Humberger Menu

‘นิรโทษกรรม’ อยู่ตรงไหน? ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์
Summary
  • ประเด็นการนิรโทษกรรมวัคซีนเหมาเข่งเริ่มต้นจากการเปิดเผยเรื่อง ‘พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. …’ โดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล ว่าอาจครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการวัคซีนทั้งหมด
  • หากมีการจำกัดความรับผิดจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกกระบวนการที่ทำให้วัคซีนโควิด-19 มาไม่ถึงแขนประชาชน ก็จะได้รับนิรโทษฯ ไปโดยปริยาย ซึ่งรวมถึงฝ่ายนักการเมืองด้วย
  • แต่ที่สุดก็ยังไม่มี พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมา ที่เกิดขึ้นจริงคือการร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่มีเนื้อหาการจำกัดความรับผิด แม้ไม่ระบุชัดถึงผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการวัคซีน แต่ก็เป็นการตีความผู้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขไว้อย่างกว้าง


ช่วงเดือนสิงหาคม ที่เริ่มมีการพูดถึงการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มีหลายความกังวลว่าอาจมีการสอดไส้เนื้อหา ‘นิรโทษกรรม’ หรือคุ้มครองบุคคลไม่ให้ถูกฟ้องร้อง นอกจากแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว อาจรวมถึงบุคคล หรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง หรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน นั่นหมายถึงฝ่ายการเมืองและอีกหลายภาคส่วนที่ถูกตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในขั้นตอนการจัดหาวัคซีน ก็อาจอยู่ในข่าย ‘นิรโทษกรรม’ เช่นกัน 

ย้อนไปวันที่ 17 สิงหาคม 2564 รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมติเห็นชอบของที่ประชุม ครม. โดยระบุว่า “สาระสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. … เพิ่มหมวดเกี่ยวกับการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เพื่อแยกการจัดการโรคติดต่อในสถานการณ์ปกติออกจากโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงที่มีลักษณะของการเป็นโรคอุบัติใหม่/โรคติดต่ออุบัติซ้ำที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ เพื่อให้สาระของกฎหมายที่ยกร่างขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมมีความสอดคล้องกับการดำเนินการด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินโรคระบาดมากยิ่งขึ้น และต่อไปจะได้ไม่ต้องประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)”

วันที่ 21 กันยายน 2564 รัชดา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ครม. มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. … ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ และนำมาใช้บริหารจัดการโรคระบาดร้ายแรงให้ยุติลงโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาจัดการในอนาคต

และกฎหมายนิรโทษกรรมพ้นผิดก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด และยังไม่มีอะไรชี้ชัดว่าจะมีกระบวนการลอยนวลพ้นผิดแบบถูกต้องตามกฎหมายเกิดขึ้น


นิรโทษกรรมวัคซีนเหมาเข่งมาจากไหน

ประเด็นการนิรโทษกรรมวัคซีนเหมาเข่งที่ว่า มีที่มาจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 มีการเปิดเผยถึง ‘พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. …’

โดยในรายละเอียดของผู้ได้รับการคุ้มครองไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายนั้นมีการระบุถึง ‘บุคคล/คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน’ ไว้ในนั้นด้วย 

วันที่ 6 สิงหาคม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดของร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ว่า ว่ามีรายละเอียดถึงบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกฟ้องร้อง นอกจากแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังรวมถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน ซึ่งอาจรวมถึงฝ่ายการเมืองที่เข้ามาอยู่ในกระบวนการ 



ทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องออกมาชี้แจงว่า กฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ให้ผู้รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการ การจัดบริการทางแพทย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานโควิด-19 ทั้งหมด ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยไม่ต้องกังวลกับความรับผิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยเจตนาดีของผู้ปฏิบัติงาน 

ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม ที่มีการจับตาที่ประชุม ครม. ว่าจะมีการชงเรื่องนิรโทษกรรมเข้าไป โดยอาจ ‘ยัดไส้’ อยู่ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ แต่ที่สุดแล้วก็ยังไม่มีรายละเอียดสิ่งที่คล้ายกับการนิรโทษกรรมเกิดขึ้นในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม มติ ครม. ครั้งนั้นคือการเห็นชอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาปรับปรุงในรายละเอียดต่อไป โดยเฉพาะมาตรการ ‘คุ้มครองไม่ต้องรับผิด’ หรือที่เรียกภาษาปากถึงการไม่ต้องรับโทษว่า ‘นิรโทษกรรม’ จะมีอยู่ในร่าง พ.ร.บ. หรือไม่ และครอบคลุมถึงใครบ้าง 


ความคืบหน้าล่าสุด ‘ไม่ต้องรับผิด’ อยู่ตรงไหนของ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

รายละเอียดจาก บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พ.ร.ก. แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. … .ในร่างฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ระบุถึงรายละเอียดของร่าง พ.ร.ก. แก้ไขฯ นี้ว่าเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ 

