Humberger Menu

“เราจะทำตามสัญญา ?” ตาลีบันผิดคำพูดเรื่องสิทธิสตรีและความเป็นมนุษย์

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ตรีนุช อิงคุทานนท์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์


ช่วงแรกที่ตาลีบันสามารถยึดกรุงคาบูลได้ ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด (Zabihullah Mujahid) โฆษกตาลีบัน เคยออกแถลงการณ์สร้างความมั่นใจกับประชาชนว่า พวกเขาในปี 2021 ไม่เหมือนยุคก่อน และให้สัญญาจะเคารพสิทธิสตรี ผู้หญิงจะมีสิทธิในการใช้ชีวิตเหมือนเดิมภายใต้กฎหมายชารีอะห์ 

นอกจากนี้ ยังเอ่ยให้ช่วงนี้ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้านไปก่อน หรือถ้าจำเป็นต้องออกจากเคหสถาน ต้องมีผู้ชายเดินทางด้วย เนื่องจากนักรบตาลีบันจำนวนมาก ยังไม่คุ้นเคยต่อการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมกับสตรี  

ในแง่หน้าที่การงาน เขาได้กล่าวถึงบทบาทของผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศหญิง ว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะเติมเต็มให้ชุมชน วงการสื่อจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานของตัวเองตามเดิม ส่วนงานอื่นต้องดูเป็นอาชีพไป เพราะมีอาชีพบางอาชีพที่จำเป็นต้องให้ผู้หญิงทำจริงๆ ก่อนที่เอนามุลเลาะห์ ซามังกานี (Enamullah Samangani) สมาชิกในคณะกรรมการด้านวัฒนธรรมกลุ่มตาลีบัน กล่าวในโทรทัศน์ว่า 

“ไม่มีเหตุผลใดที่ผู้หญิงในอัฟกานิสถานจะต้องกลัว เพราะรัฐอิสลามไม่ได้ต้องการให้ผู้หญิงกลายเป็นเหยื่อ”

ทว่าพอเวลาผ่านไปไม่นาน คำมั่นที่เคยให้ไว้ก็ดูจะเป็นเพียงแค่ลมปากไปเสียแล้ว 


ชีวิตของหญิงชาวอัฟกันที่ไม่มีวันเหมือนเดิม 

หลังตาลีบันเข้ายึดครอง ร้านค้าที่ดูจะคึกคักที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ร้านตัดผ้าบูร์กา’ ผู้หญิงจำนวนมากต่างพากันมายังร้านบูร์กา เพื่อซื้อชุดคลุมที่ปกปิดร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นไปตามกฎด้านการแต่งกายที่ระบุให้ผู้หญิงแต่งกายมิดชิดเมื่อออกจากบ้าน

แม้ตาลีบันจะพยายามสร้างความมั่นใจว่าผู้หญิงจะมีชีวิตที่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก แต่ผู้หญิงเกือบทั้งประเทศยังไม่สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ หลายคนยังคงต้องอยู่แต่บ้าน และเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่พวกเธอจะได้มีชีวิตปกติจริงๆ อีกครั้ง 

ยังไม่ทันไร อาห์มาดุลเลาะห์ วาซิก (Ahmadullah Wasik) รองประธานคณะกรรมการด้านวัฒนธรรมตาลีบัน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่องเอสบีเอส ออสเตรเลีย แสดงมุมมองไม่เห็นด้วยที่จะให้ผู้หญิงเล่นกีฬา 

“เราพิจารณาแล้วว่าผู้หญิงไม่ควรได้รับอนุญาตให้เล่นคริกเก็ต เพราะเราไม่เห็นความจำเป็นเหมาะสมว่าผู้หญิงต้องเล่นกีฬา รวมถึงกีฬาอีกหลายประเภทไม่สามารถปกปิดร่างกายหรือใบหน้าได้” 

ส่วนสตรีในวงการกฎหมายก็ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน เมื่อผู้พิพากษาหญิงราว 250 คน ไม่ได้รับคำสั่งให้กลับไปทำงานตามปกติ เพราะตำแหน่งนักกฎหมายจำนวนมากถูกแทนที่ด้วยคนของตาลีบัน

พวกเธอแสดงความกังวลถึงชีวิตหลังจากนี้ เนื่องจากก่อนที่ตาลีบันจะเข้ายึดครองประเทศ ผู้พิพากษาหญิงหลายคนเป็นผู้ตัดสินคดีทางเพศ การข่มขืน ล่วงละเมิด ทารุณกรรมในครอบครัว และฆาตกรรม พอตาลีบันปล่อยตัวนักโทษออกจากเรือนจำ เหล่าผู้พิพากษาจึงกังวลว่า อาชญากรที่ผู้พิพากษาจำนวนมากเคยตัดสินโทษ อาจออกมาแล้วตามล้างแค้น คุกคามเธอและครอบครัว

