Humberger Menu

อัลกออิดะห์ ไอเอส ตาลีบัน จาก 9/11 ถึงอัฟกานิสถาน 2021

คุณสามารถอ่านได้อีก

3

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
LineCopy

LATEST

+
เมื่อที่ดินทหารขวาง (การพัฒนา) เมือง สู่จินตนาการถึงอำนาจประชาชนที่เหนือกองทัพ
Summary
  • ครั้งหนึ่งอัลกออิดะห์เคยเป็นฝ่ายสนับสนุนโซเวียตในสงครามอัฟกานิสถาน หลังโซเวียตถอนตัว จึงตั้งเป็นองค์กร ‘อัลกออิดะห์’ เพื่อทำสงครามศักดิ์สิทธิ์กับโลกตะวันตก โดยมีผู้นำคือ โอซามา บิน ลาเดน
  • ไอเอส หรือขบวนการรัฐอิสลาม เกิดมาจากสาขาย่อยของอัลกออิดะห์ในอิรัก จึงเป็นกลุ่มมุสลิมสุหนี่สายสุดโต่งเช่นกัน แต่มีเป้าหมายที่แตกต่าง คือประกาศสงครามกับผู้ละทิ้งความเชื่ออิสลาม โดยเฉพาะชาวชีอะห์
  • ตาลีบันคือผู้ปกครองอัฟกานิสถานหลังยุคโซเวียต ปกครองด้วยกฎหมายชารีอะห์ ถูกสหรัฐฯ โจมตีจนสูญเสียอำนาจในอัฟกานิสถานจากยุทธการตามล่าบิน ลาเดน จน 20 ปีผ่านไป เมื่อสหรัฐฯ ถอนทัพ ตาลีบันจึงบุกยึดกรุงคาบูล และกลับมามีอำนาจอีกครั้ง


โลกรู้จักอัลกออิดะห์ในวันที่ เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เช่นเดียวกับ โอซามา บิน ลาเดน หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ กรีธาทัพสู่อัฟกานิสถาน เพื่อตามล่า โอซามา บิน ลาเดน ในยุคที่ตาลีบันคือผู้ปกครองอัฟกานิสถาน จนตาลีบันต้องสูญเสียอำนาจในอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2001

ระหว่างที่สหรัฐฯ เข้าไปสร้างความชุลมุนอยู่ในตะวันออกกลาง ไอเอสก็ได้เริ่มมีบทบาท หลังอาหรับสปริง และสงครามกลางเมืองซีเรีย  

ทั้งสามกลุ่มอยู่บนจุดยืนคล้ายคลึง คือความเป็นกลุ่มอิสลามติดอาวุธ อยู่บนสายสุดโต่ง และมีอิทธิพลสูง ขณะที่ความแตกต่างก็มีมากมายในรายละเอียด จนอาจเรียกได้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในหลายด้านด้วยซ้ำ 

อัลกออิดะห์ผู้ก่อเหตุ 9/11 ไอเอสกับภารกิจสร้างรัฐอิสลาม และตาลีบันผู้กลับมาปกครองอัฟกานิสถานด้วยกฎหมายอิสลาม ทั้งสามกลุ่มมีความสัมพันธ์ เหมือนและต่างกันดังนี้ 


อัลกออิดะห์ มรดกสงครามเย็นสู่ภัยก่อการร้าย พันธมิตรของตาลีบัน

อัลกออิดะห์เคยเป็นเครือข่ายสนับสนุนกองทัพโซเวียตในสงครามอัฟกานิสถานในทศวรรษที่ 1980 ช่วงโซเวียตถอนกำลังในปี 1989 กลุ่มนี้จึงสลายไปรวมกับกลุ่มอิสลามติดอาวุธอื่น ก่อตั้งเป็น ‘อัลกออิดะห์’ โดย โอซามา บิน ลาเดน (Osama Bin Laden) ชายผู้มาจากตระกูลเศรษฐีในซาอุดีอาระเบีย และโมฮัมหมัด อาทิฟ (Mohammad Atif)

