Humberger Menu

คิม จอง อึน ยังคงทุ่มงบพัฒนาอาวุธ แม้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติขาดแคลนอาหาร

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ตรีนุช อิงคุทานนท์
LineCopy

LATEST

+
‘ราชวงศ์และการสมรสเท่าเทียม’ ความก้าวหน้าทางเพศอีกขั้นของเนเธอร์แลนด์


วันที่ 10 ตุลาคม 2021 คือวันครบ 76 ปี การก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยาวนาน รัฐบาลได้จัดงานสังสรรค์ครั้งใหญ่ใจกลางเมือง แต่สิ่งที่สื่อมวลชนทั่วโลกให้ความสนใจ กลับไม่ใช่งานเลี้ยง แต่เป็นสุนทรพจน์ของ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่กล่าวถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

ถ้อยแถลงของ คิม จอง อึน กล่าวถึงการพัฒนาประเทศภายใต้แผนเศรษฐกิจ 5 ปี ที่เคยประกาศเอาไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่าไม่เป็นไปตามเป้า โดยหลังจากนี้จะเน้นไปยังการสร้างความมั่นคงตั้งแต่รากฐาน เช่น การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน แก้ปัญหาการขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม และเรียกเป้าหมายที่จะทำในครั้งนี้ว่า “เป็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” 

คิม จอง อึน กล่าวทิ้งท้ายว่า ระหว่างผลักดันชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เขาขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือด้วยอย่างดี โดยเฉพาะสมาชิกพรรคแรงงานทุกระดับชั้นที่จะต้องสามัคคีกันเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบาก 


คำปราศรัยของ คิม จอง อึน สะท้อนให้เห็นอะไร ?

การประกาศนโยบายปรับปรุงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน อาจมีเหตุผลหลักมาจากวิกฤติด้านการขาดแคลนทรัพยากร เห็นได้จากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือส่งรายงานต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เวลานี้ประเทศกำลังเผชิญกับการขาดแคลนอาหารที่หนักที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรอบหลายสิบปี และคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ ประชาชนจำนวนมากจะขาดสิ่งของ ยารักษาโรค หรืออาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ปัญหาขาดแคลนอาหารส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกาหลีเหนือได้รับผลกระทบจากการปิดพรมแดนของจีน ชาติพันธมิตรที่อยู่คู่กับเกาหลีเหนือมาอย่างยาวนาน จีนจำเป็นต้องปิดพรมแดนตามมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การซื้อข้าวของที่จำเป็นล่าช้ากว่าที่ผ่านมา 

เจ้าหน้าที่กระทรวงการรวมชาติเกาหลีใต้ ที่ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ดูแลกิจการข้ามแดน เคยกล่าวกับสำนักข่าวยอนฮัปว่า เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือของสองชาติ จีน-เกาหลีเหนือ ยังคงเปิดทำการอยู่ แต่ไม่มีการขนส่งสินค้ามาพักใหญ่แล้ว ตรงตามข้อมูลที่เกาหลีเหนือแจ้งกับองค์การสหประชาชาติเรื่องการขาดแคลนอาหาร

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ‘เกาหลีเหนือกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในรอบ 73 ปี เกิดการขาดแคลนอาหาร ยา สวนทางกับอัตราการว่างงานและคนไร้บ้านที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมานานหลายทศวรรษ การปิดพรมแดนทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือถดถอยมากขึ้น จากเดิมที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับจีน ปัจจุบันการค้ากับจีนลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์’ 

‘ผลกระทบสำคัญคือการเข้าถึงเครื่องมือทางการเกษตรต่างๆ เช่น ปุ๋ย เครื่องจักร ทำให้ชาวเกาหลีเหนือเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถนำเข้าอาหารและความช่วยเหลือจากต่างประเทศได้ นอกจากนี้รัฐบาลยังสั่งห้ามการรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมากเพื่อป้องกันการระบาด’

เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเผชิญกับความเสี่ยงและแรงกดดันแทบจะตลอดเวลา และช่วงหลังมานี้ถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยภัยธรรมชาติทั้งอุทกภัยสลับกับภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรขาดแคลน และเกิดปัญหาการขโมยเมล็ดพืชและผลผลิตอยู่บ่อยครั้ง 

