Humberger Menu

ดูงานเมืองนอก ต่างประเทศมีแผนฉีด ‘วัคซีนเด็ก’ อย่างไร

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์
Summary
  • ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการนำร่องฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ให้กับเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปี รวมจำนวนกว่า 100,000 คน ในโครงการ VACC 2 School โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเร่งให้เปิดเรียนตามปกติเร็วที่สุด
  • วัคซีนที่ อย.อนุญาตให้ใช้ในเด็กอายุมากกว่า 12 ปี มีสองเจ้า คือ mRNA ของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ส่วนซิโนฟาร์มยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลการวิจัยวัคซีนที่เพียงพอ
  • หลังจากสัดส่วนการฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่ก้าวหน้าไปมาก หลายๆ ประเทศเริ่มแผนการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก โดยวัคซีนที่ชาติยุโรปอนุมัติให้ใช้คือ ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา โดยส่วนใหญ่มีเกณฑ์อายุขั้นต่ำของเด็กคือ 12 ปีขึ้นไป

วัคซีนโควิด-19 ในเด็กเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีการสื่อสารออกมาสองทาง “ตกลงฉีดได้หรือเปล่า” ถ้าได้ ฉีดอะไร “อ้าว ทำไมวัคซีนที่ลูกได้ อย.ยังไม่อนุมัติ” เช่นเดียวกับอีกหลายนโยบายของรัฐ ที่เมื่อไม่พูดให้ชัดๆ ต่อให้ใครแบกความอดทนไว้แค่ไหนก็ต้องมีบ่นก่นด่ากันบ้าง กับความไม่รู้จะเอาอย่างไรแน่ของรัฐบาล และหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับวัคซีนทั้งหลาย


เคลียร์หรือไม่ กับนโยบายวัคซีนเด็ก?

20 กันยายน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการนำร่องฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ให้กับเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปี จาก 132 โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมจำนวนกว่า 100,000 คน กับโครงการ VACC 2 School โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีกำหนดเป้าหมายไว้ที่กลางเดือนตุลาคม เพื่อเร่งให้เปิดเรียนตามปกติเร็วที่สุด 

เมื่อมีเด็กจำนวนมากเข้ารับวัคซีนซิโนฟาร์ม คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ออกมาชี้แจงว่า วัคซีนที่ อย.อนุญาตให้ใช้ในเด็กอายุมากกว่า 12 ปี มีสองเจ้า คือ mRNA ของไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) ส่วนซิโนฟาร์มยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลการวิจัยวัคซีนที่เพียงพอ... 

ส่วน BBC Thai อ้างอิงคำกล่าวของ นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย ให้ข้อมูลกับผู้ปกครองในเวที ‘ศบค. ศธ. พบสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย 3 ภาคีร่วมใจเพื่อเปิดภาคเรียนปลอดภัยกับวัคซีนเด็ก’ เกี่ยวกับการให้วัคซีนโควิดในเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปว่า ขณะนี้หลายประเทศ รวมถึง อย.ของไทยมีการอนุมัติให้ใช้วัคซีนชนิด mRNA ในเด็กแล้ว ขณะที่การฉีดซิโนฟาร์มเป็นการศึกษาวิจัยที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินการ แต่ล่าสุด อย. ยังไม่อนุมัติให้ใช้ซิโนฟาร์มในเด็ก เนื่องจากว่ายังไม่มีการทดลองในระยะที่ 3 ที่แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัย

นั่นทำให้ผู้ที่อยู่ในแผน… หรือเด็กที่เพิ่งยื่นแขนไปรับเข็มวัคซีน และผู้ปกครองอาจขมวดคิ้วว่าสรุปแล้วทำอะไรกับลูกฉัน 

ด้าน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็แสดงออกชัดเจนว่าจะเดินหน้าแผนฉีดซิโนฟาร์มให้เด็กในโครงการ VACC 2 School ต่อไป โดยวันที่ 21 กันยายน ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอบโต้มติคัดค้านซิโนฟาร์มของ อย. ว่า 

“กลัวอะไร และวัคซีนซิโนฟาร์มก็มีผลกระทบน้อยกว่าวัคซีนอื่นตั้งเยอะ จะไปกลัวอะไร วัคซีนอื่นน่ากลัวกว่าอีกไหม ส่วนที่มีมติออกมาไม่ให้ฉีดในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปีขึ้นไปนั้น สงสัย อย.ไม่มีลูกมีหลานเล็กๆ อันนี้เดาเอา”

นอกจากนี้ ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังหวังว่าจะดำเนินการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้เด็กให้จบโครงการรอบแรก เพื่อนำไปเป็นตัวอย่างให้ (อย.) พิจารณา 

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Infectious Disease ระบุว่า จากการวิจัยในเฟสที่ 1 และ 2 วัคซีนซิโนฟาร์มมีความปลอดภัยสำหรับผู้มีอายุ 3-17 ปี แต่ผลวิจัยในเฟสที่ 3 ยังไม่มีในตอนนี้

