Humberger Menu

ประชาชนได้อะไรจากการที่นายกฯ ลงพื้นที่น้ำท่วม ?

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ตรีนุช อิงคุทานนท์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์


อิทธิพลจากพายุโซนร้อน ‘เตี้ยนหมู่’ ทำให้เกิดมรสุมหนักจนหลายจังหวัดประสบอุทกภัย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายพื้นที่ไฟดับยาวนาน น้ำทะลักเข้าตามบ้านเรือน บางคนอพยพข้าวของทัน บางคนขนของไม่ทันต้องทิ้งของให้จมน้ำ แล้วพาตัวเองไปหลบบนหลังคารอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

พายุลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องเร่งแก้ปัญหาและลงพื้นที่พบปะผู้เดือดร้อน 

การลงพื้นที่พบปะประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมของนายกรัฐมนตรี ดูเหมือนจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลายไปเสียแล้ว โดยเฉพาะการลงพื้นที่ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ที่ทำให้เกิดวลี น้ำท่วมคือภัยธรรมชาติ ทำอะไรไม่ได้ ขอให้ประชาชนสวดมนต์ไล่พายุ ไหนจะการเล่นมุกตลกคุยกับวัว มุกสั่งเอาคนไปฆ่าทิ้ง และการบอกให้ประชาชนต้องปรับตัวเพื่ออยู่กับภัยพิบัติให้ได้ด้วยการสร้างบ้านสองชั้น หรือย้ายไปอยู่ที่สูง ฯลฯ

ไม่เพียงเท่านั้น การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ ทำให้หน่วยราชการท้องถิ่นต้องวางงานทุกอย่างลงชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวรอต้อนรับนายกฯ หรือดังที่สังคมบางส่วนตั้งคำถามว่า การที่นายกฯ มาดูสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า แจกถุงยังชีพแล้วกลับบ้าน ยังเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการจะเห็นจากผู้นำประเทศหรือไม่


วลีเด็ดมากมายที่ได้จากไปเยือนสุโขทัย

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดสุโขทัยเพื่อพบปะประชาชน 

มีรายละเอียดออกมาว่า ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน นายกฯ สำรวจภาพกว้างสถานการณ์น้ำที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ และหารือกับพลเอกอนุพงษ์ เรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลเก็บภาพขณะทั้งสองคนหารือกันไว้ 

เมื่อคณะนายกฯ มาถึง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เช่น ส.ส.สุโขทัย ส.ส. ในเขตกรุงเทพฯ และ ส.ส.จากภาคใต้ รอต้อนรับรวมแล้วเกือบ 30 คน นอกเหนือจากรูปถ่ายบนเครื่องบินกับจำนวนคณะ ส.ส. ที่มารอต้อนรับแล้ว อีกสิ่งที่น่าสนใจของงานนี้ คือท่าทีและสุนทรพจน์ของพลเอกประยุทธ์ที่พูดกับประชาชน

ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้มีเพียงแค่ตรงนี้ วันนี้พายุเข้ามาหนึ่งลูก ปี 2563 พายุเข้ามา 5 ลูก นี่ลูกเดียว จึงขอให้ช่วยกันสวดมนต์หน่อย อย่ามาอีกเลย ลูกเดียวก็พอแล้ว

share

นายกรัฐมนตรียังกล่าวให้ทุกคนต้องช่วยกันคิดว่า วันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร ก่อนเอ่ยถึงการปลูกบ้านที่อาจต้องปลูกแบบสองชั้น หรือให้ขยับขยายไปยังที่สูงขึ้น และจบบทสนทนาว่า รู้ว่าสิ่งที่ตนพูดไปนั้นทำตามได้ยาก แต่ก็น่าจะทำให้มีทิศทางที่ดีขึ้น 

