Humberger Menu

91 ปี ชาตกาล จิตร ภูมิศักดิ์ กับ ‘การกระทำอันเป็นราษฎร’

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์
Summary
  • จิตร ภูมิศักดิ์ เกิดวันที่ 25 กันยายน 2473 เสียชีวิตวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 ขณะอายุ 36 ปี หาก จิตร ภูมิศักดิ์ ยังมีชีวิตอยู่ 25 กันยายน 2564 เขาจะมีชีวิต 91 ปี
  • จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาถูกเพื่อนชาวจุฬาฯ จับโยนบก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2496 จากนั้นจิตรถูกจับด้วยความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ จากกรณีทำหน้าที่สาราณียากรหนังสือมหาวิทยาลัย 23 ตุลา ฉบับปี 2496
  • จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกรื้อฟื้นตัวตนและความคิดขึ้นมาหลายครั้ง และล่าสุด ‘รุ่นน้อง’ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กำลังคืนชีวิตและคืนความยุติธรรมส่วนหนึ่งให้ จิตร ภูมิศักดิ์ โดยการกำหนดให้วันโยนบกเป็นวันสำคัญ

Illustration: Nuttal-Thanapohn Dejkunchorn  

1.

จิตร ภูมิศักดิ์ เกิดวันที่ 25 กันยายน 2473 ถูกรัฐบาลทหารจับกุมข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2501 ถูกปล่อยตัวในวันที่ 30 ธันวาคม 2507 ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 ขณะมีอายุ 36 ปี 

การเกิด ถูกขัง และความตายของ จิตร ภูมิศักดิ์ ถักทอกันจนกลายเป็นผังเวลาของชีวิตแสนสั้นของคนคนหนึ่ง วิลลา วิลัยทอง ผู้เขียนหนังสือ ทัณฑะกาลของจิตร ภูมิศักดิ์ ให้ความสนใจเรื่องเวลาในการถูกคุมขังของจิตร 

เพราะ 6 ปีในคุกลาดยาวของ จิตร ภูมิศักดิ์ “กินเวลาถึง 1 ใน 6 ของชีวิตเขา”

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 12 หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 เป็นเหมือนหลุมดำสูบกลืนเวลาในชีวิตของผู้ต้องหาและความทรงจำของสังคมให้สูญหายไปร่วมทศวรรษ ก่อนที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาในทศวรรษที่ 2510 จะรื้อฟื้นผลงานและความคิดของพวกเขากลับคืน กระทั่งความคิดและตัวตนของปัญญาชนรุ่นก่อนหน้าปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ทางสังคมการเมืองและวัฒนธรรม

คำสั่งการจับกุมตาม พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนอย่างเหลือล้น ในการคุมตัวผู้ต้องหาได้ตลอดระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาการควบคุมตัวตามกฎหมาย ศาลทหาร คือผู้มีอำนาจพิจารณาคดี องค์ประกอบในกระบวนการยุติธรรมเช่นนี้ ทำให้ผู้ต้องหาผู้กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ต้องพบกับความไพศาลไม่รู้สิ้นของ ‘เวลา’ ในการถูกจองจำ

การฝากขังในระหว่างไต่สวนคดีในยุคของ ‘การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์’ มีลักษณะคล้ายกับการฝากขังในกระบวนการพิจารณาคดี 112 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ต้องหาคดี 112 ส่วนใหญ่ต้องยอมรับสารภาพ เพื่อทำให้กระบวนการไต่สวนสิ้นสุดลงโดยเร็ว เพื่อพวกเขาจะได้รับรู้ถึงขอบเขตของเวลาการรับอิสรภาพ

การปฏิบัติตัวต่อนักโทษการเมืองในยุคสมัยของ จิตร ภูมิศักดิ์ น่าจะมีความแตกต่างไปจากยุคของคนรุ่นราษฎร 2563 เพราะ อิศรา อมันตยกุล ผู้ต้องหาคดีมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ สามารถออกไปซื้อรองเท้าผ้าใบระหว่างถูกฝากขัง ก่อนจะกลับมาให้ทันเวลาที่ตกลงกับเจ้าหน้าที่ 