หากกังวลกับซิโนฟาร์ม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข กำลังเริ่มโครงการ ‘เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 สถานศึกษาปลอดภัย เด็กได้รับวัคซีนถ้วนหน้า’ โดยจะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนนักศึกษาที่มีอายุ 12-18 ปี ครอบคลุม ปวช./ปวส. ทุกสังกัด โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ moe.go.th

เรื่องนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เด็กไทย สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ความวุ่นวายเรื่องวัคซีนระหว่างการทำงานของหน่วยงานต่างๆ นั้นมีมากมายไม่ต่างกัน 

ดังนั้น เป้าหมายปลายทางที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก็ยังถูกกำกับด้วยเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ตามจั่วหัวว่า ‘เคลียร์หรือไม่’ คงยังไม่มีใครกล้าตอบตอนนี้

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีผู้ไม่ได้รับวัคซีนสักเข็มเลยจำนวนไม่น้อย ตัวเลขผู้ได้รับวัคซีนครบสองโดสในวันที่ 22 กันยายน อยู่ที่ 21.7 เปอร์เซ็นต์ เรื่องการฉีดวัคซีนให้เด็กก็กลายเป็นปัญหาอุบัติใหม่ล่าสุด ขณะที่เมื่อมองออกไปยังต่างประเทศ ต่อเนื่องจากแผนการเร่งวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด หลายประเทศเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้เด็กมาพักใหญ่ๆ 


ดูงานการฉีดวัคซีนของเมืองนอกเมืองนา

ก่อนหน้านี้หลายๆ ประเทศเน้นฉีดวัคซีนให้ผู้สูงวัย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดโควิด-19 ก่อนที่จะลงมาหาผู้ใหญ่ในช่วงวัยอื่น 

ยกตัวอย่างกลุ่มประเทศยุโรป ประชากร 77.7 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งโดส เมื่อเป้าหมายคือการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงคนทุกกลุ่ม และเมื่อสัดส่วนผู้ได้รับวัคซีนในลำดับต้นๆ เข้าที่เข้าทางตามแผน หลายประเทศจึงเริ่มขั้นตอนถัดไปในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ คือการฉีดวัคซีนให้เด็กและเยาวชน

องค์การยาแห่งยุโรป (The European Medicines Agency: EMA) อนุมัติให้ไฟเซอร์เป็นวัคซีนสำหรับเด็กที่มีอายุ 12-15 ปี ไม่นานจากนั้น EMA ก็อนุมัติวัคซีนโมเดอร์นาในกลุ่มอายุ 12-17 ปี

ในรอบสองเดือนที่ผ่านมา EMA มีคำตอบค่อนข้างชัดเจนสำหรับวัคซีนที่อนุมัติให้ฉีดในเด็กอายุ 12-18 ปี ซึ่งแต่ละประเทศในยุโรปก็ใช้แนวทางนี้เป็นพื้นฐานการออกนโยบายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เด็กในแต่ละประเทศต่อไป 


สหราชอาณาจักร

โครงการฉีดวัคซีนสำหรับผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี ดำเนินการไปแล้วในบางพื้นที่ โดยที่อังกฤษ วัยรุ่นอายุ 16-17 ปีในอังกฤษ เริ่มรับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ขณะที่เด็กอายุ 12-15 ปี ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อก็มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนเช่นกัน ส่วนในไอร์แลนด์เหนือ วัยรุ่นอายุ 16-17 ปี อยู่ในข่ายผู้มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้ว


ไอร์แลนด์

โดยภาพรวมแล้ว ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชากรได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากกลางเดือนกันยายน เปิดเผยว่า ผู้มีอายุมากกว่า 18 ปี จำนวน 92.6 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม และ 90.2 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนครบถ้วน

ไอร์แลนด์ เปิดให้มีการลงทะเบียนรับวัคซีนในเด็กอายุ 12-15 ปี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ทำให้ตัวเลขประชากรอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสสูงถึง 90.2 เปอร์เซ็นต์ และ 85.1 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนครบ 


อิตาลี

เป้าหมายของอิตาลี คือการเร่งฉีดวัคซีนให้เด็กวัยรุ่นจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นภาคเรียนใหม่ได้ในเดือนกันยายน จากข้อมูลเมื่อวันที่ 13 กันยายน วัยรุ่นที่ได้รับวัคซีนหนึ่งโดสอยู่ที่ 62.43 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 44.95 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 

โครงการฉีดวัคซีนในเด็กและวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี โดยไม่ต้องนัดหมาย เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม โดยผู้มีอายุ 12-15 ปี จะได้รับการฉีดไฟเซอร์ ขณะที่โมเดอร์นาได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ในผู้มีอายุ 12-17 ปี


เยอรมนี

ในช่วงแรก ทางการเยอรมนีฉีดวัคซีนให้เฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัวและมีความเสี่ยงเท่านั้น แต่หลังจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา วันที่ 16 สิงหาคม รัฐบาลก็ปรับแผนใหม่เป็นฉีดวัคซีนให้เด็กอายุมากกว่า 12 ปีทุกคน 