เหมือนกับว่าผู้นำประเทศพยายามสร้างความรู้สึกเป็นกันเองกับประชาชน มีช่วงหนึ่งที่กำลังอ่านโพยขอบคุณชาวบ้าน และโพยที่เขียนอาจผิดพลาดจาก ‘ตำบลบ้านซ่าน’ เป็น ‘บ้วนซ้าน’ เมื่อนายกฯ อ่านข้อความผิด ประชาชนจึงทักท้วง พลเอกประยุทธ์เลยพูดแซวคนเขียนสคริปต์แผ่นนี้ว่า 

ใครเขียนภาษามาแบบนี้ เอาไปฆ่าทิ้ง

share

จากนั้นนายกฯ ให้ ส.ส. กว่า 30 คนที่ร่วมลงพื้นที่ ออกมาแนะนำตัวทีละคน ขณะที่ประชาชนที่นั่งฟังต่างมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเงียบเชียบ จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับนายกฯ และมีช่วงหนึ่งระหว่างลงพื้นที่ พลเอกประยุทธ์บนท้ายรถกระบะ โบกมือให้ประชาชนที่น้ำท่วมบ้านแล้วพูดว่า 

"น้ำเป็นธรรมชาติ เดี๋ยวมาก็ไป เดี๋ยวแก้กันไป สบายดีมั้ยจ๊ะ”

หลังพูดคุยกับประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายกฯ ยังได้พูดคุยกับวัวในโครงการโคล้านตัว ด้วยการหันไปหาวัวตัวหนึ่งที่อยู่ในคอก สะกิดแล้วถามว่า “เห็นด้วยไหมๆ” คล้ายกับเป็นการปล่อยมุกตลกหวังสร้างรอยยิ้มให้ผู้คน

ในวันเดียวกัน วาสนา นาน่วม ลงรูปพลเอกประยุทธ์ผัดข้าวแจกประชาชนพร้อมข้อความว่า ‘มาตรวจน้ำท่วม ก็ต้องมี ช็อต จับตะหลิว ยืนหน้ากระทะ ทำกับข้าว รถครัวสนาม แจกชาวสุโขทัย นายกฯ บิ๊กตู่ เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ทำได้ทุกอย่าง’ 


อารมณ์ขันที่ผู้คนอาจไม่ขำขันด้วย 

การพูดคุยกับวัวหรือบอกให้ชาวบ้านที่ประสบภัยสวดมนต์ ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากล้อเลียนการกระทำของพลเอกประยุทธ์ บางคนลงคลิปวัดน้ำท่วมและตั้งคำถามในโซเชียลฯ ว่า “ขนาดพระที่สวดมนต์ทุกวัน น้ำก็ท่วมวัดหมดแล้ว” หลายเพจนำเรื่องสวดมนต์ไปแซวกันยกใหญ่ ประชาชนจำนวนมากถกเถียงกันว่าการสวดมนต์จะช่วยให้ผู้คนพ้นภัยได้หรือไม่ 

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 ชาวเน็ตบางส่วนคอมเมนต์ถาม พระมหาไพรวัลย์ วรวณโณ ขณะที่ไลฟ์อยู่ในเพจตัวเอง “มีบทสวดมนต์บทไหนไล่พายุได้บ้าง” พระมหาไพรวัลย์จึงตอบคอมเมนต์ดังกล่าว

 ไล่พายุไม่ได้ ไล่อย่างอื่นได้ไหม สภาพ จะไปสวดมนต์อย่างไรเพราะวัดยังน้ำท่วมเลย ล่าสุดหลวงพ่อพายเรือแล้ว 1 น้ำท่วมหลังคาโบสถ์ วัดยังน้ำท่วม เอาอะไรมาสวดมนต์

share

ชาวชัยภูมิคนหนึ่งออกมานั่งหน้าบ้านที่น้ำท่วมเต็มถนน พร้อมไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียง เขาเริ่มสวดมนต์ให้ทั้งชุมชนได้ยิน เมื่อสวดจบจึงพูดปิดท้ายว่า “สิ่งใดที่ท่านนายกฯ พูดไว้ สวดมนต์แล้วน้ำมันลด ก็ขอให้แหกตาเบิ่งเถอะว่าสวดแล้วมันลดบ่” และลงคลิปในแอปพลิเคชัน TikTok 

