Humberger Menu

ถ้า ‘ทำงานทางไกล’ ได้ ทำไมยังต้องอยู่ในเมืองหลวง

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
วิทย์ บุญ
LineCopy

LATEST

+
‘สิทธิที่จะตาย’ มีจริงไหม? ผู้ป่วยชาวโคลอมเบีย ถูกระงับการการุณยฆาต ก่อนเวลานัดไม่กี่ชั่วโมง
Summary
  • 'Remote Working' หรือ 'การทำงานทางไกล' เป็นรูปแบบการทำงานที่เริ่มนำมาใช้กันมากขึ้น การทำงานลักษณะนี้จะอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน ร้านกาแฟ, Co-Working Space หรือที่ใดๆ ก็ได้ โดยยึดเอาผลงานเป็นหลัก มากกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ
  • ‘ท้องถิ่น’ ในหลายประเทศ พยายามดึงดูด ‘คนทำงานทางไกล’ ไปสู่พื้นที่ของตนมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ รัฐบาลในบางประเทศก็ทุ่มงบประมาณอุดหนุนเพื่อส่งเสริมให้คนทำงานกระจายตัวออกไปยังพื้นที่ชนบทด้วย
  • ญี่ปุ่นก็พยายามสนับสนุนการทำงานทางไกลจากพื้นที่ชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวในโตเกียว โดยมีทั้งเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่นดึงดูดบริษัทเอกชนให้เข้าไปเปิดกิจการในท้องถิ่น รวมทั้งให้เงินอุดหนุนคนทำงานทางไกลที่ย้ายออกจากโตเกียว
  • ที่สหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ได้เผชิญกับปัญหาการกระจุกตัวของประชากรเท่ากับญี่ปุ่น แต่หลายรัฐก็แข่งขันแย่งตัวคนทำงานทางไกลที่มีทักษะและความสามารถในยุคดิจิทัลกันอย่างดุเดือด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้สูง ให้เข้ามาอยู่อาศัยระยะยาว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่นในรัฐนั้นๆ

'Remote Working' หรือ 'การทำงานที่ไหนก็ได้' หรือ 'การทำงานทางไกล' เป็นรูปแบบการทำงานที่ปัจจุบันมีบริษัทหลายแห่งทั่วโลกเริ่มนำมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี การทำงานในลักษณะนี้ จะอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน ร้านกาแฟ โคเวิร์กกิงสเปซ หรือที่ใดๆ ก็ได้ โดยยึดเอาผลงานเป็นหลัก มากกว่าการต้องไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศ

‘ท้องถิ่น’ ในหลายๆ ประเทศ ก็งัดแรงจูงใจออกมาดึงดูดคนทำงานทางไกลให้ไปอาศัยในพื้นที่ของตนมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลในบางประเทศยังทุ่มงบประมาณอุดหนุนเพื่อส่งเสริมการกระจายตัวของคนทำงานเหล่านี้ออกไปยังพื้นที่ชนบทด้วย 

ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอนำเสนอตัวอย่างที่ ‘ญี่ปุ่น’ และ ‘สหรัฐอเมริกา’ 


‘ญี่ปุ่น’ กระจายความแออัดออกจากเมืองใหญ่ - หนึ่งในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

สหประชาชาติ (UN) เคยประมาณการณ์ตัวเลขเอาไว้ในปี 2015 ว่า ประชากรญี่ปุ่น 29 เปอร์เซ็นต์ กระจุกตัวอยู่ในมหานครโตเกียว ซึ่งหากเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆ พบว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก โดยที่ลอนดอนมีเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ นิวยอร์ก 6 เปอร์เซ็นต์ และเซี่ยงไฮ้ มีสัดส่วนแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อประชากรทั้งประเทศ

หลายปีมานี้ รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามสนับสนุนการทำงานทางไกลจากพื้นที่ชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวของธุรกิจและประชากรในโตเกียว รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เงินอุดหนุนส่วนหนึ่งจะให้ท้องถิ่นไว้ใช้เพื่อการดึงดูดบริษัทเอกชนต่างๆ ให้เข้าไปตั้งสาขา ย้ายสำนักงาน หรือเปิดกิจการใหม่ในท้องถิ่นนั้นๆ 

