Humberger Menu

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อใน ส.ว. กินกัดเนื้อเหล็กรอ กร่อนขร้ำฯ

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
เป็ดนอกกะลา
LineCopy

LATEST

+
‘บริการ’ หรือ ‘โปรยทาน’ ประชาชน? ...คำถามต่อ Mindset ของข้าราชการ
Summary
  • ‘เป็ดนอกกะลา’ คือชุดเรื่องเล่าของเป็ดธรรมดาตัวหนึ่งที่อยู่อย่างเป็ด รู้อย่างเป็ด คิดอย่างเป็ด แต่มีความฝันและข้อสงสัยไกลกว่าภาชนะของตนเอง โดยวันนี้ เป็ดนอกกะลาเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองรู้สึกภายหลังจากเห็นปฏิกิริยาของเหล่าสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ที่มีต่อการอภิปรายเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ภายใต้ ‘ท่าที’ แบบเครื่องยนต์ที่สนิมเขรอะ ผุพัง และอาจใช้การไม่ได้แล้ว


“สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ

บาปเกิดแต่ตนคน เป็นบาป บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง”

ขออนุญาตดัดแปลงโคลงโลกนิติของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ในท่อนยอดนิยมดังกล่าวมาเป็นชื่อเรื่องคราวนี้เสียหน่อย เพราะคิดว่าอธิบายสิ่งที่ตัวเองรู้สึกภายหลังจากเห็นปฏิกิริยาของเหล่าสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ที่มีต่อการอภิปรายเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือฉบับที่เรียกว่า Re-Solution ที่เพิ่งคว่ำไป ได้เป็นอย่างดี

ขออภัยที่ต้องบอกตามตรงว่า บรรดาสมาชิก ส.ว. ที่นั่งกันในสภานี่ ถ้าเปรียบเป็นรถก็คงสนิมเกรอะกรังอย่างที่โคลงโลกนิติว่าเอาไว้จริงๆ คือรอวันผุพังไปแท้ๆ

ไม่ใช่ว่าพอเขาไม่เห็นด้วย ไม่รับหลักการร่างที่ประชาชนร่วมกันลงชื่อเสนอเข้าไปนี้แล้วก็ไปว่าเขา ไม่ใช่เลย เรื่องไม่รับร่างนี่ รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็คว่ำแน่ ไม่มีทางผ่าน ตราบใดที่ยังมี ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งชุดนี้อยู่ และว่ากันให้ถึงที่สุดก็คือ ตราบใดที่ยังมีรัฐบาลชุดนี้อยู่

แต่ที่บอกว่าบรรดา ส.ว. ชุดนี้เป็นคณะบุคคลตกยุคตกสมัย เอาแต่หวงแหนอำนาจ ไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาดูแลประเทศ นั่งเป็นเครื่องยนต์ที่สนิมเขรอะเกาะสภาอยู่ทุกวัน ก็คือ ‘ท่าที’ ที่พวกเขามีต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ส.ว. ท่านหนึ่งลุกขึ้นประท้วงขณะที่ อาจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล ตัวแทนของกลุ่มประชาชนที่เสนอร่าง กำลังชี้แจงถึงข้อวิตกของสมาชิกสภาเกี่ยวกับการยกเลิกวุฒิสภา เหลือเพียงสภาเดียวอยู่นั้น ว่า “ไม่อยากจะพูดว่าเป็นการชี้แจงเท็จ อย่างน้อย ส.ว. มาตามรัฐธรรมนูญ แต่คนกำลังอภิปรายไม่ควรมาชี้แจงหรือเสนอรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเป็นคนเนรคุณแผ่นดิน” ครั้นพอ ส.ส. พรรคก้าวไกลประท้วงให้ถอนคำพูด ส.ว. ท่านนี้ก็บอกว่า “ขอถอนคำว่า เนรคุณแผ่นดิน เปลี่ยนเป็น คนที่ต้องการล้มสถาบัน”

นี่คือเหตุและผลที่สมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติสมควรใช้หรือ? การกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้เป็นคนเนรคุณแผ่นดิน หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ การอ้างสถาบันซึ่งไม่สมควรกระทำอย่างยิ่งในสภา สมควรนำมาเป็นข้อโต้แย้งในการไม่รับร่างอย่างนั้นหรือ? 

เหตุและผล หลักการในการโต้แย้งเยี่ยงอารยชนคนมีการศึกษา มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากพอให้เข้ามานั่งในสภาเพื่อรับเงินเดือนจากประชาชนนั้น อยู่ตรงไหน 

หรือจะให้ถามตรงๆ ง่ายๆ ว่า ท่านทำงานได้เท่านี้เองหรือ?