ในหนังสือของ วิลลา วิลัยทอง บันทึกมุมมองของ พลตำรวจตรีอุทัย อัศววิไล (ยศขณะนั้น) ที่มีมุมมองต่อผู้ต้องหาคดีคอมมิวนิสต์ว่า “เป็นคนที่มีความคิดการเมือง มีเกียรติ มีความรับผิดชอบ เราก็ให้เป็นคน” 

ในห้วงของการระบาดของโควิด-19 การไม่ให้สิทธิผู้ต้องหาประกันตัวทำให้เกิดคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหาอย่าง อานนท์ นำภา, จตุภัทร บุญภัทรรักษา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังและปล่อยตัวคนอื่นๆ ล้วนแต่ติดโควิด-19 จากความแออัดในเรือนจำ แต่ในปี 2507 ทวีป วรดิลก ได้รับการประกันตัวในเดือนเมษายน เพราะป่วยเป็นวัณโรค

ข้อเปรียบเทียบข้างต้นไม่ได้ต้องการโน้มน้าวว่า กระบวนการยุติธรรมในทศวรรษที่ 2500 มีความเที่ยงธรรมกว่าปัจจุบัน หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกัน


หนังสือมหาวิทยาลัย 23 ตุลา ฉบับปี 2496

แม้ว่า จิตร ภูมิศักดิ์ จะเดินออกมาจากคุกลาดยาวพร้อมกับต้นฉบับความหนา 600 กว่าหน้า ที่ต่อมาจะถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มสำคัญชื่อ ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอมฯ ในปี 2519 แต่เขาถูกกระบวนการยุติธรรมใต้รัฐทหารพรากเวลาไปจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นแม่และพี่สาวของเขา

ยังไม่นับว่าสาเหตุของการสูญเวลาไป 6 ปีโดยไม่ได้กระทำความผิด มีที่มาจากการใช้เสรีภาพในการทำหนังสือเล่มที่เขาถูกเพื่อนนิสิต ‘โยนบก’ และมหาวิทยาลัยลงทัณฑ์ด้วยการจองจำเขาให้อยู่นอกรั้วการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี


2.

ใน หนังสือมหาวิทยาลัย 23 ตุลา ฉบับปี 2496 ฉบับ E-Book ในคลังห้องสมุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ถูกเซนเซอร์ ในหน้าแรกๆ จะมีคำขวัญของระบบ SOTUS ทำหน้าที่ประหนึ่งสาส์นต้อนรับสายตานักอ่าน 

Seniority, Order, Tradition, Unity และ Spirit 



สำหรับ ดอม รุ่งเรือง นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง 5 คำนี้บ่งบอกถึง “ความคิดกระแสหลักในมหาวิทยาลัยเวลานั้นครับ จิตรขัดแย้งกับสิ่งนี้ เขาจึงถูกโยนบก นับเป็นความรุนแรงที่ถูกผลิตภายในสถาบันมหาวิทยาลัย” 

ดอมสละเวลาในชั้นเรียนออนไลน์ บอกเล่าเรื่องราวของการหวนกลับไป ‘สำรวจจิตร’ ผู้เป็นรุ่นพี่คณะอักษรศาสตร์ที่น่าทึ่งของเขา “จิตรเป็นหนึ่งในนิสิตที่เก่งมากที่สุดคนหนึ่งที่คณะอักษรฯ เคยมีครับ”

ในฐานะประธานการจัดงาน 91 ปี ชาตกาล จิตร ภูมิศักดิ์ ดอมและทีมนิสิตจากองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) คณะกรรมการนิสิตอักษรศาสตร์ สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กลับไปสำรวจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2496 อีกครั้ง 