อัลกออิดะห์ยึดถือแนวทางวะฮาบีย์ หรือเป็นนิกายสุหนี่สายอนุรักษนิยมสุดโต่ง ชื่อของ ‘อัลกออิดะห์’ จึงมีความหมายถึง ‘รากฐาน’ ในภาษาอาหรับ และใช้แนวทางนักรบญิฮาดเพื่อต่อสู้กับพวกต่อต้านอิสลาม

ด้วยความเชื่อที่ว่าสหรัฐฯ คือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในตะวันออกกลางและโลกอิสลาม ตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 อัลกออิดะห์จึงต้องการให้สหรัฐฯ ยุติการรุกรานและยุติบทบาท เช่นเดียวกับที่บิน ลาเดนเคยกล่าวถึงการสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐฯ และการสนับสนุนการกดขี่ชาวมุสลิมในแคชเมียร์และโซมาเลีย

กลางทศวรรษ 1990 ศูนย์กลางของอัลกออิดะห์อยู่ในอัฟกานิสถาน ภายใต้การให้การสนับสนุนช่วยเหลือของกลุ่มตาลีบัน ก่อตั้งเป็นองค์กรอิสลามติดอาวุธขนาดใหญ่ มีค่ายฝึกอาวุธและนักรบอยู่ในมือหลายหมื่นคน 

เป้าหมายการปฏิบัติการของอัลกออิดะห์คือทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ตะวันตก ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป โดยปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดก็คือการอยู่เบื้องหลังการจี้เครื่องบินและก่อวินาศกรรม 9/11 ที่มีผู้เสียชีวิตราว 3,000 ราย 

เมื่ออัลกออิดะห์ประกาศสงครามกับสหรัฐฯ ด้านสหรัฐฯ จึงประกาศสงครามกลับมาอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือน สงครามยาวนานสองทศวรรษก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อฐานที่มันในอัฟกานิสถานไม่ใช่ที่ปลอดภัย ตาลีบันเองก็ปฏิเสธที่จะส่งตัวบิน ลาเดนให้สหรัฐฯ จึงนำไปสู่การต่อสู้และการล่มสลายของตาลีบันในอัฟกานิสถาน

หลังจากนั้นอัลกออิดะห์จึงเปลี่ยนจากองค์กรที่มีอำนาจรวมศูนย์ สลายเป็นกลุ่มย่อยๆ แยกสาขาเป็น ‘cell’ อยู่ในดินแดนต่างๆ โดยยังมีการประสานงานกันอย่างเข้มแข็งกว่าเดิม ขยายฐานผู้ศรัทธา มีการรับสมัครอย่างเป็นระบบ จนตรวจสอบได้ยากขึ้น ว่าใครกันแน่ คืออัลกออิดะห์

แต่หลังจากขึ้นสู่จุดสูงสุดหลังปฏิบัติการ 9/11 สาขาใหญ่ของอัลกออิดะห์ก็เริ่มอ่อนแอลง จนถึงปี 2011 เมื่อ โอซามา บินลาเดน ถูกสังหารที่ปากีสถาน ในยุคประธานาธิบดี บารัค โอบามา อัลกออิดะห์ก็แทบไม่มีบทบาทชัดเจน    


IS และ ISIS-K กิ่งก้านของอัลกออิดะห์ 

ไอเอส ก่อตั้งในอิรักโดย อาบู มูซับ อัล-ซาการ์วี (Abu Musab al-Zarqawi) หลังการบุกอิรักของกองทัพสหรัฐฯ ในปี 2003 สมาชิกอัลกออิดะห์สาขาอิรักที่กระจัดกระจายอยู่ในอิรักได้รวมตัวกับกลุ่มอิสลามสุดโต่งอื่นๆ ก่อตั้งเป็น รัฐอิสลามแห่งอิรัก (Islamic State of Iraq หรือ The Islamic State of Iraq and the Levant: ISIL) ขึ้นในปี 2006 