ส่วนที่น่าสนใจที่เป็นแกนหลักยังคงเป็นประเด็น สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะใช้ทดแทนการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลายๆ ครั้ง ซึ่งหาก ‘สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข’ ถูกประกาศใช้จริง ก็อาจไม่มีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) คงต้องยุติบทบาทลง 


หมวด 6/1 สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ระบุถึงสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขไว้ดังนี้ 

มาตรา 44/1 เมื่อปรากฏว่ามีโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดเกิดขึ้นแพร่หลาย อาจแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย หรือมีภาวะของการเกิดโรคผิดปกติมากกว่าที่เคยเป็นมา จนเป็นอันตรายหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของมนุษย์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในหรือนอกราชอาณาจักร ให้คณะกรรมการพิจารณาประกาศให้โรคนั้นเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ในการพิจารณาดังกล่าวจะมอบหมายให้คณะกรรมการด้านวิชาการทำความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนก็ได้                      

มาตรา 44/2 เมื่อมีประกาศโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงแล้ว เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของประชาชน หรือประโยชน์สาธารณะ หากปรากฏว่ามีสถานการณ์อันเป็นวิกฤติจากโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง อันเป็นหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตสุขภาพ หรือการดำรงชีวิตตามปกติของประชาชนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง หากปล่อยเนิ่นช้าไว้จะเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเกิดขึ้นภายในราชอาณาจักร หรือเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่อาจระบาดเข้ามาในราชอาณาจักรได้ และนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อป้องกันควบคุมระงับยับยั้งฟื้นฟูหรือช่วยเหลือประชาชน ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเพื่อบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักรหรือในบางเขตบางท้องที่ได้ ตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ 

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตลอดระยะเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันประกาศ ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องขยายระยะเวลา ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศขยายระยะเวลาการใช้บังคับออกไปเป็นคราวๆ คราวละไม่เกินสามเดือน 

ในกรณีที่สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขสิ้นสุดลงก่อนกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง ให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขนั้น หรือเมื่อสิ้นสุดกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้นายกรัฐมนตรีประกาศให้ประชาชนทราบ 

เมื่อมีประกาศโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงแล้ว เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย สวัสดิภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อป้องกัน ควบคุม ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชน ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเพื่อบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร หรือในบางเขตบางท้องที่ได้ตามความจําเป็น                    

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ให้ใช้บังคับไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันประกาศ ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องขยายระยะเวลา ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจประกาศขยายระยะเวลาการใช้บังคับออกไปอีกครั้งละไม่เกิน 3 เดือน


รายละเอียด ‘ยกเว้นไม่ต้องรับผิด’ ใน พ.ร.บ.

ข้อสังเกตว่าอาจหมายถึงการนิรโทษกรรมพ้นผิดชนิดครอบคลุมวงกว้างอยู่ที่มาตรา 44/13

“มาตรา 44/13 ในระหว่างที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงตามพระราชบัญญัตินี้ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลใดซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใด ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ ภายใต้สถานการณ์ พฤติกรรม และวิสัย รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ หรือได้ปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ มาตรการ ข้อกำหนด ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ตามมาตรา 44/4 โดยสุจริตแล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่” 

โดยมีเหตุผลของการแก้ไขแนบไว้ว่า

“เพื่อให้ความคุ้มครองแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อฯ หรือได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อฯ โดยได้รับยกเว้นจากความรับผิดทางแพ่งและอาญา”

จากข้อความในร่างแก้ไข พ.ร.บ. นี้ ก็ยังไม่กล่าวถึง “บุคคล/คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีน” ไว้อย่างจำเพาะเจาะจงเหมือนที่เคยพูดถึงกันใน ‘พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. …’

อย่างไรก็ตาม การตีความอย่างกว้างขวางครอบคลุมแบบนี้ ก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ว่า ได้รวมถึงผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัคซีนเข้าไปด้วยหรือไม่ 



ในส่วนของ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. … ยังไม่ได้ทูลเกล้าฯ โดย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า ขณะนี้ไม่มีประชุมสภา หากออกเป็นพระราชกำหนดแก้ไขพระราชบัญญัติในช่วงปิดสมัยประชุม จะต้องเรียกประชุมสมัยวิสามัญ และสถานการณ์ขณะนี้สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยพระราชบัญญัติ จึงไม่ใช่เรื่องรีบร้อน

“เห็นไหม ไม่เห็นมีอะไรเดือดร้อนหรือเร่งรีบสักเรื่อง ประกาศฉุกเฉินก็ยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนอยู่แล้ว” 

จึงมีความเป็นไปได้ว่า หาก พ.ร.บ. ที่จะมี ‘สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข’ ถูกประกาศใช้ อาจทำให้รัฐบาลสูญเสียความชอบธรรมในการใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในการควบคุมสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะควบคุมการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นรายวัน

อ้างอิง:
บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พ.ร.ก. แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พ.ศ. …

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
บรรณาธิการสายสังคมการเมือง

Follow