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2020 รัฐบาลญี่ปุ่นให้เงินอุดหนุนคนทำงานที่สามารถทำงานทางไกลได้ ย้ายถิ่นออกจากโตเกียวไปยังพื้นที่ชนบท โดยเงินอุดหนุนนี้จะให้สูงสุดถึง 1 ล้านเยน (ประมาณ 3 แสนบาท) ต่อคน นอกจากนี้ ยังให้เงินอุดหนุนผู้ที่จัดตั้งธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ ในเขตชนบท สูงสุดถึง 3 ล้านเยน (ประมาณ 9 แสนบาท) ต่อรายเลยทีเดียว

ท้องถิ่นหลายแห่งในญี่ปุ่นต่างมีข้อเสนอให้ภาคธุรกิจย้ายสำนักงานจากเมืองใหญ่ไปยังเมืองและหมู่บ้านของพวกเขา ตัวอย่างเช่นที่เมือง ‘ชิซูโอกะ’ ได้นำเสนอแคมเปญกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ในโตเกียวและปริมณฑลย้ายเข้ามา ด้วยการเชิญชวนให้ผู้คนทดลองใช้งานระบบทำงานทางไกลเป็นเวลาหนึ่งวัน โดยท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ล่าสุดในปีงบประมาณ 2021 รัฐบาลญี่ปุ่นยังจัดสรรงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 4,500 ล้านบาท) อุดหนุนแก่ท้องถิ่นที่มีนโยบายดึงดูดคนทำงานทางไกลและภาคธุรกิจให้เข้าไปในพื้นที่ของตนเองอีกด้วย


ในสหรัฐฯ หลายรัฐแข่งขันกันออกนโยบายจูงใจคนทำงานทางไกล หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ในสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ได้เจอปัญหาการกระจุกตัวของประชากรในเมืองใหญ่เท่ากับญี่ปุ่น แต่หลายรัฐก็แข่งขันกันอย่างดุเดือด แย่งตัวคนทำงานทางไกลที่มีทักษะและความสามารถในยุคดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้สูง ให้เข้ามาอยู่อาศัยระยะยาว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่นในรัฐนั้นๆ

รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ตั้งเป้าที่จะเป็น 'สวรรค์สำหรับคนทำงานทางไกล' มีโครงการ ‘Ascend WV’ ที่มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดคนทำงานทางไกลที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ให้เข้ามาอาศัยอยู่ในเขตชนบทของรัฐ ด้วยสิ่งจูงใจเป็นเงินสดและคูปองสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับเงินสด 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 375,000 บาท) รวมทั้งคูปองสำหรับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เช่น การล่องแก่ง รวมทั้งการเล่นกอล์ฟ เป็นต้น

รัฐโอกลาโฮมา สภานิติบัญญัติของรัฐมีมติเห็นชอบ 'พระราชบัญญัติส่งเสริมงานทางไกล' (Remote Quality Jobs Incentive Act) กฎหมายฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จ้างคนทำงานทางไกลให้เข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ ที่ ‘ทัลซา’ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐโอกลาโฮมา ยังมีนโยบายจูงใจคนทำงานทางไกลให้เข้ามาอยู่อาศัย โดยมอบเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 336,000 บาท) ให้คนทำงานทางไกลที่ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเกิน 1 ปี นอกจากเงินสดแล้ว ภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่นของทัลซายังช่วยสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อดึงดูดให้คนทำงานทางไกลเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง เช่น สิทธิพิเศษในการใช้โคเวิร์กกิงสเปซ เป็นต้น

