Day ในวันที่ 13 ธันวาคม 2021 และ Francophonie Week (สัปดาห์เฉลิมฉลองภาษาฝรั่งเศส) ในเดือนมีนาคม 2022 

ส่วนอีเวนต์ที่เป็นไฮไลต์ของเวียดนามเองก็คือกิจกรรมวันชาติเวียดนามในวันที่ 30 ธันวาคม 2021 ซึ่งจะเน้นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ประเทศผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งพิธีชักธงเวียดนาม ขบวนพาเหรด การฉายธงเวียดนามบนพื้นผิวโดมของ Al Wasl Plaza การแสดงศิลปะและแฟชั่นกลางแจ้งของเวียดนาม การบรรยายสรุปธุรกิจระดับประเทศ งานส่งเสริมการค้าสำหรับนักลงทุนและธุรกิจ และงานสัปดาห์ภาพยนตร์เวียดนาม

นอกจากการนำเนื้อหาไปจัดแสดงในงานที่ดูไบแล้ว เวียดนามยังนำข้อมูลซึ่งนำเสนอจุดขายของประเทศเผยแพร่บนเว็บไซต์เวิลด์ เอ็กซ์โป ของเวียดนาม ซึ่งผู้คนทั่วโลกที่สนใจสามารถเข้าถึงและรู้จักเวียดนามได้แม้ไม่ได้เดินทางไปชมงาน

เนื้อหาตอนหนึ่งในหัวข้อ ‘Vietnam Now’ เขียนไว้ว่า “เมื่อการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจมีผลบังคับใช้ และได้เปิดพรมแดนออกสู่โลก เวียดนามกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มีอัตราการเติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก 8 แห่ง อาหารอันน่าทึ่ง รีสอร์ตที่ได้รับรางวัล และจุดหมายปลายทางที่ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก เวียดนามจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดด้วยตัวของมันเอง

“เวียดนามได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ระบบเศรษฐกิจเปิดกว้างที่สุดในโลก มีการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขยายและกระจายพอร์ตการส่งออกในฐานะผู้ผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กาแฟ และข้าวชั้นนำของโลก ในปี 2021 เวียดนามมีกำหนดจะขยายไปสู่การผลิตที่มีเทคโนโลยีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ การขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ผสมผสานกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของเวียดนาม ยังคงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของเวียดนาม” 

.

เพียงแค่เทียบจากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ในเว็บไซต์งานเวิลด์ เอ็กซ์โป ของสองประเทศ จะเห็นได้ว่า เวียดนามพูดถึงเรื่องโอกาสทางธุรกิจ-เศรษฐกิจมากกว่าไทย และพูดถึง ‘ปัจจุบัน’ กับ ‘อนาคต’ มากกว่าไทยที่ยังเน้นนำเสนอ ‘อดีต’ อีกทั้งสิ่งที่เวียดนามนำเสนอมีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าของไทยที่พูดถึงอนาคตแบบที่ยังเป็นนโยบาย-หลักการ ไม่มีตัวอย่างการปฏิบัติและความสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรม


อ้างอิง: expo2020dubai.com, expo2020dubaithailand.com, thairath.co.th, thaigov.go.th, thaigov.go.th, vietnamexpo2020dubai.com

ภาพ: depa.or.th, expo2020dubaithailand.com, vietnamexpo2020dubai.com


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งนภา พิมมะศรี
กองบรรณาธิการสายเศรษฐกิจ ไทยรัฐพลัส

Follow