“เราไม่สามารถบอกได้ว่านิสิตทั้งจุฬาฯ เห็นด้วยกับการโยนบกจิตรนะครับ” เขายกหลักฐานขึ้นสนับสนุนข้อเสนอนี้ด้วยการเอ่ยถึงนิสิตหญิงคนหนึ่งที่ประท้วงการกระทำอันละเมิดสิทธิมนุษยชนในหอประชุมเมื่อ 68 ปีก่อน

“ในหมู่นักศึกษาในเวลานั้นมีทั้งความคิดหัวก้าวหน้าและอนุรักษนิยมครับ ซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนคือตอนที่จิตรถูกจับโยนบก มีนิสิตหญิงคณะอักษร ชื่อ ม.ร.ว.ดวงใจ จิตรพงศ์ เธอขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวประณามการกระทำดังกล่าว มีคนเห็นด้วยจำนวนมากนะครับ 

“มีการลงคะแนนเสียงด้วยว่า การโยนบกไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเทียบปริมาณของผู้คนที่ยึดถือคุณค่าแบบเสรีประชาธิปไตยระหว่างยุคของจิตรกับยุคของเรา ในยุคสมัยของเราก็อาจจะชัดเจนกว่า แต่ในยุคสมัยของจิตร เราจะบอกว่าเขาโดดเดี่ยวเสียทีเดียวก็อาจจะไม่จริง เพราะมีนิสิตที่เห็นด้วยหรือเห็นใจจิตรครับ”

ดอมส่งลิงก์ทะเบียนเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ เพื่อยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่จริงของ ม.ร.ว.ดวงใจ จิตรพงศ์ ซึ่งเธอเป็นอักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ 20 “เธอเป็นรุ่นพี่ของจิตร 1 ปี จิตรเป็นอักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ 21 ผมรุ่น 86 ครับ”


ดอม รุ่งเรือง 

เมื่อปีที่แล้ว พวกเขา (อบจ.) ได้แสดงจุดยืนของปัจจุบันและเผยท่าทีต่อประวัติศาสตร์กรณี ‘โยนบก’ ด้วยการออกหนังสือแถลงคำขอโทษแด่ จิตร ภูมิศักดิ์ 

“การกระทำนี้เป็นรอยอัปยศที่มิอาจลบเลือนในประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” บางส่วนของจดหมายระบุ

“เราต้องการให้วันโยนบกมีข้อความบางอย่างครับ” ดอมเล่าถึงการประกาศให้วันที่ 28 ตุลาคมปีนี้ เป็นวันรำลึกถึงกรณีโยนบกอย่างเป็นทางการ “เราต้องการเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการอดทนอดกลั้นภายใต้ความหลากหลายทางความคิด”

ชื่อที่จะใช้เรียกขานการรำลึกถึงเหตุการณ์โยนบก ยังคงถูกเพื่อนนิสิตส่งเข้ามาประกวดอย่างต่อเนื่อง มีอยู่ประมาณ 7-8 ชื่อที่ดอมค่อนข้างพอใจ ซึ่ง “เราจะเปิดรับประกวดชื่อถึงวันที่ 6 ตุลานี้ครับ”

การกำหนดให้วันที่ 28 ตุลาคม เป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในอดีต ถือเป็นสิทธิและอยู่ในขอบเขตที่ อบจ. สามารถกระทำได้ ซึ่งในอนาคต “มันอาจจะนำไปสู่การเรียกร้องต่อไปก็ได้ว่าผู้บริหารต้องแสดงการยอมรับว่า มีการใช้ความรุนแรงเมื่อ 68 ปีที่แล้ว เพื่อที่มันจะไม่เกิดซ้ำอีกครับ” ดอม กล่าว

นี่คืออิฐก้อนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรม political accountability ที่ริเริ่มด้วยนิสิตนักศึกษาที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 

นอกจากสิ่งที่ดอม และทีม อบจ. ทำต่อกรณีโยนบก ในการชุมนุมทางการเมืองในปี 2563 นิสิตจุฬาฯ ได้ปราศรัยขอโทษคนเสื้อแดงในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ในวันนั้น จิตร ภูมิศักดิ์ ได้เข้าร่วมชุมนุมผ่านวรรคทองในเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ที่นิสิตหญิงคนหนึ่งขึ้นไปอ่านออกเสียงบนเวที ก่อนที่เธอและผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นๆ จะชูสามนิ้ว อันเป็นสัญลักษณ์ที่ยังไม่ปรากฏในยุคสมัยของ จิตร ภูมิศักดิ์ 


3.