มีครั้งหนึ่งที่สำนักข่าวลงพื้นที่น้ำท่วมที่ชัยภูมิ มีประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวสวดมนต์กลางน้ำท่วม เมื่อนักข่าวเดินเข้าไปถามว่ากำลังทำอะไร ประชาชนบอกว่า สวดมนต์ตามที่นายกฯ บอก แต่น้ำก็ไม่หายท่วมเสียที 

ประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ อัดคลิปตัวเองนั่งสวดมนต์อยู่หน้าบ้าน ขณะที่นั่งอยู่ น้ำก็ท่วมเกือบครึ่งตัว ส่วนด้านหลังเป็นกระสอบกันน้ำเข้าบ้านแต่ก็กั้นน้ำไม่ได้อยู่ดี นอกจากนี้ยังมีศิลปินชื่อ อาร์ม เจินเจินน้อยร้อยเสียง ทำคลิปเพลงสวดมนต์ไล่พายุใน Tiktok ที่มีคำบรรยายว่า ‘ชวนคนไทย สวดมนต์ไล่พายุ โดนใจคนไทยทั้งประเทศอีกแล้ว’ ตอนนี้มียอดเข้าชมมากกว่า 2.3 ล้านครั้ง

แง่การคุยกับวัว ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่ามีนักการเมืองหลายท่านออกมาเสียดสีที่นายกฯ คุยกับวัว แต่ในความจริงเกษตรกรส่วนใหญ่ที่เลี้ยงสัตว์ คุยกับสัตว์ตัวเองเหมือนกัน


นายกฯ ลงพื้นที่อีกครั้ง ณ ชัยภูมิ

วันพุธที่ 29 กันยายน 2564 ถึงกำหนดการที่นายกฯ จะต้องลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ การเดินทางครั้งนี้มีคณะรัฐมนตรีหลายคน รวมถึง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐร่วมด้วย สิ่งน่าสนใจคือ การจัดงานต้อนรับผู้นำประเทศ ที่มีการกล่าวเปิดงาน มีลำดับขั้นตอนหลายชั้น ก่อนเชิญนายกฯ ขึ้นพูดบนโพเดียม

เมื่อเปิดงานเสร็จเรียบร้อย ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า พลเอกประยุทธ์และคณะ เดินทางไปยังวัดชัยชนะวิหาร ตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วยการแจกถุงยังชีพให้กับประชาชน ก่อนกล่าวกับชาวบ้านว่า วันนี้มาด้วยความจริงใจ สั่งทุกหน่วยงานให้รีบแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว โดยวันนี้ยังได้เอาแรงใจมาฝากทุกคนด้วย ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนทุกคนปลอดภัย ตบท้ายด้วยการพูดภาษาอีสานว่า

"ไผยังไม่ได้ถุงยังชีพบ้าง ความทุกข์ ความโศก โรคภัยมันมาเดี๋ยวมันก็ไป ต้องอยู่กับมันให้ได้ เดี๋ยวจะแก้ปัญหาหนี้สินให้”

วันนี้ พลเอกประยุทธ์ใส่รองเท้าบูตลุยน้ำแล้ว ไม่เหมือนกับครั้งที่ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องสุโขทัยด้วยการนั่งเรือท้องแบน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าต้องลงพื้นที่เพื่อมาดูของจริง จะได้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้เกิดทั่วทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่โลกกำลังมีปัญหา โลกกำลังแจ้งเตือนเราว่ากำลังใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง ส่วนเรื่องการเยียวยาก็มีมาตรการเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ได้เร่งให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 30 จังหวัด เร่งสำรวจพื้นที่โดยเร็วที่สุด และย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า “ฉันกังวลมากกว่าเธอ” 

แน่นอนหรือไม่แน่นอน ผมก็ถามฟ้าไม่ได้ว่าแน่เปล่า ด้วยสภาพอากาศของโลก ต้องดูตรงโน้นว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ 