นี่คือเหตุและผลที่สมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติสมควรใช้หรือ? การกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้เป็นคนเนรคุณแผ่นดิน หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ การอ้างสถาบันซึ่งไม่สมควรกระทำอย่างยิ่งในสภา สมควรนำมาเป็นข้อโต้แย้งในการไม่รับร่างอย่างนั้นหรือ? เหตุและผล หลักการในการโต้แย้งเยี่ยงอารยชนคนมีการศึกษา มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากพอให้เข้ามานั่งในสภาเพื่อรับเงินเดือนจากประชาชนนั้น อยู่ตรงไหน

share


ยังไม่หมด ยังมี ส.ว. อีกท่านหนึ่ง บอกว่า “ความคิดที่ว่าคนที่มาจากการรัฐประหารต้องถูกเหยียบย่ำ แต่เรารู้เบื้องหลังหรือเราดูมูลเหตุของการปฏิวัติ รัฐประหารกันบ้างหรือไม่ สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น ทำไมต้องปฏิวัติ ถ้าการเมืองเราเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ ไม่มีการโกง หรือใช้อำนาจในการแสวงหาประโยชน์ คณะทหารที่ไหนจะกล้าปฏิวัติ บ้านเรา ถ้าประชาชนไม่ยอมให้ปฏิวัติ เพราะการเมืองเราดี ก็ไม่มีทางที่จะทำได้” 

อันนี้ก็ดูผิดหลักการประชาธิปไตยอย่างรุนแรง เหมือนลึกๆ ส.ว. ท่านนี้ไม่สามารถสมาทานระบอบประชาธิปไตยเข้าไปในความรู้สึกลึกๆ ในใจของตัวเองได้ จึงพยายามให้ความชอบธรรมการรัฐประหารว่า ถ้าการเมืองดี ประชาชนเข้มแข็ง ไม่ยอมให้รัฐประหาร ทหารที่ไหนก็ไม่สามารถกระทำได้

คือนอกจากโยนความผิดมาให้ประชาชนแล้ว (โทษฐานยอมให้ปฏิวัติ) ยังเป็นการไม่ยอมรับกลไกประชาธิปไตยมาใช้แก้ไขปัญหาทางการเมืองอีกด้วย คือถ้าการเมืองไม่ดี ก็ใช้กลไกที่มีอยู่ทำให้มันดี ทำให้มันทำงานให้ได้ ตรงไหนบกพร่องก็แก้กันไป ประชาธิปไตยไม่เคยสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ทิ้งหลักการ ยอมรับคนถือปืน ขับรถถัง ใช้กฎหมู่มาบังคับเหนือกฎหมาย เหนือ 3 อำนาจเสาหลักประเทศอย่าง ตุลาการ นิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร อย่างที่เกิดขึ้นมากว่า 7-8 ปี

เหตุและผลบิดเบี้ยวขนาดนี้ มีอาชีพเป็นทนาย และได้เป็น ส.ว.

อีกสักท่าน ท่านนี้เป็นสื่อมวลชนรุ่นลายคราม ที่จริงท่านให้ความเห็นน่าสนใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอร่างนี้เป็นฉบับปฏิวัติ เพราะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ ส.ส. บั่นทอนการพิจารณาของศาล และควบคุมงบประมาณต่างๆ ซึ่งก็อภิปรายถกเถียงกันต่อได้ แต่ท่านเสริมว่า กังวลว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอร่างนี้จะกลายเป็นเผด็จการรัฐสภา เพราะมีสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร ไม่มี ส.ว. คอยตรวจสอบ อันนี้ก็น่าสนใจ น่าใคร่ครวญ

แต่ท่านไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงว่า ต่อให้เป็นเผด็จการระบอบรัฐสภาจริงอย่างที่หวาดหวั่น แต่อย่างน้อยเมื่อครบเวลา 4 ปีก็เลือกกันใหม่ได้ ประชาชนไม่ได้โง่ ประชาชนรู้เท่าทันหมดแล้ว ในยุคที่ความรู้มีให้เข้าถึง-ศึกษาได้อย่างสะดวกง่ายดาย ใครมันทำตัวเป็นเผด็จการระบอบรัฐสภาก็อย่าไปเลือก

ระบอบรัฐสภามันเอื้อให้, อย่างน้อย, คนที่เลวชั่วช้าโกงบ้านกินเมืองก็มีเวลาแค่ 4 ปี ทำตัวไม่ดีคนเขาก็ไม่เลือก และอย่าอ้างเรื่องการซื้อเสียงเพราะมันหมดสมัยไปแล้ว 4 ปีเป็นเวลาไม่นานเมื่อเทียบกับเวลาที่ท่านๆ อยู่ในสภา แถมตรวจสอบไม่ได้

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเหล่า ส.ว. ที่เรามี ซึ่งประชาชนได้เห็นกับตาตัวเองกันหมดแล้ว ท่านไปชี้นำเขาไม่ได้ เขามีความรู้ความคิดสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

ถ้าท่านไม่ปรับปรุง ยกเครื่องความคิดที่มีต่อประชาธิปไตย ให้เกียรติประชาชนเสียใหม่ วิกฤติศรัทธาที่มีต่อพวกท่านก็จะร่อยหรอลง แล้ววันหนึ่งท่านก็จะกลายเป็นเศษเหล็กผุพัง สนิมเกาะทั่วสรรพางค์กาย กลายเป็นโมฆบุรุษ เป็นของที่ใช้ไม่ได้

แบบนี้พ่อค้าขายของเก่ากับเชียงกงเขาชอบนัก     


Illustration: Nuttal-Thanatpohn Dejkunchorn


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
เป็ดนอกกะลา
เป็นเป็ดธรรมดาตัวหนึ่งที่อยู่อย่างเป็ด รู้อย่างเป็ด คิดอย่างเป็ด แต่มีความฝันและข้อสงสัยไกลกว่าภาชนะของตนเอง

Follow

RELATED

+