ในเดือนกรกฎาคม 2021 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเมืองพุงโซ ถูกจับกุมตัวข้อหาขโมยเมล็ดพันธุ์ 100 กิโลกรัม หรือในเมืองฮเยซาน ที่เกิดการดักปล้นเมล็ดพันธุ์พืช 250 กิโลกรัมขณะที่รถขนส่งกำลังเดินทางข้ามเมือง ทำให้รัฐบาลต้องออกเอกสารประณามการกระทำดังกล่าวว่าถือเป็นการ “ต่อต้านพรรคและประชาชน” เพราะการลักขโมยในช่วงเวลานี้ นับเป็นการกระทำผิดร้ายแรง ผู้ฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายที่บังคับใช้ในช่วงสงคราม 

แม้ตอนนี้ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาปากท้องครั้งใหญ่ แต่รัฐบาลไม่ได้หยุดแบ่งงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อใช้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และกองกำลังทางทหาร โดยผู้นำสูงสุดและรัฐบาลอ้างว่า 

“จำเป็นต้องพัฒนาอาวุธเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม และเพื่อรับมือกับนโยบายอันเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐอเมริกา”

นอกจากนี้ ผลกระทบจากโควิด-19 นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ แม้รัฐบาลจะยืนยันหนักหนาว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโควิดเป็นศูนย์ก็ตาม แต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผ่านไปยังเมืองตาเหลียนของจีน ที่มีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ 

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะการเปิด-ปิดพรมแดน โรคระบาด การถูกคว่ำบาตร การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณ ทั้งหมดล้วนทำให้สภาพสังคมและเศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง 


คิม จอง อึน จะแก้วิกฤติใหญ่ได้หรือไม่ ? 

ต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาปากท้องในเกาหลีเหนือ จำเป็นต้องพึ่งพาความร่วมมือจากต่างชาติ ช่วงหลังมานี้สหรัฐฯ แสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้น ด้วยการเปิดทางว่ายินดีที่จะหารือทางการทูตกับเกาหลีเหนือเมื่อใดก็ได้ แต่ทางเกาหลีเหนือมักตอบกลับว่าจะไม่เจรจาหารือใดๆ หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบายคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ และร่วมกันทำกิจกรรมทางทหารกับเกาหลีใต้

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แรกเริ่มดูเหมือนจะผ่อนคลายขึ้น แต่สุดท้ายจบลงด้วยความขุ่นเคืองใจเช่นเคย เมื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือไม่ยอมเจรจากับเกาหลีใต้ เนื่องจากเกาหลีใต้ร่วมซ้อมรบกับสหรัฐฯ และทำให้ทางสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เตรียมหารือเรื่องความมั่นคงกันอีกครั้งในวันที่ 12 ตุลาคม 2021 แม้ตัวของ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มุน แจอิน จะยืนยันว่าต้องการยุติสงครามเกาหลีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1950-1953 ให้ได้ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนก่อนเกาหลีเหนือเพิ่งทดลองยิงจรวดขีปนาวุธครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ที่สามารถยิงไปถึงฐานทัพสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น สร้างความตึงเครียดต่อหลายประเทศ

มีนักการทูตและนักวิชาการบางส่วน มองการแก้เกมทางเศรษฐกิจและการทูตที่ชวนให้สับสนมึนงงของ คิม จอง อึน ที่คล้ายกับว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายใส่เกาหลีใต้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยพวกเขามองว่า แม้เกาหลีเหนือจะเคยต่อว่าเกาหลีใต้เป็นพวก “ตีสองหน้า” และ “ไม่มีเหตุผล” แต่ขณะเดียวกันก็พยายามสานสัมพันธ์ด้วย นั่นเป็นเพราะการสร้างสัมพันธ์ของสองเกาหลี จะกดดันไปยังสหรัฐฯ ให้ผ่อนคลายการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่มีต่อเกาหลีเหนือ หลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือชะงักงันเมื่อช่วงต้นปี 2019 จากการที่สหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจากเกาหลีเหนือ 

เท่ากับว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องการสานสัมพันธ์กึ่งกดดันเกาหลีใต้ เพื่อหวังว่าผลของการทูตของสองเกาหลี จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ทำตามความต้องการของเกาหลีเหนือไปพร้อมกัน แต่ในแง่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ คงยังไม่สามารถการันตีได้ว่านโยบายทางการทูตแบบเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวแข็งกร้าวและหันมาเจรจา จะช่วยแก้ปัญหาปากท้องของชาวเกาหลีเหนือได้มากน้อยแค่ไหน 



อ้างอิง

theguardian.com

theguardian.com

reuters.com

apnews.com

dailynk.com


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ตรีนุช อิงคุทานนท์
กองบรรณาธิการสายสังคม-การเมือง ไทยรัฐพลัส ผู้สนใจใน 'คนเท่ากัน เฟมินิสต์ และสิทธิของผู้หลากหลายทางเพศ'

Follow