คนรุ่นใหม่ในสหรัฐอเมริกา หันมาเรียน ‘สายอาชีพ’ หลังจากตลาดต้องการ ‘แรงงานทักษะฝีมือ’ มากขึ้น
...
LATEST
Summary
- การเรียนการสอนระดับ ‘มหาวิทยาลัย’ ในสหรัฐอเมริกา กำลังถูกท้าทายจากรูปแบบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะการเรียน ‘สายอาชีพ’ ที่ใช้ระยะเวลาสั้น ซึ่งตอบสนองต่อทั้งผู้เรียน และตลาดแรงงานในขณะนั้น นอกจากนี้ ท้องถิ่นในสหรัฐฯ ยังสนับสนุนวิทยาลัยชุมชนที่มีหลักสูตรสายอาชีพ เนื่องจากหลังโควิด-19 ตลาดแรงงานต้องการ ‘แรงงานทักษะฝีมือ’
- ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกลางนักศึกษาแห่งชาติของสหรัฐฯ (NSC) ชี้ว่า ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2021-2022 จำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐที่มีหลักสูตร 4 ปี ลดลงถึง 3.4 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับหลักสูตรสายอาชีพบางหลักสูตรที่เติบโตขึ้นมากถึง 19.3 เปอร์เซ็นต์
- แต่การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของนักศึกษาสายอาชีพและนายจ้างนั้น เป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน เพราะพบว่าบางหลักสูตรเอนเอียงเข้าข้างนายจ้างมากเกินไป และนักศึกษาที่ออกไปทำงานในสถานประกอบการระหว่างเรียนนั้น ก็มักได้ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่ได้เลย ขณะที่ผู้เรียนจบสายอาชีพก็ยังเสี่ยงต่อ ‘งานหนัก-ค่าแรงต่ำ’ ซึ่งผู้จบสายอาชีพในงานที่มีรายได้ต่ำ ก็ยังมีอัตราการเลิกจ้างที่สูงด้วย
...
ในสหรัฐอเมริกามีระบบการศึกษา ‘สายอาชีพ’ ที่เรียกว่า โครงการศึกษาที่เน้นการเรียนและฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพ (Trade programs) มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทางปฏิบัติ และความชำนาญในงานที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน
การเรียนสายอาชีพในสหรัฐอเมริกามีตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจนถึงระดับวิทยาลัยชุมชน (Community College) ซึ่งให้นักศึกษาได้รับการฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพในตลาดงานที่ต้องการ โดยมีหลากหลายสาขาวิชาชีพให้เลือก ตัวอย่างเช่น ช่างไฟฟ้า, ช่างเชื่อม, ช่างก่อสร้าง, ช่างตัดผม, ช่างยนต์, ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า, ช่างซ่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอื่นๆ โดยการเรียนสายอาชีพนั้น มีลักษณะการเรียนที่เน้นการฝึกฝนทักษะทางปฏิบัติมากกว่าการเรียนทฤษฎี นักศึกษาจะได้เรียนผ่านการฝึกงานและการปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะในสายงานที่ต้องการจริงในตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ในอดีตสหรัฐฯ ผู้คนก็มีค่านิยมดังเช่นอีกหลายประเทศ ที่การเรียนสายอาชีพอาจยังไม่ได้รับการยอมรับ หรือให้ค่าเท่ากับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย อันเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆ ของผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา ที่มุ่งหวังจะประสบความสำเร็จในชีวิต ได้ทำงานในอาชีพที่ดี การเรียนสายอาชีพจึงมักถูกมองว่าเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีศักยภาพเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้
แต่ในปัจจุบัน ค่านิยมทำนองนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว
ท้องถิ่นแห่หนุนวิทยาลัยชุมชน หลังโควิด-19 ตลาดแรงงานต้องการ ‘แรงงานทักษะฝีมือ’
หลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารวิทยาลัยชุมชน และภาคธุรกิจในหลายท้องถิ่นของสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกันเพื่อผลักดันโครงการริเริ่มที่เน้นด้านการศึกษาสายอาชีพ ตั้งแต่แรงจูงใจด้านค่าเล่าเรียน การฝึกงานที่ได้รับค่าจ้าง ไปจนการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น โดยข้อมูล ณ ต้นปี 2022 มีวิทยาลัยชุมชนอยู่ 1,042 แห่งทั่วสหรัฐฯ เปิดสอนในหลากหลายสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษา ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
สภานิติบัญญัติอย่างน้อย 10 รัฐ ได้ขยายหลักสูตรฝึกอบรมสายอาชีพในวิทยาลัยชุมชน หรือเริ่มจ่ายค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาที่เรียนในสายอาชีพที่ต้องการ ตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เมื่อช่วงปี 2020 เป็นต้นมา
ในรัฐเทกซัสได้ให้ทุนสนับสนุนการฝึกอบรมด้านแรงงานทั่วทั้งรัฐ และในรัฐลุยเซียนา วิทยาลัยชุมชนจะมอบทุนการศึกษาเต็มรูปแบบให้กับนักศึกษาหลักสูตรสายอาชีพระยะสั้น ในสาขาที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เช่น การดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
แต่ในบรรดารัฐและวิทยาลัยชุมชนที่ขยายหลักสูตรสายอาชีพระยะสั้น รัฐเวอร์จิเนียมักถูกอ้างเป็นต้นแบบ ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โครงการ FastForward ของรัฐเวอร์จิเนียได้ผลิตผู้ช่วยพยาบาล พนักงานขับรถ และคนทำงานที่มีความต้องการสูงอื่นๆ ในหลักสูตรระยะสั้น 6-12 สัปดาห์ของวิทยาลัยชุมชน
เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 รัฐเวอร์จิเนียได้ขยายโครงการเพิ่มเติม 2 โครงการ
โครงการแรกคือ โครงการระยะสั้นที่เรียกว่า Re-Employing Virginians ซึ่งให้ความช่วยเหลือค่าเล่าเรียนวิทยาลัยชุมชนสูงถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ แก่คนทำงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่
โครงการที่สองเรียกว่า G3 ซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านค่าเล่าเรียนทั้งหมด หรือบางส่วน และบริการที่ครอบคลุม เช่น ความช่วยเหลือด้านอาหารและการดูแลเด็กแก่ชาวเวอร์จิเนียที่มีรายได้น้อยและปานกลาง หลายหลักสูตรประกอบด้วยการฝึกอบรมหลายระดับ นักศึกษาจะต้องทำงานเพื่อขอใบรับรองที่เขาสามารถนำไปใช้ในที่ทำงานได้ทันที และสามารถนำไปสู่การจบการศึกษาระดับอนุปริญญาได้ โดยมีหลักสูตรเช่น การศึกษาในวัยเด็ก การดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการเริ่มธุรกิจ และความปลอดภัยสาธารณะ เป็นต้น
อีกตัวอย่างที่ถูกพูดถึงกันมาก คือที่รัฐเทนเนสซี นักศึกษาไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนมาตั้งแต่ปี 2015 แม้ว่าจำนวนนักศึกษาโดยรวมที่เข้าเรียนในวิทยาลัยชุมชนของรัฐจะลดลงในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งตรงกันข้ามกับกรณีของวิทยาลัยเทคโนโลยีประยุกต์เทนเนสซี (Tennessee College of Applied Technology - TCAT) ที่มีการขยายหลักสูตรสายอาชีพเพิ่มเติมมาตลอด และเป็นเครือข่ายของ 24 วิทยาลัยที่มีการฝึกอบรมสำหรับ 70 สาขาวิชาชีพที่แตกต่างกันไป จนทำให้ TCAT ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองแนชวิลล์ ได้รับความนิยมอย่างมากจนผู้สมัครเรียนในหลายหลักสูตรต้องลงชื่อล่วงหน้าเพื่อรอเข้าเรียน
คนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ หันมาเรียน ‘สายอาชีพ’ มากขึ้น
