Humberger Menu

เมื่อนักเคลื่อนไหวมีสิทธิขอประกันตัว แต่อาจไม่มีสิทธิใช้

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ตรีนุช อิงคุทานนท์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์


ในตอนนี้มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยถูกจับกุมคุมขังจำนวนมาก ด้วยข้อหาที่ปรากฏขึ้นซ้ำๆ อย่างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ บางส่วนได้รับการประกันตัว แต่มีอีกหลายคนที่ต้องอยู่ในเรือนจำแม้จะยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิดก็ตาม 

 ปกติแล้วเกือบทุกประเทศบนโลก จะมอบสิทธิแก่ผู้ต้องหาให้เตรียมเอกสาร หาพยานหลักฐานเพื่อสู้คดี หรือที่เรียกกันว่า ‘การขอปล่อยตัวชั่วคราว’ หรือ ‘การขอประกันตัว’ ภายใต้หลักการ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29 วรรค 2 

‘ในทางคดีอาญา ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนไม่มีความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้’

แต่ตอนนี้ ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ต้องหาในคดีการเมือง ทำให้ผู้คนต่างตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดพวกเขาเหล่านี้ที่อยู่ในคุก ถึงไม่ได้อิสรภาพออกมาต่อสู้คดีอย่างที่ควรจะเป็น 

การจับกุมคุมขังนักเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นแทบทุกวัน ไทยรัฐพลัสจึงรวบรวมรายนามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว แล้วถูกจับกุมด้วยข้อหาต่างๆ ถูกส่งตัวไปเรือนจำแม้ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรื่องราวที่ค้างคาใจและเต็มไปด้วยข้อถกเถียงถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องไม่ถูกลบหายไปจากสังคมไทย 


อานนท์ นำภา (ทนายอานนท์)

อานนท์ นำภา หรือ ‘ทนายอานนท์’ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 หลังเดินทางไปมอบตัวตามหมายจับที่ สน.ปทุมวัน

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์ หลังจากพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ออกหมายจับ 3 ข้อหาหลัก คือ มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ละเมิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุมระลึก 1 ปี ‘ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์’ บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563

เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล โดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจก่อคดีอื่นเพิ่มอีก ถือว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว 

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ทนายอานนท์ยื่นคำร้องขอคัดค้านการฝากขัง โดยระบุว่า พนักงานสอบสวนไม่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นที่จะขอให้ศาลออกหมายขัง เมื่อศาลพิเคราะห์คำร้องขอฝากขัง คำร้องคัดค้าน และคำให้การผู้ร้อง เห็นว่าผู้ร้องยืนยันถึงเหตุจำเป็นที่ต้องขอฝากขังผู้ต้องหา เพราะการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ 

เนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานอีก 10 ปาก ต้องรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ประกอบกับผู้ร้องเกรงว่าหากไม่ขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ ผู้ต้องหาอาจไปข่มขู่พยานบุคคลที่ได้มีการฟังคำปราศรัยของผู้ต้องหา หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ทำให้การสอบสวนของเจ้าพนักงานอาจเกิดความขัดข้องได้ 


ทวี เที่ยงวิเศษ (อาทิตย์ ทะลุฟ้า) 

วันที่ 15 กันยายน 2564 ทวี เที่ยงวิเศษ หรือ ‘อาทิตย์ ทะลุฟ้า’ เดินทางไปยัง สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง จากการจัดกิจกรรมให้กำลังใจ ดนุภา คณาธีรกุล (มิลลิ) หน้าสถานีตำรวจ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

ระหว่างออกจาก สน.นางเลิ้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พญาไท ไม่แสดงบัตรประจำตัว แต่แสดงหมายจับ ทวี เที่ยงวิเศษ แบบไม่มีหมายเรียกมาก่อน ในข้อหาต่างๆ ได้แก่

  • ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป
  • ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
  • หลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานฯ
  • ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  • ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