คณะกรรมาธิการวัคซีน (STIKO) ของเยอรมนี อ้างอิงผลการทดลองจากสหรัฐฯ ที่ดำเนินการฉีดวัคซีนให้วัยรุ่นไปราว 10 ล้านคน ว่าการเริ่มฉีดวัคซีนมีผลดีมากกว่า เพราะความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่หายาก (rare side effect) มีความเสี่ยงน้อย

ข้อมูลในวันที่ 23 กันยายน เด็กและวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว มี 30.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ 39.9 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม 


ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดให้ฉีดวัคซีนแก่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 12 ปี ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 กันยายน ระบุว่า เด็กและวัยรุ่นในช่วงอายุ 12-17 ปี จำนวน 69.1 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส และ 57.6 คือตัวเลขของประชาชนช่วงวัยนี้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว  

เพื่อให้การใช้ชีวิตของประชาชนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ปลายเดือนกันยายน ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่มีหลักฐานการฉีดวัคซีน หรือได้รับการตรวจโควิด-19 ใน 72 ชั่วโมง จะสามารถเข้าใช้บริการสถานที่สาธารณะ เช่น โรงภาพยนตร์ หรือร้านอาหารได้ 


สเปน

รายงานของกระทรวงสาธารณสุขสเปน เมื่อวันที่ 13 กันยายน ระบุว่า 79.2 เปอร์เซ็นต์ของประชากรอายุระหว่าง 12-19 ปี ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกแล้ว และ 58.4 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว


เดนมาร์ก

ทางการเดนมาร์กอนุมัติให้ฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 12-15 ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนกรกฎาคม ล่าสุดในเดือนกันยายน 83.5 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว


สวิตเซอร์แลนด์

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว ที่สวิตเซอร์แลนด์อนุมัติให้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุมากกว่า 12 ปี โดยหน่วยงานวัคซีนสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 19 กันยายน เด็กและวัยรุ่นในช่วงวัย 10-19 ปี จำนวน 23.19 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีนหนึ่งเข็ม และผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนคือ 12.33 เปอร์เซ็นต์ 


คิวบาเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 เริ่มต้นตั้งแต่เด็ก 2 ขวบ 

เป็นระยะเวลาหลายเดือน ที่ระบบสาธารณสุขที่ดีอันดับต้นๆ ของโลกของคิวบาเกือบจะล่มสลายเพราะโดนโควิด-19 โจมตีระลอกล่าสุด และการขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์หลายอย่าง จนไม่พอรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้นเฉียบพลัน แต่ตอนนี้คิวบากำลังเป็นจะเป็นประเทศที่เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชากรอายุน้อยที่สุด 

ขณะที่ประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่อายุขั้นต่ำของผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 คือ 12 ปี แต่บางประเทศก็เริ่มมีความพยายามกำหนดเกณฑ์ไปยังเด็กอายุน้อย เช่น จีน เวเนซุเอลา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชิลี แต่คิวบาเริ่มลงมือทำจริงก่อน ในการขยายอายุผู้มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนลงไปถึง 2 ขวบ 

แม้จะยังไม่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และไม่มีงานวิจัยเผยแพร่ในระดับโลก ทางการคิวบา ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบสาธารณสุขดีที่สุดในโลก ตัดสินใจใช้วัคซีนที่ผลิตในประเทศ Soberana 2 บวกกับ Soerana Plus สำหรับกรณีฉุกเฉิน โดยตามทางหน่วยงานสาธารณสุขอ้างว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ควบคุมยาและอุปกรณ์การแพทย์ คิวบา (CECMED) อนุญาตให้ Soberana 2 ใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้ที่มีอายุ 19 ปีขึ้นไป ต่อมา หลังการทดลองทางคลินิกในเฟสที่ 1 และ 2 แล้ว CECMED ก็อนุมัติให้ใช้วัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 2 ถึง 18 ปี โดยไม่รอการทดลองเฟสที่ 3

Soberana 2 พัฒนาโดยสถาบัน Finlay Vaccine Institute เป็นวัคซีนโปรตีนเบส (Protein-nanoparticle Vaccine) เช่น เดียวกับ โนวาแว็กซ์ (Novavax) ของสหรัฐฯ ซาโนฟี (Sanofi) ของฝรั่งเศส 

คิวบาประกาศปิดโรงเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ก่อนจะกลับมาเปิดได้ไม่กี่สัปดาห์ช่วงปลายปี แล้วก็ต้องปิดใหม่ในเดือนมกราคม 2021 ยาวมาจนถึงตอนนี้

เชื่อกันว่า นโยบายเร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดของคิวบา คือความพยายามในการเปิดเทอม การเปิดประเทศให้กลับสู่สภาวะปกติ และฟื้นระบบเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ โดยไม่รอความช่วยเหลือจากต่างชาติ ซึ่งคิวบาต้องเจอกับทั้งปัญหาการคว่ำบาตรและการกักตุนวัคซีน ด้วยศักยภาพทางการแพทย์ คิวบาจึงอยู่ในสภาวะจำเป็นต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยตัวเอง


อ้างอิง: euronews.com, aljazeera.com, edition.cnn.com, medicalxpress.com, verywellhealth.com, thehill.com

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
บรรณาธิการสายสังคมการเมือง

Follow