ศูนย์ข้อมูลกลางนักศึกษาแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Student Clearinghouse - NSC) องค์กรที่ให้บริการในการตรวจสอบ และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของนักศึกษาในสหรัฐฯ ชี้ว่า ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2021-2022 จำนวนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐที่มีหลักสูตร 4 ปี ลดลงถึง 3.4 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับหลักสูตรสายอาชีพบางหลักสูตรที่เติบโตขึ้นมากถึง 19.3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ตัวเลขที่ยกมานี้สะท้อนถึงปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ เริ่มสนใจการศึกษาในระดับอุดมศึกษาน้อยลง โดยพิสูจน์ได้จากจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับหลักสูตรสายอาชีพที่มีผู้เรียนเพิ่มมากขึ้นแทน เพราะหลักสูตรวิชาชีพเสนอการสอนทักษะสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น ช่างไฟฟ้า, ช่างซ่อมรถ, ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ และวิชาสายอาชีพอื่นๆ ซึ่งมีการมองกันว่าการเรียนในลักษณะนี้ ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพอนาคตด้านอาชีพชัดเจนกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย
คนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ เริ่มสนใจการศึกษาในระดับอุดมศึกษาน้อยลง โดยพิสูจน์ได้จากจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับหลักสูตรสายอาชีพที่มีผู้เรียนเพิ่มมากขึ้นแทน เพราะหลักสูตรวิชาชีพเสนอการสอนทักษะสำหรับงานเฉพาะด้าน
ที่วิทยาลัย TCAT ในเมืองแนชวิลล์ แม้จะใกล้จะ 4 โมงเย็นแล้ว แต่นักศึกษาในชั้นเรียนซ่อมรถยนต์ช่วงกลางคืน เพิ่งกำลังเริ่มต้นวันเรียน
เชเวน โจนส์ (Cheven Jones) อายุ 26 ปี ที่ศึกษาในหลักสูตรช่างยนต์ที่ TCAT เล่าว่าตอนที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายนั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากทำอาชีพอะไรในอนาคต ขณะที่ เบรย์เดน จอห์นสัน (Brayden Johnson) อายุ 20 ปี ที่ศึกษาด้านการดูแลรักษาเครื่องยนต์ ได้งานเป็นช่างซ่อมบำรุงไฟฟ้าในโรงงานในท้องถิ่นที่ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับยาสีฟัน อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ co-op ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาใกล้จะจบ ได้มีโอกาสหาประสบการณ์จากการทำงานจริง จอห์นสันมีรายได้ชั่วโมงละ 26 ดอลลาร์ฯ และหวังว่าจะได้ทำงานต่อทันทีหลังจบการศึกษาจาก TCAT ในอีกไม่กี่เดือนนี้
ด้าน โรเบิร์ต นิฟยาโย (Robert Nivyayo) บอกว่าเขาไม่ชอบโรงเรียนมัธยม แต่ตั้งเป้ามานานแล้วว่าจะทำอาชีพอะไร เขาใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการดูวิดีโอเกี่ยวกับการซ่อมรถมาตั้งแต่เด็ก การเรียนฝึกซ่อมรถยนต์จึงแทบจะเป็นเรื่องในฝันสำหรับเขา เพราะได้เรียน ทำงาน และได้ทำในสิ่งที่ชอบไปพร้อมกัน - อาจารย์ของเขากล่าวว่า ตอนนี้นิฟยาโยที่มีอายุเพียง 19 ปี กำลังตั้งตารอวันที่จะมีรายได้จากอาชีพช่างซ่อมรถยนต์มือฉมัง โดยเขาคาดว่าน่าจะมีรายได้ประมาณปีละ 40,000-60,000 ดอลลาร์ฯ เลยทีเดียว
“ทุกๆ ครั้งที่เข้าวันใหม่ ผมได้รับแรงบันดาลใจมากขึ้น” นิฟยาโย กล่าว
นาธาน แกร์เร็ตต์ (Nathan Garrett) อธิการบดีของ TCAT ระบุว่า ทางสถาบันได้เพิ่มชั้นเรียนภาคค่ำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในโครงการ co-op ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้เรียนด้วยเช่นกัน
แกร์เร็ตต์ ยังชี้ว่า นายจ้างจะต้องรายงานกลับไปยังอาจารย์ผู้สอน เพื่อให้ทราบว่านักศึกษาคนนั้นทำได้ดี หรือมีปัญหาตรงไหน ซึ่งจะทำให้เหล่าอาจารย์สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นในชั้นเรียนต่อไป
การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ กำลังถูกท้าทายจากรูปแบบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจและเทคโนโลยี ความรู้และทักษะทางวิชาชีพที่ได้รับจากหลักสูตรมหาวิทยาลัยอาจไม่ตอบโจทย์ ผู้คนจึงเริ่มหันมาเลือกเรียนหลักสูตรสายอาชีพระยะสั้นแทน ซึ่งตอบสนองต่อทั้งผู้เรียนและตลาดแรงงานในขณะนั้น
“ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย การที่ต้องใช้เวลาและความพยายามทั้งหมดในการเรียน แต่ในท้ายที่สุดก็พบว่าไม่ได้ใช้ใบปริญญาที่ร่ำเรียนมา” โจนส์ กล่าว
แต่ผู้จบสายอาชีพ ก็ยังเสี่ยงต่อ ‘งานหนัก-ค่าแรงต่ำ’
ไอริช พาลเมอร์ (Iris Palmer) รองผู้อำนวยการด้านวิทยาลัยชุมชนแห่งสถาบันนิวอเมริกา (New America) ชี้ว่า การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของนักศึกษาสายอาชีพและนายจ้างนั้นเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน เพราะพบว่าบางหลักสูตรเอนเอียงเข้าข้างนายจ้างมากเกินไป และนักศึกษาที่ออกไปทำงานในสถานประกอบการระหว่างเรียนนั้น ก็มักได้ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่ได้เลย ขณะที่ผู้เรียนจบสายอาชีพก็ยังเสี่ยงต่อ ‘งานหนัก-ค่าแรงต่ำ’ ซึ่งผู้จบสายอาชีพในงานที่มีรายได้ต่ำ ก็ยังมีอัตราการเลิกจ้างที่สูงด้วย
ตัวอย่างเช่น หลายรัฐในสหรัฐฯ มีการจูงใจให้นักศึกษาประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยพยาบาล แต่จากข้อมูลของสำนักสถิติแรงงาน (U.S. Bureau of Labor Statistics) พบว่า ค่าจ้างเฉลี่ยมัธยฐานระดับชาติสำหรับผู้ช่วยพยาบาล -ซึ่งมักทำงานในตอนกลางคืน และวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมทั้งมีอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานสูงที่สุดอาชีพหนึ่ง- อยู่ที่เพียง 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงเท่านั้น ในปี 2020
การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของนักศึกษาสายอาชีพและนายจ้างนั้นเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน เพราะพบว่าบางหลักสูตรเอนเอียงเข้าข้างนายจ้างมากเกินไป และนักศึกษาที่ออกไปทำงานในสถานประกอบการระหว่างเรียนนั้น ก็มักได้ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่ได้เลย
ในรายงานฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) ระบุว่า หลักสูตรประกาศนียบัตรสายอาชีพในบางสาขาของวิทยาลัยชุมชน กลับทำให้นักศึกษาที่จบไปทำงานมีรายได้อยู่ใกล้กับเส้นความยากจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจเป็นพิเศษสำหรับนักศึกษาที่เป็นหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา
นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University in the City of New York) ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2017 พบว่า นักศึกษาสายอาชีพที่จบหลักสูตรประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยชุมชนโดยเฉลี่ย มีรายได้น้อย แต่สิ่งที่ค้นพบเหล่านี้ก็แตกต่างกันไปตามเนื้อหาหลักสูตรวิชา โดยที่นักศึกษาในสายอาชีพหาเงินไม่ได้มากเท่ารุ่นพี่ที่จบไปก่อนหน้านั้น
"จุดอ่อนที่แท้จริงคือ การมุ่งเน้นที่การฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นควรจะนำไปสู่ ‘งานที่ดี’ แต่ตำแหน่งงานเหล่านี้จำนวนมากไม่ใช่งานที่ดี — มันเป็นเพียงแค่ความต้องการของนายจ้างที่สูงขึ้นเท่านั้น" พาลเมอร์ กล่าว
อ้างอิง :
Number of community colleges in the United States in 2022, by type (Erin Duffin, Statista, 31 March 2022)
States Look to Community Colleges to Fill Labor Gap (Caitlin Dewey, Stateline, 14 April 2022)
While some students skip college, trade programs are booming (Olivia Sanchez, ABC News Network, 17 April 2023)
“Community College คืออะไร และมีข้อดี อย่างไร แล้วทำไมถึงเลือกเรียน Community College เหมาะสำหรับใคร” (S&K International Education, เข้าถึงข้อมูลเมื่อ 31 พฤษภาคม 2566)