คดีต่างๆ เกิดขึ้นจากการจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 3 กันยายน บริเวณแยกราชประสงค์ พันตำรวจตรี ไพบูลย์ สอโส ผู้กล่าวหาในคดีนี้ ระบุว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามจับกุมผู้ขับขี่รถเครื่องขยายเสียงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุม จึงตามรถกระบะติดเครื่องเสียงคันหนึ่งไป และแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้น  

เจ้าหน้าที่รายนี้อ้างว่า ระหว่างตรวจค้น ทวีและเพื่อนๆ เข้าขัดขวางการทำงานของตำรวจ และมีบุคคลไม่ทราบชื่ออีกหลายคนเข้ารุมทำร้ายร่างกาย

ทวีกับทนายความจึงเดินทางไปยัง สน.พญาไท เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนทำเรื่องขอฝากขังไปยังศาล โดยศาลอนุญาตให้ฝากขัง ด้านทวีได้ยื่นขอประกันตัวชั่วคราวแล้วกว่าสองครั้ง แต่ถูกปฏิเสธ 

 

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) 

ย้อนกลับไปยังวันที่ 1 สิงหาคม 2564 กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ‘ไผ่ ดาวดิน’ และนักเคลื่อนไหวอีกจำนวนหนึ่ง ร่วมกันจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ แสดงจุดประสงค์ขับไล่รัฐบาล และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม นำตัวขึ้นรถผู้ต้องขังไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภาค 1) จังหวัดปทุมธานี เพื่อสอบปากคำและยังไม่มีการปล่อยตัว

การจับกุมกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ส่งผลให้วันถัดมา ไทยรัฐออนไลน์ รายงานความเคลื่อนไหวของมวลชนอีกจำนวนหนึ่ง นำโดย พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) กับ ภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) ร่วมกับสมาชิกจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางไปยังหน้า ตชด.ภาค 1 จัดกิจกรรม ‘Save ไผ่ ดาวดิน และทะลุฟ้า’ โดยมีข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด

วันที่ 3 สิงหาคม จตุภัทร์และกลุ่มทะลุฟ้าได้รับการประกันตัว พวกเขาเดินทางมายัง สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อสาดสีใส่ป้ายสถานีตำรวจ ประกาศว่ากระทำเพื่อโต้ตอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งข้อหาและควบคุมตัวประชาชนที่ออกมาชุมนุมโดยมิชอบ ส่งผลให้จตุภัทร์และพวกถูกออกหมายจับอีกครั้ง และทั้งหมดเดินทางเข้ามอบตัวในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 

ข้อกล่าวหาที่กลุ่มทะลุฟ้าได้รับมีทั้ง ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ทำให้ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เสียหาย และร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และ 215 

หลังจตุภัทร์และพวกเข้ามอบตัวตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวทั้งหมดไปศาลอาญาเพื่อขออำนาจฝากขัง ในช่วงเย็นวันนั้น ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวจตุภัทร์ โดยให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง เมื่อศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม หรือการกระทำใดที่มีลักษณะเดียวกับที่กล่าวหาฟ้องร้อง แต่ผู้ต้องหาฝ่าฝืนเงื่อนไข ถือว่ามีเหตุอันควรให้เชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก ผู้ต้องหาอาจก่อเหตุเพิ่มหรือหลบหนี  

 

นวพล ต้นงาม, วชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ และ ปวริศ แย้มยิ่ง

นวพล ต้นงาม, วชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ และ ปวริศ แย้มยิ่ง และสมาชิกอีก 14 ราย คือนักเคลื่อนไหวกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ที่ถูกดำเนินคดีสาดสีใส่ป้ายสถานีตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เช่นเดียวกับ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และถูกคุมขังไปก่อนแล้ว 

วันที่ 1 กันยายน 2564 ผู้ถูกออกหมายเรียกเดินทางไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ทำให้ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เสียหาย และร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และ 215 