เราควบคุมไม่ได้ เราจะอยู่กับเขาได้อย่างไร เท่านั้นแหละ เราต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง ผมโทษใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่นี่แหละคือประเทศไทย ก็ต้องแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ

share


ทุกการกระทำของผู้นำย่อมส่งผลต่อผู้คน

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า ภาพนายกฯ หารือปัญหาน้ำท่วมบนเครื่องบิน ถูกส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยข้อสังเกตว่า ในตอนนั้นพลเอกประยุทธ์กำลังชี้อะไรบนแผนที่กระดาษกันแน่   

ส่วนเรื่องการจับตะหลิวผัดข้าว ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ไล่เรียงถึงบทบาทหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เมื่อประเทศเผชิญกับวิกฤติ สิ่งที่ผู้นำควรทำคืออะไร มีการเอ่ยถึงความเหมาะสมและกาลเทศะ เพราะจริงๆ แล้วในจังหวัดต่างๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ด้านงานครัวหรือมีอาสาหลายคนทำหน้าที่ผัดอาหารแจกประชาชนอยู่แล้ว นายกฯ ควรเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างการสร้างขวัญกำลังใจ แสดงความมุ่งมั่น เร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ดีกว่าการลงมือผัดข้าวด้วยตัวเองหรือไม่ 

มีคลิปเหตุการณ์หนึ่งถูกแชร์ไปทั่วโซเชียล โดยเฉพาะทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก เมื่อมีหญิงวัยกลางคนเดินทางมายังเทศบาลชัยภูมิ เธอเล่าว่า ติดอยู่ในบ้านหลายวัน ไม่มีใครนำอาหารเข้าไปแจกจ่าย เมื่อทนความหิวไม่ไหวจึงพาลูกๆ ลุยน้ำมาถึงเทศบาลเพื่อขอข้าวกิน เธอเล่าว่าทีมงาน (ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นอาสาหรือข้าราชการ) ที่กำลังผัดข้าวอยู่ตรงใต้ถุนเทศบาล แจ้งว่ายังแจกข้าวไม่ได้ ต้องรอให้นายกฯ เดินทางมาถึงก่อน 

คลิปดังกล่าวมียอดชมมากกว่า 660,000 ครั้ง คอมเมนต์ส่วนใหญ่ตั้งคำถามกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่ถึงหน้าที่ของการทำงาน ถ้างานหลักที่แท้จริงคือการช่วยเหลือประชาชน แล้วทำไมประชาชนที่กำลังหิวโหยจำต้องรอการมาถึงของนายกฯ เสียก่อนจึงจะได้กินข้าว ลามไปยังการถามถึงการจัดงานต้อนรับนายกฯ ตามจังหวัดต่างๆ ก่อนหน้านี้ ที่ต้องมีพิธีเปิดงานทางการ ขณะที่ยังมีชาวบ้านอีกมากติดอยู่ตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม

ระหว่างการเยี่ยมเยียนประชาชน มีทั้งคนที่รอต้อนรับนายกฯ ด้วยรอยยิ้ม และมีผู้คนที่ตะโกนขับไล่ไสส่ง แต่ประเด็นในชัยภูมิเกี่ยวกับน้ำท่วมและนายกฯ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อหญิงสาวเพิ่งผ่าคลอดได้ 3 วัน โพสต์ข้อความตัดพ้อบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนแท็กไปยังเฟซบุ๊กเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha เพราะเธอต้องออกจากโรงพยาบาลด้วยสภาพทุลักทุเล นั่งอุ้มลูกเล็กอยู่ในสระน้ำเป่าลม และให้คนรู้จักดันสระยางไปตามกระแสน้ำเพื่อกลับบ้าน ซ้ำยังถูก รปภ. ต่อว่า เพราะต้องเคลียร์เส้นทางต้อนรับนายกฯ 

 ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมานั่งเสียน้ำตาออกทีวี ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเสียน้ำตาให้รัฐบาลชุดนี้ ไม่คิดว่าวันที่ลูกออกจากโรงพยาบาลต้องมาร้องไห้ ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด

การที่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงพื้นที่มาทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ คุณจะมาทำให้คนป่วย หรือแม้กระทั่งประชาชนปกติทั่วไปเดือดร้อนไม่ได้ เพราะตอนนี้จังหวัดชัยภูมิก็ประสบปัญหามากๆ แล้ว มาแล้วท่านช่วยได้จริงหรือ

share

หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายกรัฐมนตรีในหลายด้าน ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงข่าวยืนยันว่า การเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ของนายกฯ ไม่มีการจัดฉากใดๆ ทั้งสิ้น แต่ไปเพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ด้วยตัวเอง จะได้สั่งการให้เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและรวดเร็ว และปฏิเสธว่านายกฯ ไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อฉวยโอกาสหาเสียง 

โฆษกยังกล่าวถึงมาตรการเยียวยา ตอนนี้นายกรัฐมนตรีได้เร่งให้กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 30 จังหวัดที่น้ำท่วมเร่งลงพื้นที่ ส่วนสถานการณ์น้ำ ณ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้สั่งการให้เร่งติดตามว่าสามารถให้น้ำออกทางด้านข้างได้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการระบายน้ำ 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยตั้งเป้าไว้ว่าไม่ให้เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากมีพายุมาอีกลูก แต่จะมีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว 

กรมชลประทานได้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ พร่องน้ำ และบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ ระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม สื่อสารกับประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน รวมทั้งเร่งระบายน้ำโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนนานกว่านี้


การต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งที่นนทบุรี

วันพฤหัสที่ 30 กันยายน 2564 นายกฯ ลงพื้นที่นนทบุรี ในวันดังกล่าวมีเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นหลายอย่าง เวลาประมาณบ่ายโมง มีทวีตหนึ่งถูกรีทวีตมากกว่าหมื่นครั้ง โดยทวีตดังกล่าวเขียนว่า ‘ด่วน!! มีประชาชนถูกอุ้มเพียงแค่เขาชูป้ายข้อความว่า สวดมนต์ไล่ -ึง ก่อนเลยคนแรก’ พร้อมคลิปชายถูกเจ้าหน้าที่ 4 คน อุ้มชายคนหนึ่งออกไปจากพื้นที่ 

แรกเริ่มกำหนดการเดิมของม็อบทะลุฟ้า ระบุว่าจะจัดการชุมนุมบริเวณแยกนางเลิ้งเพื่อเคลื่อนตัวไปยังทำเนียบรัฐบาล ก่อนประกาศใหม่ภายหลังว่าเป็นการแกง โดยทะลุฟ้าไปชุมนุมที่นนทบุรีเพื่อรอต้อนรับพลเอกประยุทธ์ที่จะไปแจงถุงยังชีพ ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ตรงวงเวียนหอนาฬิกาท่าน้ำนนท์ ท่ามกลางการเข้าควบคุมพื้นที่ของตำรวจควบคุมฝูงชน 

ระหว่างรอนายกรัฐมนตรี มีมวลชนจุดธูปหนึ่งกำมือสวดมนต์ไล่นายกฯ ก่อนความตึงเครียดในพื้นที่จะเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนพยายามไล่รถตำรวจที่เข้ามายังพื้นที่ปักหลัก และเกือบเกิดเหตุวิวาทระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีรายงานว่า ตำรวจยศผู้กำกับนายหนึ่งต่อว่าชายอีกคนด้วยคำหยาบคาย ผู้ชุมนุมคนนั้นจึงเดินเข้าไปจับตัวและตบศีรษะเบาๆ จนทำให้ตำรวจนายนั้นโต้ตอบด้วยการผลักอก จนมวลชนและตำรวจนายอื่นๆ ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