ตอนนี้พวกเธอกลับไปทำงานไม่ได้ ซ้ำยังต้องหวาดกลัวว่าตัวเองอาจไม่ปลอดภัย นักกฎหมายฝีมือดีหลายคนต้องย้ายบ้าน มีจำนวนมากที่ติดต่อองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อขอลี้ภัยออกจากอัฟกานิสถาน แต่มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ออกมาได้ หนึ่งในผู้พิพากษาที่เดินทางออกนอกประเทศกล่าวกับสื่อมวลชนว่า 

“ลองนึกภาพว่าคุณมีอาชีพ มีความภูมิใจ มีบ้าน มีรถ แล้วอยู่ๆ คุณต้องทิ้งทุกอย่าง เอาไปได้แค่เสื้อผ้าชุดเดียวบนตัว เพื่อหนีออกนอกประเทศ คุณจะรู้สึกอย่างไร”

ในช่วงเวลาเดียวกัน มีบางอาชีพที่ผู้หญิงได้กลับมาทำงานต่อทันที หนึ่งในนั้นคืองานด้านสาธารณสุข จากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก ส่งผลให้วันที่ 28 สิงหาคม 2021 ตาลีบันอนุญาตให้เจ้าหน้าที่หญิงราว 2,000 คน กลับไปทำงานตามปกติได้

หากยังจำกันได้ โฆษกตาลีบันเคยยืนยันว่าผู้สื่อข่าวหญิงมีบทบาทสำคัญกับชุมชน แต่ล่าสุด วาฮีดุลเลาะห์ ฮาชิมิ (Waheedullah Hashimi) สมาชิกระดับสูงของตาลีบัน กลับพูดถึงเรื่องเดียวกันแบบคนละทิศละทาง เพราะฮาชิมิระบุว่า งานที่สตรีได้รับบทบาทโดดเด่นอย่างสื่อสารมวลชนกับธนาคาร อาจต้องถูกระงับในเร็วๆ นี้ จนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย 

“เราต้องการผู้หญิงในระบบอยู่แล้วทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา แต่ในอนาคตอาจจะมีการสร้างโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงเรียน แยกออกต่างหาก”

การไม่มีคำสั่งให้ผู้หญิงกลับไปทำงานในหลายสายอาชีพ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาต่อนโยบายที่กระทบต่อสตรี แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของตาลีบันต่อสตรีที่แทบไม่ต่างจากสมัยก่อน แม้จะพยายามยืนยันด้วยคำพูดว่าสิทธิสตรีจะดีขึ้นอีกกี่ครั้งก็ตาม 


สตรีลุกขึ้นประท้วงคณะรัฐมนตรีชายล้วน 

วันที่ 7 กันยายน 2021 ตาลีบันประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชั่วคราว ความน่าสนใจของแถลงการณ์ครั้งนี้ นอกจากจะมีรายชื่อบุคคลที่ทาง FBI ต้องการตัว ครม. ทั้งหมดคือคณะทำงานชายล้วน ไม่มีผู้หญิงแม้แต่คนเดียว ท่ามกลางข่าวที่รายงานคู่ขนานกันไปว่ามีผู้หญิงจำนวนมากทั้งในระบบข้าราชการ และอาชีพอื่นๆ ถูกเลิกจ้าง ถูกกดดันให้ออกจากงาน

วันที่ 8 กันยายน 2021 ประชาชนหลายร้อยคนในกรุงคาบูลรวมตัวจัดชุมนุม ผู้หญิงจำนวนมากออกมาเดินประท้วงนโยบายต่างๆ ของตาลีบัน

ขบวนประท้วงชูประเด็นการแสดงความไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐมนตรีชายล้วน ไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เกิดการทวงถามถึงสัญญาที่ตาลีบันเคยให้ไว้ในช่วงแรก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม็อบมีผู้ชายเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากก็ถูกสลายการชุมนุม เหล่านักรบตาลีบันยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ประชาชน ทั้งที่รัฐบาลเคยสั่งห้ามยิงปืนขึ้นฟ้า 

ตาลีบันคุมม็อบเข้าประชิดตัวแกนนำหญิง ถ่ายภาพพวกเธอเอาไว้ ก่อนไล่ให้ออกจากพื้นที่ บางคนใช้แส้ฟาดใส่ผู้หญิง บางส่วนคอยทำหน้าที่กันไม่ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ ช่างภาพหลายสำนักถูกคุมตัวนานหลายชั่วโมง ก่อนวันถัดมาตาลีบันออกกฎใหม่ว่า หากผู้ใดต้องการจัดการชุมนุม จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลก่อนเท่านั้น