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเรื่องขอฝากขัง 12 วัน ข้อมูลจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า เจ้าหน้าที่อ้างเหตุผลที่จะต้องฝากขังว่าเป็นคดีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหารวมกลุ่มจัดกิจกรรมที่สร้างความไม่สงบเรียบร้อยต่อบ้านเมือง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดต่อ และยังมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จนทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ หากปล่อยตัวอาจก่อการซ้ำอีก 

ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ด้านทนายความจึงยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 14 คน วางหลักทรัพย์คนละ 35,000 บาท

ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา 11 คน แต่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว 3 คน คือ นวพล ต้นงาม, วชิรวิชญ์ ลิมป์ธนวงศ์ และ ปวริศ แย้มยิ่ง เนื่องจากทั้งสามเคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีหมายเลขดำที่ 2305/2564 แล้ว แต่ผู้ต้องหากลับละเมิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมาทั้งสามคนเคยยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว


พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) 

หลังจากที่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ ‘เพนกวิน' จัดการชุมนุมหน้า ตชด.ภาค 1 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า พริษฐ์ถูกจับกุมพร้อมกับคนอื่นๆ รวม 9 ราย ได้แก่ ภาณุพงศ์ จาดนอก, พรหมศร วีระธรรมจารี, แซม สาแมท, ณัฐชนน ไพโรจน์, สิริชัย นาถึง, ชาติชาย แกดำ, ปนัดดา ศิริมาศกุล และ ธนพัฒน์ กาเพ็ง 

ทั้งหมดถูกตั้งข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่มีจำนวนรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน

อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ยังถูกออกหมายจับอีกครั้งจากการร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 หลังถูกศาลอาญาเพิกถอนประกันโดยไม่มีการไต่สวน 

วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ พริษฐ์ ตามที่อัยการสำนักงานคดีอาญา 7 โจทก์ ยื่นคำร้องจากกรณีถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และส่งหมายดังกล่าวมายังศาลจังหวัดธัญบุรี ทางทนายของพริษฐ์พยายามยื่นประกันตัวในคดีนี้ แต่ศาลไม่อนุญาต ส่งผลให้ถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำ

วันที่ 16 กันยายน 2564 ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขัง 5 คน ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ได้แก่ ชาติชาย แกดำ, พริษฐ์ ชิวารักษ์, พรหมศร วีระธรรมจารี, ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ณัฐชนน ไพโรจน์ โดยทุกคนจะต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า กำไล EM 

ส่วนพริษฐ์ยังคงมีคดีค้างอีก 2 คดี จึงเกิดการอายัดตัวที่ สน.บางเขน ด้วยข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีอาญามาตรา 112 แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทว่าพริษฐ์ยังคงมีหมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาของศาลอาญาอีก 1 คดี จึงยังไม่สามารถปล่อยตัวได้และอยู่ในเรือนจำจนถึงปัจจุบัน 


ภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง)

ภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ‘ไมค์ ระยอง’ คือหนึ่งในผู้ร่วมจัดการชุมนุมหน้า ตชด.ภาค 1 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้า ต่อมาได้รับการปล่อยตัวพร้อมติดกำไล EM 

หลังออกจากเรือนจำในคดีหน้า ตชด.ภาค 1 ได้เพียง 8 วัน ภาณุพงศ์ ถูกจับกุมตัวอีกครั้งในวันที่ 23 กันยายน 2564 ฐานมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 และมีความผิดจากการละเมิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มี แน่งน้อย อัศวกิตติกร หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ศชอ. เป็นผู้กล่าวหา

ความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาจากการโพสต์จดหมายถึงพระมหากษัตริย์ในกิจกรรม ‘ราษฎรสาส์น’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 โดยอัยการมีคำสั่งฟ้องและยื่นเรื่องไปยังศาลอาญา และรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรง โทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะละเมิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง 