เป็นเวลากว่า 40 วันแล้ว คนกลุ่มหนึ่งออกมายืนนิ่งอย่างสงบเป็นเวลา 112 นาที พวกเขารักษาระยะห่างระหว่างกัน ปล่อยให้การสื่อสารเป็นหน้าที่ของป้ายข้อความและอาภรณ์บนเรือนร่าง หลายใบหน้าปรากฏบนเสื้อยืด ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของ อานนท์ นำภา ใบหน้าของ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ใบหน้าของ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ใบหน้าของเยาวชนอีกมากมายถูกรัฐฟ้องร้องดำเนินคดีซึ่งมีเหตุมาจากการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

ประชาชนในนาม ‘พลเมืองโต้กลับ’ เปลี่ยนชื่อเรียกพื้นที่หน้าศาลฎีกาติดกับสนามหลวงเป็น ‘ลานอากง สนามราษฎร์’ อากง หมายถึงชายชราเชื้อสายจีนชื่อ อำพล ตั้งนพคุณ ผู้ถึงแก่ความตายในเรือนจำกลางคลองเปรม ระหว่างต้องโทษจำคุกคดี 112 ซึ่งเป็นคดีที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาเคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าว AFP “กระบวนการยุติธรรมไทยอาจไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น”

“เรากำลังอยู่ในยุคที่ความคิดของสังคมกำลังเปลี่ยนแปลง” ดอม มองว่าวลีแสนงามอย่าง “เวลาอยู่ข้างเรา” ที่ให้ความหวังแก่คนรุ่นใหม่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ยังคงมีความหมาย แม้มันอาจจะยังไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง 

“ผมคิดว่าเวลาอยู่ข้างเรา แต่เราจะชนะมั้ย มันคนละเรื่องกันครับ การทำงานทางปัญญาต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเราต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ที่การทำงานทางปัญญาจะสุกงอมจนพลิกอำนาจทางการเมืองได้” ดอม บอก

ในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ดอมกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ชีวิตถูกก่อร่างสร้างขึ้นด้วยความหวัง ดอมมีความหวังกับชีวิตในมหาวิทยาลัย กิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย และการเมืองบนท้องถนนร่วมกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ทุกอย่างดับหายหลังการระบาดของโควิด-19

“มันหดหู่ครับ มันยากไปเสียทุกอย่างเลย เราเข้ามหาวิทยาลัยในยุคที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง เราหวังว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่การเมืองใหม่ได้ แต่ทำไม่ได้” 

ขณะที่ดอมเริ่มชีวิตนิสิตด้วยความหวังในปี 2562 ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น นฤทธิ์ ปาเฉย กำลังเขียนบทละครเวทีเรื่อง Long Live Jit Poumisak ชุมนุมเรื่องเล่าวีรกรรมวีรชนปฏิวัติ ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทสาขาศิลปะการแสดง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ละครเรื่องนี้เปิดทำการแสดงในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน 


นฤทธิ์ ปาเฉย / ภาพ : w.ittt&dnppx

 “ผมเริ่มตกหลุมรักจิตร” นฤทธิ์ บอกเล่าความรู้สึกระหว่างการรีเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับ จิตร ภูมิศักดิ์ ในกระบวนการเขียนบทละครในคราวนั้น เขาไม่ได้ต้องการดัดแปลงชีวประวัติของปัญญาชนคนสำคัญของสังคมไทยเพื่อแปรรูปออกมาเป็นละคร แต่เขาต้องการตีความกระบวนการสร้างชีวิตและตัวตนให้ จิตร ภูมิศักดิ์