หลังจากนั้นไม่นาน ป้ายต้อนรับนายกฯ ที่จังหวัดทำเตรียมไว้ถูกสาดสีจนเละ สุดท้ายทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกกำหนดการเดิมที่จะเทียบท่าบริเวณท่าน้ำนนท์ เปลี่ยนไปขึ้นที่ท่าพิบูลสงคราม 4 ที่เป็นจุดแจกถุงยังชีพแทน

นอกจากชาวนนทบุรีที่รวมกลุ่มกับทะลุฟ้า มีประชาชนอีกกลุ่มรวมตัวรอต้อนรับนายกฯ เช่นกัน มีการเขียนป้ายให้กำลังใจ “ลุงตู่อยู่ต่อ” “ลุงตู่อยู่ยาวๆ” มีชาวบ้านเดินเข้ามาอวยพร ขอจับมือกับนายกฯ ส่วนพลเอกประยุทธ์ ทำมือแจกมินิฮาร์ตไปตลอดทาง 

ระหว่างอยู่บนเรือ พลเอกประยุทธ์ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนถึงงานของรัฐบาล วันนี้ลงพื้นที่มาก็ไม่ได้ดูแค่เรื่องเดียว แต่ดูทุกเรื่อง ให้ทุกคนช่วยกันเก็บผักตบ กำจัดขยะ อย่ารอให้เจ้าหน้าที่ทำอย่างเดียว และขอให้ดูในสิ่งดีๆ บ้าง อย่าเอาแต่จับผิด


ประชาชนได้อะไรจากการลงพื้นที่น้ำท่วมของนายกฯ ?

เมื่อถามว่านอกจากถุงยังชีพ ประชาชนได้อะไรจากนายกรัฐมนตรี คงต้องกล่าวว่า มวลชนได้คำหวานและการพูดที่ดูเป็นกันเอง แต่ในแง่การรับมือวิกฤติอาจยังไม่เห็นภาพชัดเจนมากนัก นอกเสียจากการยืนยันให้ประชาชนปรับตัว ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมให้ได้ กับการรับปากว่าจะแก้ทุกปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อน

การพบปะผู้คนที่เดือดร้อนตามจังหวัดต่างๆ ยังแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศหลากหลาย โดยเฉพาะความตึงเครียดหดหู่ของประชาชน ความเครียดเรื่องโควิด-19 ปัญหาน้ำท่วม และการทำงานของรัฐบาลที่หลายฝ่ายอาจตัดสินได้ว่า ‘ยังไม่ดีพอ’ ส่งผลให้มวลความเครียดและความโกรธของประชาชนสะท้อนออกมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งการด่าทอตรงๆ การเล่นมุกตลกร้ายจิกกัด หรือรวมกลุ่มรอประท้วงใหญ่ เพื่อส่งเสียงไปถึงผู้นำประเทศ 

หากลองมองดีๆ จะเห็นว่าศรัทธาต่อตัวผู้นำของคนไทยและระบบราชการไทย อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงจนใกล้วิกฤติ เมื่อปัญหาถาโถม แต่รัฐบาลมิอาจสร้างความเชื่อมั่นว่าจะรับมือกับปัญหาได้ถูกที่ถูกวิธี ขณะที่พิธีรีตองที่พบบ่อยในระบบราชการ ยังคงมีให้เห็นเกลื่อนกลาดทั้งที่อยู่ในเวลาฉุกเฉินเร่งด่วน เสียงก่นด่าของผู้เดือดร้อนอาจเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ได้รับในตอนนี้ 

และดูเหมือนว่านายกฯ จะยังคงใช้วิธีแจกความรักกับผู้ประสบอุทกภัยต่อไปจนกว่าน้ำที่ท่วมสูงจะลดระดับลง 

“รักทุกคนเชื่อใจฉันสิ” 


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ตรีนุช อิงคุทานนท์
กองบรรณาธิการสายสังคม-การเมือง ไทยรัฐพลัส ผู้สนใจใน 'คนเท่ากัน เฟมินิสต์ และสิทธิของผู้หลากหลายทางเพศ'

Follow