ชิติพัทธ์ (นกฮูก ทะลุแก๊ซ) 

ชิติพัทธ์ (สงวนนามสกุล) หรือ ‘นกฮูก ทะลุแก๊ซ’ ถูกจับกุมจากการเข้าร่วมการชุมนุมในคืนวันที่ 16 กันยายน 2564 ด้วยข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ละเมิดเคอร์ฟิว มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายโดยคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ ไม่เลิกมั่วสุมตามคำสั่งเจ้าพนักงาน, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยมีอาวุธ และมีกัญชาในครอบครอง ถูกควบคุมตัวอยู่ใน สน.ดินแดง จนถึงวันที่ 17 กันยายน 

เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเรื่องฝากขัง ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเคยถูกจับกุมจากการเข้าร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 ถือเป็นการกระทำผิดซ้ำ ละเมิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวในคดีเดิม ชิติพัทธ์จึงถูกส่งไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ในบทความ ‘บันทึกทนายความ เยี่ยม อาทิตย์ ทะลุฟ้า และ ชิติพัทธ์ ผู้ฝากศรัทธาและความห่วงใยสู่ผู้คนนอกเรือนจำ’ ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ก่อนจะถูกคุมขัง ชิติพัทธ์กำลังเข้ารับการรักษาภาวะป่วยทางจิตใจหลังจากประสบสถานการณ์รุนแรง (Post-Traumatic Stress Disorder: PTSD)

เนื่องจากในตอนนี้อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่มีนักจิตแพทย์และบุคลากรทางจิตเวชอื่นๆ ทำหน้าที่ประจำอยู่ในเรือนจำ ชิติพัทธ์จึงไม่สามารถเข้าถึงยาและการรักษาที่เหมาะสมได้ 


เบนจา อะปัน

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เบนจา อะปัญ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 3 กันยายน บริเวณแยกราชประสงค์ ที่ สน.ลุมพินี

หลังออกจาก สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทองหล่อ เข้าควบคุมตัวทันที โดยระบุว่า เบนจา ถูกออกหมายจับเพิ่มโดยเป็นหมายของศาลอาญากรุงเทพใต้ 241/2564 ใน 3 ข้อหา คือ ความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาด จากการร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ที่นัดรวมตัวที่แยกราชประสงค์และเคลื่อนขบวนไปทำกิจกรรมที่ บริษัทซิโน-ไทย

เบนจาแสดงอารยะขัดขืนยืนยันว่าเธอจะนั่งอยู่ในเขต สน.ลุมพินี โดยไม่ลุกไปไหน หากอยากให้เธอลุกไปไหน เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาพาเธอออกไปเอง สุดท้ายจึงให้ตำรวจหญิง 2 นาย จับกุมอุ้มตัวเบนจาขึ้นรถกระบะนำตัวไปที่ สน.ทองหล่อ และไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน เธอจึงต้องอยู่ในโรงพักหนึ่งคืน ก่อนส่งตัวไปศาลในวันที่ 8 ตุลาคม 

วันที่ 8 ตุลาคม 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เตรียมยื่นขอฝากขังเบนจาต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ศาลมีคำสั่งไม่ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยเหตุผลว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และพฤติการณ์ตามคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนแสดงให้เห็นว่า เบนจาก่อเหตุเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เคยถูกฟ้องมาแล้ว จึงยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และนำตัวส่งทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม 

บุคคลเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการถูกจับกุมคุมขัง และไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญอย่างที่ควรจะเป็น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สังคมจะตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม ที่กระทำต่อประชาชนเหล่านี้ 


อ้างอิง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ตรีนุช อิงคุทานนท์
กองบรรณาธิการสายสังคม-การเมือง ไทยรัฐพลัส ผู้สนใจใน 'คนเท่ากัน เฟมินิสต์ และสิทธิของผู้หลากหลายทางเพศ'

Follow

RELATED

+