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โลกอิสลามเกิดขึ้นในนาม ‘อาหรับสปริง’ เมื่อปี 2011 กลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศลุกขึ้นมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย กลายเป็นคลื่นปฏิวัติข้ามพรมแดน จนสามารถขับไล่ผู้นำเผด็จการขณะนั้นให้ลงจากอำนาจได้ ทั้งตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย แต่ไม่ใช่ที่ซีเรีย เพราะผู้นำซีเรีย บาชาร์ อัล-อัสซาร์ด (Bashar al-Assad) ได้ทำให้การลุกฮือของประชาชนกลายเป็นสงครามกลางเมือง 

ไอเอสเวอร์ชันซีเรียเกิดขึ้น เมื่อกลุ่มรัฐอิสลามรุกคืบเข้าแทรกกลางสงครามกลางเมืองซีเรียในปี  2013 ในชื่อ Islamic State of Iraq and Syria (ISIS) หรือท้ายที่สุดเรียกโดยรวมว่า IS และประกาศแยกตัวเด็ดขาดจากอัลกออิดะห์เดิม

แต่ด้วยรากสายสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์และเชื่อถือแนวทางของ โอซามา บิน ลาเดน เป้าหมายของไอเอสจึงไม่ต่างจากอัลกออิดะห์มากนัก โดยอัลกออิดะห์ประกาศสงครามศักดิ์สิทธิ์กับโลกตะวันตก แต่ไอเอสไปไกลกว่า เพราะนอกจากชาติตะวันตกแล้ว ยังประกาศสงครามกับกลุ่มอิสลามที่ทอดทิ้งความเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมชีอะห์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พื้นที่การก่อเหตุรุนแรงของไอเอสจึงอยู่ในกลุ่มชาติมุสลิมเป็นส่วนใหญ่

นอกจากพื้นที่ปฏิบัติการ วิธีการของไอเอสก็ต่างไปจากอัลกออิดะห์ แม้จะเป็นการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่เนื่องจากไอเอสเริ่มถือกำเนิดจากชาติตะวันออกกลาง วิธีการที่ใช้กับศัตรูจึงเปิดเผยและรุนแรง โดยเฉพาะกับชนกลุ่มน้อย หมู่บ้าน หรือเมืองเล็กๆ ทั้งการสังหารหมู่ ตัดหัว และมักมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอให้โลกเห็นความน่ากลัวและโหดร้ายมากกว่าอัลกออิดะห์

ระหว่างปี 2013-2017 โลกจะได้ยินชื่อของไอเอสในฐานะผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการหฤโหดหลายครั้ง จาก cell ต่างๆ ที่แทรกซึมอยู่ทั่วโลก แต่ขบวนการไอเอสหลักก็สูญเสียพื้นที่ยึดครองในซีเรียและอิรัก หลังจากถูกโจมตีอย่างหนักโดยกองทัพสหรัฐฯ กองทัพซีเรียฯ และกองกำลังชาวเคิร์ตในอิรัก จนปี 2019 ขบวนการรัฐอิสลามก็สลายตัวไปอยู่ในรูปเครือข่ายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามในหลายพื้นที่ 

ส่วนกลุ่ม ISIS-K หรือ Islamic State Khorasan Province ขบวนการไอเอสแห่งจังหวัดกอราซาน แยกตัวออกมาจากกลุ่มรัฐอิสลามหลักในปี 2015

เหตุระเบิดที่สนามบินคาบูลล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้พลเมืองอัฟกานิสถานเสียชีวิตอย่างน้อย 90 ราย กับทหารอเมริกันอีก 13 นาย การโจมตีครั้งนั้นเป็นผลงานของ ISIS-K 

กลุ่มไอเอสที่มีพื้นที่ปฏิบัติการในอัฟกานิสสถานเริ่มก่อเหตุมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการก่อเหตุครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่ออัฟกานิสถานกลับไปตกอยู่ภายใต้การปกครองของตาลีบัน

แม้จะเป็นกลุ่มมุสลิมเหมือนกัน แต่ความแตกต่างในรายละเอียดนั้นมีไม่น้อย ISIS-K มีวิธีการก่อเหตุต่างจากกลุ่มติดอาวุธที่มีอิทธิพลมายาวนานอย่างอัลกออิดะห์ 