รัฐจอร์เจีย ที่เมือง ‘ซาวันนาห์’ หน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจซาวันนาห์ (SEDA) มีโครงการดึงดูดคนทำงานทางไกล โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสายเทคโนโลยี ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67,000 บาท) สำหรับค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง ส่วนผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.36 ล้านบาท) หากย้ายเข้ามาเปิดกิจการและจ้างคนในท้องถิ่นเป็นพนักงาน

รัฐแคนซัส ที่เมือง ‘โทพีกา’ มีโครงการ 'เลือกโทพีกา' (Choose Topeka) ที่พยายามสร้างแรงจูงใจให้บริษัทต่างๆ ส่งเสริมพนักงานของตนที่ทำงานทางไกลเข้ามาอยู่อาศัยเมืองแห่งนี้ มีการจับคู่ธุรกิจหรือประชาชนในท้องถิ่นกับผู้ย้ายถิ่น ให้ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น อุดหนุนเงินให้ผู้ย้ายถิ่นเข้ามาเช่าหรือซื้อที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้ ราคาที่อยู่อาศัยในโทพีกาเฉลี่ยแล้วต่ำกว่าที่ 'ซิลิคอน วัลเลย์' ถึงสิบเท่า

รัฐอินเดียนา ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐพยายามผลักดันให้มีการมอบเงินจูงใจ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 168,000 บาท) สำหรับคนทำงานทางไกลที่ทำเงินได้น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.36 ล้านบาท) ต่อปี และ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 285,000 บาท) สำหรับผู้ที่ทำเงินได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.36 ล้านบาท) ต่อปี

รัฐเมน พยายามดึงดูดคนทำงานทางไกลที่อายุน้อยเข้ามาสู่รัฐ ด้วยข้อเสนอการคืนภาษีสูงสุดถึง 15,660 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 526,000 บาท) ต่อราย ให้กับผู้ที่จบปริญญาระดับวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2008 โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งผู้จบปริญญาโท

รัฐลุยเซียนา ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 50% ของค่าจ้างขั้นต้นสูงถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5 ล้านบาท) สำหรับคนทำงานทางไกล จุดประสงค์คือเพื่อชักชวนให้คนทำงานปักหลักปักฐานในรัฐ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐลุยเซียนา

รัฐเวอร์มอนต์ มีโครงการอุดหนุนให้กับคนทำงานทางไกลเมื่อย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในรัฐ โดยมีข้อกำหนดสำหรับบุคคลที่จะได้รับการอุดหนุนนี้จะต้องเป็นพนักงานเต็มเวลาของธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกรัฐเวอร์มอนต์ แต่สามารถปฏิบัติงานระยะไกลจากที่บ้านหรือ Co-Working Space ที่ตั้งอยู่ในรัฐเวอร์มอนต์ได้

รัฐคอนเนตทิคัต คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนของรัฐ ได้จัดทำแผนสนับสนุนเศรษฐกิจการทำงานระยะไกล เพื่อดึงดูดคนทำงานทางไกลจากที่อื่นๆ

ปรับใช้กับไทยได้ไหม

สำหรับประเทศไทย ล่าสุด (มติ ครม. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564) ก็มีการออกนโยบาย ‘การดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศ’ ซึ่งมี 'กลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย' เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักด้วย

ผู้เขียนมองว่าถ้าหากรัฐบาลมีการส่งเสริมและอุดหนุนให้พนักงานประจำที่สามารถทำงานทางไกลได้ ออกไปตามต่างจังหวัด ดังที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ดำเนินการอยู่นั้น ก็จะสามารถช่วยลดความแออัดในกรุงเทพฯ รวมทั้งเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท ด้วยกระจายแรงงานที่มีทักษะและมีกำลังซื้อสู่ท้องถิ่นต่างๆ ของประเทศ.


อ้างอิง:


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
วิทย์ บุญ
‘แรงงานรับจ้างอิสระ’ สนใจประเด็นแรงงาน และทำงานเรื่องนี้ร่วมกับสื่อ องค์กรพัฒนาเอกชน สถานศึกษา ฯลฯ มาตั้งแต่ปี 2549 จวบจนปัจจุบัน

Follow