การชุมนุมที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูลไม่ได้มีเพียงกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย ช่วงเวลาไม่ห่างกับการชุมนุมต่อต้านตาลีบัน มีสตรีจำนวนมากที่สวมบูร์กามิดชิด ถือธงตาลีบันเดินขบวนบนท้องถนน ปราศรัยต่อต้านแนวคิด วัฒนธรรมแบบโลกตะวันตก และประณามประชาชนที่ต่อต้านตาลีบัน 

ภาพจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้แตกต่างจากม็อบที่ถูกสลายการชุมนุม เนื่องจากทุกมุมของขบวนจะมีนักรบตาลีบันถือปืนกลเดินอยู่โดยรอบ คอยดูแลและอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ซึ่งทางตาลีบันอ้างว่า ผู้จัดชุมนุมดังกล่าวได้มาทำเรื่องขอจัดงานแล้ว 


ยุบกระทรวงกิจการสตรี แทนที่ด้วยกระทรวงเผยแผ่ศีลธรรมและป้องกันอบายมุข  

แง่การเรียนการสอน วันที่ 29 สิงหาคม 2021 โลยา จีร์กา (Loya Jirga) รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาตาลีบัน ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการสอนระดับมหาวิทยาลัย รัฐบาลจะสร้างการเรียนการสอนแบบหลักสูตรอิสลามที่มีความเหมาะสม ภายใต้กรอบค่านิยมแห่งอิสลามและกฎหมายชารีอะห์ ผู้หญิงยังคงเข้าชั้นเรียนได้ตามปกติ ห้ามเรียนร่วมชั้นกับเพศชายและต้องแต่งกายด้วยชุดบูร์กา 

วันที่ 12 กันยายน 2021 ตาลีบันพยายามสร้างความมั่นใจกับประชาชนอีกครั้ง ยืนยันว่าผู้หญิงสามารถเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้ตามปกติ  แต่ต้องแยกกับผู้ชายให้เป็นกิจจะลักษณะ

โลกได้เห็นภาพนักศึกษาหญิงหลายสถาบัน เดินทางมายังมหาวิทยาลัยด้วยชุดคลุมสีทึบหรือสีฟ้าปกปิดร่างกายมิดชิด ส่วนในชั้นเรียนมีการนำม่านขนาดใหญ่มากั้นกลางห้อง นักศึกษาจะต้องนั่งแยกชายหญิง

อาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศโดยไม่ระบุชื่อจริง เธอแสดงความคิดเห็นถึงการศึกษาของตาลีบันว่า รักษาการรัฐมนตรีอุดมศึกษาปรึกษาเรื่องการเรียนการสอนแค่กับครูเพศชาย พูดคุยแค่กับนักศึกษาชาย เพื่อเรียกให้พวกเขากลับมาเรียนอีกครั้ง 

คล้ายกับว่าตาลีบันริบเสียงของสตรีไปเรื่อยๆ วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2021 เจ้าหน้าที่รัฐจัดการเปลี่ยนป้ายชื่อที่ทำการ ‘กระทรวงกิจการสตรี’ เป็น ‘กระทรวงการเผยแผ่คุณธรรมและป้องกันอบายมุข’ (propagation of virtue and the prevention of vice) ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “กระทรวงศีลธรรม”

กระทรวงที่จะคอยดูแลสิทธิสตรีหายไปจากสังคม เปลี่ยนเป็นกระทรวงที่ให้คำแนะนำด้านศีลธรรม เจ้าหน้าที่จำนวนมากในกระทรวงเดิมไม่สามารถเข้าไปในสำนักงานได้ หลายคนไม่รู้ว่าหลังจากนี้หน้าที่การงานจะเป็นอย่างไรต่อ จะถูกโยกย้ายไปทำส่วนไหน หรือว่าถูกไล่ออกแล้ว เมื่อสำนักข่าวสอบถามไปยังรัฐบาลตาลีบัน ก็ยังไม่มีใครออกมาให้คำตอบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2021 ผู้หญิงหลายสิบคนยืนประท้วงหน้ากระทรวงกิจการสตรีที่ถูกเปลี่ยนเป็นกระทรวงใหม่ เรียกร้องให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมกับสังคมเหมือนก่อนที่ตาลีบันจะเข้ายึดครอง การประท้วงเริ่มขึ้นได้ไม่เท่าไร พวกเธอถูกนำตัวขึ้นรถกระบะออกไป 

วันเดียวกับที่ยุบกระทรวงกิจการสตรี กระทรวงศึกษาธิการออกคำสั่งให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษากลับมาเปิดการเรียนการสอน เด็กชายระดับมัธยมศึกษาจะเข้าเรียนตามปกติ ครูผู้สอนชายกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่ในแถลงของกระทรวงฯ ไม่ได้กล่าวถึงนักเรียนหญิง หรือครูผู้หญิงแต่อย่างใด 

ปกติโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาของอัฟกานิสถาน จะแยกเป็นโรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนอยู่แล้ว ในช่วงก่อนถูกตาลีบันยึดครอง โรงเรียนทั้งหมดถูกสั่งปิดชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 พอตาลีบันยึดกรุงคาบูลได้ เด็กๆ จึงหยุดเรียนยาวมาหลายเดือน พอตอนนี้มีคำสั่งให้กลับเข้าเรียนได้อีกครั้ง เด็กผู้หญิงและครูผู้หญิงกลับไม่ได้ถูกกล่าวถึง 

สำนักข่าวบัคตาร์ประจำอัฟกานิสถาน รายงานข่าวการเปิดเทอมของนักเรียนมัธยมฯ อ้างอิงคำสัมภาษณ์ของ ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกตาลีบันว่า 

“ตอนนี้อยู่ในช่วงจัดการหลายอย่าง โรงเรียนสำหรับเด็กหญิงจะเปิดการเรียนการสอนเร็วๆ นี้”

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ‘ยูนิเซฟ’ ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นกังวลต่ออนาคตทางการศึกษาของหญิงชาวอัฟกัน เพราะการศึกษาคือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ผู้หญิงทุกช่วงวัยจะต้องได้กลับเข้าเรียนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด 


สตรีมีค่าแค่การเป็น ‘บางสิ่ง’ ของบุรุษ

“หน้าที่ของผู้หญิงคืออะไร คือการอยู่บ้านเฉยๆ รอให้วันหนึ่งมีคนมาเคาะประตูเพื่อขอแต่งงาน เรามีชีวิตอยู่เพื่อเรื่องแค่นี้ ?” 

ประโยคดังกล่าวคือความอัดอั้นตันใจของเด็กหญิงคนหนึ่งต่อชีวิตของตัวเองหลังจากนี้ เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีแบบไม่เปิดเผยชื่อ เด็กสาวไม่มั่นใจว่าจะได้กลับไปเรียนอีกครั้งหรือไม่ และถ้าไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน ชีวิตของเธอจะเป็นแค่การรอให้ถึงวันที่จะเป็นภรรยาของใครสักคนเท่านั้นหรือ

ชายวัยกลางคนอีกราย เล่าถึงชีวิตตัวเองให้นักข่าวบีบีซีฟัง สมัยก่อนแม่ของเขาไม่ได้รับการศึกษา พ่อมักทุบตีแม่ เรียกเธอว่า “ผู้หญิงโง่ๆ” และพอตัวเองมีลูกกลายเป็นพ่อคน เขาก็ไม่อยากเห็นลูกสาวตัวเองมีชีวิตเหมือนกับแม่ของเขา 

วันที่ 14 กันยายน 2021 วาฮีดุลเลาะห์ ฮาชิมิ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ไม่ว่าจะถูกประชาคมโลกกดดันเรื่องสิทธิสตรีมากแค่ไหน รัฐบาลอัฟกานิสถานภายใต้การกำกับดูแลโดยกลุ่มตาลีบัน ยังคงใช้ชารีอะห์เป็นกฎหมายหลักเต็มรูปแบบ

“เราสู้กันมาเกือบ 40 ปี เพื่อนำระบบกฎหมายชารีอะห์สู่อัฟกานิสถาน ชารีอะห์ไม่อนุญาตให้ชายหญิงทำงานด้วยกัน” 

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สหภาพยุโรป รวมถึง ประเทศกาตาร์ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างสหรัฐฯ กับตาลีบัน ต่างแสดงความกังวลต่อสิทธิสตรีในอัฟกานิสถาน ทั้งเรื่องที่ไม่มีผู้หญิงอยู่ในคณะรัฐมนตรี ข้อจำกัดทางศึกษา การให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดตั้งรัฐบาลที่ครอบคลุมความหลากหลาย 

การเคลื่อนไหวของนานาประเทศ เหมือนที่นักสิทธิมนุษยชนคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าอัฟกานิสถานกำลังย้อนกลับไปยังยุคสมัยเก่าอีกครั้ง

“สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้ทุกคนนึกถึงสิ่งที่ตาลีบันทำในยุค 90 คือการทำให้สังคมเต็มไปด้วยสตรีที่ไม่ได้รับการศึกษา”



อ้างอิง

edition.cnn.com

npr.org

theguardian.com

pri.org

apnews.com

bbc.com


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ตรีนุช อิงคุทานนท์
กองบรรณาธิการสายสังคม-การเมือง ไทยรัฐพลัส ผู้สนใจใน 'คนเท่ากัน เฟมินิสต์ และสิทธิของผู้หลากหลายทางเพศ'

Follow