พื้นที่ปฏิบัติการของ ไอซิส-เค คือจังหวัดกอราซาน ที่มีพื้นที่ครอบคลุมอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอิหร่าน ก่อตั้งโดยกลุ่มนักรบปากีสถานและสมาชิกที่เป็นศัตรูกับตาลีบัน

นักรบของ ไอซิส-เค เคยมีประมาณ 5,000-6,000 คน แต่รายงานจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบันจำนวนนักรบของ ไอซิส-เค น่าจะเหลือแค่ 1,000-2,000 คน

แต่นักรบที่ว่ามีจำนวนน้อยลงอาจเพิ่มมากขึ้นได้หลายเท่า เมื่อตาลีบันประกาศอภัยโทษทั่วประเทศ นักโทษไอเอสที่เคยถูกจับกุมจึงได้รับอิสรภาพ และพร้อมกลับไปปฏิบัติการเพื่อต่อต้านตาลีบันอีกครั้ง 

ไอซิส-เค คือผู้รับผิดชอบต่อการก่อเหตุหลายครั้งในอัฟกานิสถาน รวมทั้งการกราดยิงที่โรงพยาบาลสูตินรีคาบูล จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย ในจำนวนนั้นมีทั้งแม่และทารกแรกเกิด


ตาลีบัน ผู้สูญเสียอำนาจจากยุทธการตามล่าบิน ลาเดน 

ส่วนกลุ่มตาลีบันที่เพิ่งกลับมายึดครองอัฟกานิสถานได้อีกครั้งนั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากการถอนทัพของโซเวียตเช่นเดียวกับอัลกออิดะห์ ก่อตั้งในปี 1994 ช่วงสงครามกลางเมืองอัฟกานิสถาน เชื่อกันว่าแนวคิดของตาลีบันมาจากโรงเรียนสอนศาสนา ‘ตาลีบัน’ ซึ่งแปลว่านักเรียน จึงยึดถือแนวทางของสุหนี่แบบสุดโต่งไม่ต่างอัลกออิดะห์และไอเอส 

ตาลีบันค่อยๆ ขยายอำนาจในเขตปากีสถานและอัฟกานิสถาน กระทั่งปี 1996 ก็สามารถยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จ 

อัฟกานิสถานในยุคตาลีบันใช้ระบบกฎหมายชารีอะห์ที่มีความเข้มงวด มีการลงโทษรุนแรง ผู้ชายต้องไว้เครา สตรีต้องใส่บูร์กาให้มิดชิด อัฟกานิสถานที่ย้อนกลับไปในทศวรรษที่ 1970 ผู้คนใช้ชีวิตตามแนวทางสากลได้ ต้องกลับมาอยู่ภายใต้ข้อบังคับมากมาย โดยเฉพาะความพยายามขจัดสิ่งต่างๆ ที่ผิดแผกไปจากแนวทางอิสลาม เช่น ปฏิเสธวัฒนธรรมตะวันตก และทำลายพระพุทธรูปของพุทธศาสนา

ปี 2001 ตาลีบันพ่ายแพ้ให้กับสหรัฐฯ ในยุทธการตามล่าตัว โอซามา บิน ลาเดน อดีตผู้นำอัลกออิดะห์ จนสูญเสียการปกครองอัฟกานิสถาน แต่ยังปรากฏเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายครั้ง และพยายามจัดตั้งฐานที่มั่นใหม่ รวมทั้งเจรจาสันติภาพกับชาติตะวันตก

จนเวลาผ่านมาถึงกำหนดการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ตาลีบันที่คาดว่ารวบรวมนักรบไว้ได้มากถึงหลักแสนคน ก็ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง หลัง 20 ปีผ่านไป และครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ ที่จะไม่มีชาติตะวันตกอย่างสหรัฐฯ เข้ามาขวางทาง

 

อ้างอิง: inews.co.uk, britannica.comforces.net

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
บรรณาธิการสายสังคมการเมือง

Follow