“ตัวตนของจิตรแปรผันไปกับมุมมองของผู้เล่าเรื่องครับ” นฤทธิ์ มองเห็นกระบวนการเขียนชีวประวัติ ข้อจำกัดของความทรงจำ และการสร้างความจริงในกระบวนการของการประพันธ์ 

“ผมไม่แน่ใจว่า จิตร ภูมิศักดิ์ ที่บ้านหนองกุง, จิตร ภูมิศักดิ์ ที่อยู่ในพื้นที่วิชาการ, จิตร ภูมิศักดิ์ ที่อยู่ในเทวาลัย, จิตร ภูมิศักดิ์ ที่อยู่บนถนนของการชุมนุมทางการเมือง จะเป็นคนเดียวกันมั้ย เรื่องนี้ก็น่าศึกษาเหมือนกันนะครับ” 

นักแสดงละครเวทีคนหนึ่งของนฤทธิ์ เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ทำให้นฤทธิ์มีความรู้สึกว่า “เราไม่จำเป็นต้องมี จิตร ภูมิศักดิ์ แล้วก็ได้ครับ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบเหมือนชายหาดในวันที่กำลังจะมีสึนามิ

เหตุการณ์กวาดล้างเยาวชนโดยรัฐไทยที่กำลังดำเนินอย่างขมักเขม้นในห้วงเวลานี้ ทำให้นฤทธิ์กลับไปครุ่นคิดถึงประเด็นที่เขาเคยหลงใหลในช่วงเวลาของการเขียนบทละครเรื่องดังกล่าว นั่นคือตัวตนของ จิตร ภูมิศักดิ์ ในมิติของการเมืองวัฒนธรรม

“เพราะตอนนี้ ทุกคนเข้ามาเป็น จิตร ภูมิศักดิ์ กันหมดแล้วครับ ความหมายและตัวตนของ จิตร ภูมิศักดิ์ จะขยับเคลื่อนตัวเมื่อมีความพยายามที่จะกดทับความหมายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมโดยที่รัฐพยายามจะผลิตสร้างมันขึ้นมา จากที่ผมศึกษาเรื่องราวของจิตร ผมพบว่าจิตรจะปรากฏตัวขึ้นมาทุกครั้งที่มีอะไรแบบนี้ คล้ายกับฝีที่ฝังในตัวเรา รอวันกำเริบ เมื่อปัจจัยทั้งหลายมันเอื้อ ในตอนที่ร่างกายของเราอ่อนแอ”

เมื่อถามนฤทธิ์ ในฐานะคนที่ศึกษาชีวิตและตัวตนของ จิตร ภูมิศักดิ์ เพื่อนำมาสร้างใหม่ในพื้นที่เรื่องแต่ง ซีนไหนในชีวิตของ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่นักเขียนบทละครอย่างเขาสนใจอยากจะหยิบฉวยมาขีดเขียนในพื้นที่เรื่องแต่ง 

นฤทธิ์ค่อยๆ หลับตาลง เหมือนพาเราเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ในโรงละครที่หรี่ไฟลงจนมืดสนิท ก่อนม่านจะเปิดออก เผยตัวละครบนเวที

“ผมอยากเห็นภาพของคุณจิตรนั่งเล่นจะเข้ให้คุณแม่แสงเงินฟังครับ คุณแม่แสงเงินกำลังเตรียมอาหารอยู่ คุณภิรมย์ (พี่สาวของ จิตร ภูมิศักดิ์) อาจจะนั่งอ่านหนังสืออยู่บริเวณนั้น ไม่ว่าจะเล่าชีวิตของเขามาตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไร ผมก็อยากจะจบด้วยภาพนี้ ภาพที่ จิตร ภูมิศักดิ์ นั่งเล่นจะเข้ ใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนที่เขารักครับ” นฤทธิ์ลืมตา หลังจากฉากสุดท้ายของบทละครที่ยังไม่เขียน ถูกเล่าจบลง.

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์
นักเขียนและผู้ผลิตสารคดีอิสระ

Follow