Humberger Menu

สถาปัตยกรรมร่วมสมัย วัดพระธรรมกายแห่งนิวคาสเซิล

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
สุริยะ ครุฑพันธุ์
LineCopy

LATEST

+
‘สิทธิที่จะตาย’ มีจริงไหม? ผู้ป่วยชาวโคลอมเบีย ถูกระงับการการุณยฆาต ก่อนเวลานัดไม่กี่ชั่วโมง
Summary
  • ในประวัติศาสตร์มนุษย์ สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่มักมีรากมาจากความเชื่อและศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพีระมิดอียิปต์ วิหารเทพเจ้ากรีก โบสถ์คริสต์ มัสยิด และวัด
  • การเปลี่ยนฟังก์ชันสถาปัตยกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ และก็ไม่แปลกหากเป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนา เช่น วิหารเซนต์โซเฟียในอิสตันบูล ก็กลายมาเป็นฮาเจียโซเฟียในศาสนาอิสลาม
  • วัดพระธรรมกายที่นิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ เคยเป็นโบสถ์คริสต์อายุกว่าศตวรรษ บวกกับส่วนต่อขยายสไตล์มินิมัลลิสต์ ซึ่งผิดไปจากวัดพุทธตามขนบเดิมอย่างมาก


‘สถาปัตยกรรม’ เป็นตัวแทนของความเชื่อของมนุษย์ สังเกตได้ว่าสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ล้วนเป็นอาคารที่เกี่ยวกับศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพีระมิดของชาวอียิปต์โบราณ หรือวิหารแพนธีออนของโรมัน ดูเหมือนว่ายิ่งมนุษย์มีความศรัทธามากเท่าไร สถาปัตยกรรมก็ยิ่งใหญ่อลังการเท่านั้น 

นอกจากนี้อาคารทางศาสนามักมีรูปแบบเฉพาะตัว การออกแบบรูปทรง สีสัน และสเปซของอาคาร แปรผันตามความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป นั่นคือเหตุผลที่โบสถ์คริสต์จึงต่างกับโบสถ์พุทธ หรือวิหารฮินดูมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกับมัสยิด 

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ รูปแบบของอาคารทางศาสนาก็เปลี่ยนแปลงตามบริบทของเทคโนโลยีและสังคม ตัวอย่างเช่น วิหารน้อย Ronchamp ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสวิส เลอ คอร์บูซิเออร์ (Le Corbusier) เลือกใช้วัสดุคอนกรีตและรูปทรงที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณสมัยใหม่ (modernity) 

สำหรับสถาปัตยกรรมในศาสนาพุทธในประเทศไทย แม้จะมีความเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนใหญ่ยังคงยึดรูปแบบตามจารีต เช่น ใช้หลังคาทรงจั่ว ประดับช่อฟ้าใบระกาแบบดั้งเดิม

ทว่าวัดพระธรรมกายในเมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ นำเสนอวัดในรูปแบบที่ฉีกแนวออกจากวัดไทยแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่การเลือกที่เปลี่ยนโบสถ์คริสต์ร้างให้เป็นที่ตั้งของวัดธรรมกายแห่งใหม่ และที่น่าตื่นตาคือ อาคารส่วนต่อเติม ‘รัตนวิหารพระมงคลเทพมุนีฯ’ เป็นอาคารกระจกทรงกล่องสไตล์มินิมัลลิสต์ วางตัวอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมโกธิคแบบอังกฤษ


โบสถ์เซนต์แอนดรูว์ 

 

อาคารแห่งนี้เดิมคือ โบสถ์เซนต์แอนดรูว์ (St. Andrew Church) โบสถ์ในคริสต์ศาสนาอายุ 150 ปี สร้างขึ้นโดย แอนดรูว์ เลสลี (Andrew Leslie) เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมชาวสก็อต ที่พาชาวสก็อตจำนวนมากย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในเมืองเฮบเบิร์น ราวกลางศตวรรษที่ 19  ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเฟื่องฟูจากธุรกิจต่อเรือ หลังจากที่ แอนดรูว์ เลสลี เสียชีวิตลง เศรษฐกิจของเมืองจึงซบเซา ทำให้โบสถ์ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี

คณะกรรมการเมืองเฮบเบิร์นมีแผนปรับเปลี่ยนอาคารเพื่อทำประโยชน์อื่นๆ เคยมีผู้นำเสนอแผน อาทิ เปลี่ยนเป็นโรงเบียร์ สตูดิโอบันทึกเสียง ฯลฯ แต่ในที่สุดทางเมืองก็ประกาศขายให้กับทางวัดพระธรรมกายในปี 2013 

พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล ผู้บุกเบิกการสร้างวัดแห่งนี้ เล่าว่า ขณะนั้นกำลังมองหาพื้นที่สำหรับทำวัดพระธรรมกาย ประจวบเหมาะกับเมืองต้องการขายโบสถ์หลังนี้พอดี ด้วยเพราะเป็นโบสถ์เก่าแก่ เลยทำให้ราคาถูกกว่าบ้าน หรืออาคารพาณิชย์ทั่วไป ทางวัดจึงตัดสินใจเลือกโบสถ์แห่งนี้เป็นวัดพระธรรมกายแห่งใหม่ประจำเมืองนิวคาสเซิล



การปรับปรุงหรือต่อเติมอาคารอนุรักษ์ในประเทศอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย เล่าว่า การทำต่อเติมอาคารสามารถทำได้สองวิธี คือ หนึ่ง ต่อเติมให้มีรูปแบบเหมือนเดิม ใช้วัสดุและวิธีก่อสร้างแบบเก่า กับสอง คือ ทำให้แตกต่าง แต่ยังดูกลมกลืน ไม่ดูขัดแย้ง จึงเลือกแนวทางที่สอง เหตุผลส่วนหนึ่งคือ การสร้างด้วยวัสดุแบบดั้งเดิมนั้นราคาสูง

ด้วยเพราะร่ำเรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม ก่อนจะบวชเป็นพระภิกษุ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล ศึกษาการบูรณะวิธีการต่อเติมอาคารเก่าในประเทศอังกฤษ โดยวิธีการหนึ่งคือ การใช้โครงสร้างเหล็กและกระจกที่กลมกลืนไปกับอาคารเก่า 

"อาคารหลังนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค รูปแบบ Church of Scotland มีทาวเวอร์สูง ต่างจาก Church of England ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนิน จึงได้ยกให้ตัวอาคารให้มีสองชั้น โดยชั้นบนเป็นเรือนกระจก เป็นที่ตั้งรูปปั้นหลวงปู่วัดปากน้ำ เพื่อให้ชุมชนที่อยู่รอบๆ มองผ่านกล่องกระจก ส่วนชั้นล่าง เป็นพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์" เจ้าอาวาสกล่าวถึงแนวคิดที่มอบหมายให้สถาปนิกออกแบบ "ต้องการให้สถาปัตยกรรมมีรูปแบบไร้กาลเวลา เหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้า"

ส่วนต่อขยาย ออกแบบโดย Plan Architect

 


วัดพระธรรมกายในเมืองนิวคาสเซิลแห่งนี้ เป็นทั้งศาสนสถานประกอบกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศูนย์วิปัสสนา เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรมนั่งสมาธิ ฟังธรรม ทุกสุดสัปดาห์

การเปลี่ยนรูปแบบการใช้อาคารทางศาสนาไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดประวัติศาสตร์ วิหารเฮเจียโซเฟีย (Hagia Sophia) ในเมืองอิสตันบูล เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสนสถานของชาวคริสต์ ก่อนเปลี่ยนเป็นมัสยิดในศาสนาอิสลาม ส่วนวิหารแพนธีออนในกรุงโรม เดิมทีเป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวโรมัน ก่อนจะถูกใช้เป็นโบสถ์ตามความเชื่อของชาวคริสต์

การนำเสนองานออกแบบวัดในรูปแบบใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบคิดเดิมๆ  ตามแนวคิดของวัดพระธรรมกาย มีเสียงสะท้อนหลากหลายทั้ง "ฉีกแนวแบบสุดๆ" "ท้าทายแนวคิดอนุรักษนิยม" ไปจนถึง "เหมือนแอปเปิลสโตร์"  

คำถามคือ ถ้าร้านแอปเปิลสโตร์ (ที่มักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นมหาวิหารแห่งโลกทุนนิยม) ใช้สุดยอดสถาปนิกอย่าง นอร์แมร ฟอร์สเตอร์ (Norman Foster) มาออกแบบเพื่อดึงดูดผู้บริโภค แล้วทำไมวัดจะจูงใจคนให้เข้าหาพุทธศาสนาด้วยงานดีไซน์ร่วมสมัยบ้างไม่ได้?


อ้างอิง: chroniclelive.co.uk

ข้อมูลและภาพประกอบ: WatPhraDhammakayaNewcastle

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
สุริยะ ครุฑพันธุ์
ดีไซเนอร์ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียนและบรรณาธิการ สนใจด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และงานออกแบบ ปัจจุบันเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ บริษัท อามิน บาบา

Follow