Humberger Menu

16 ตุลา 63 จุดเริ่มต้นการสลายการชุมนุมด้วยรถจีโน่ แยกปทุมวัน

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
LineCopy

LATEST

+
โปร่งใสและรีบรายงานการพบ ‘โอไมครอน’ แต่ ‘แอฟริกาใต้’ กลับถูกโลกลงโทษแบน
Summary
  • รถควบคุมฝูงชนติดตั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือ ‘รถจีโน่’ มาจากชื่อแบรนด์ JINO Motors บริษัทเกาหลีใต้ ที่ไทยนำเข้ามาในราคาประมาณคันละ 25 ล้านบาท โดยจีโน่คันแรกของไทยปรากฏโฉมในปี 2555
  • การสลายการชุมนุมวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ถือเป็นครั้งแรกในการชุมนุมรอบปีกว่าที่ผ่านมา ที่มีการใช้รถจีโน่ออกมาสลายการชุมนุม ก่อนที่หลังจากนั้นจีโน่จะเป็นตัวละครที่ปรากฏตัวขึ้นในเกือบทุกการชุมนุม
  • หลายเสียงกล่าวว่า การสลายการชุมนุมในวันนั้นเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นนักเรียน เยาวชน และนอกจากจะเป็นการฉีดน้ำแรงดันสูงแล้ว ยังผสมสีและแก๊สน้ำตาเข้าไปด้วย


ครั้งหนึ่ง ‘16 ตุลา’ เป็นวันและเดือนที่สร้างความเข้าใจผิดบนปฏิทิน ในยุคที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักทำให้ 14 ตุลา และ 6 ตุลา สับสน เกิดความปนเปจนเป็นประวัติศาสตร์การเมืองที่ไม่มีอยู่จริง 16 ตุลา 14...

แต่วันที่ 16 ตุลา ก็กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาและขบวนการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อ 16 ตุลาคม 2563 เป็นวันแรกที่เจ้าหน้าที่นำรถควบคุมฝูงชนติดตั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือ ‘รถจีโน่’ ออกมาใช้งานจริงจัง ก่อนที่ภายหลังจากนั้นน้ำผสมแก๊สน้ำตา สี หรือสารเคมี จะถูกใช้เป็นรายวันจนแทบเป็นภาพปกติชินตา 

ย้อนทบทวนเหตุการณ์สลายการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่จีโน่ได้ทำหน้าที่เป็นครั้งแรกกับการชุมนุมของกลุ่มราษฎรและกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทำไมเหตุการณ์วันนั้นจึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่าเจ้าหน้าที่ใช้ ‘ความรุนแรงมากเกินความจำเป็น’ ในการสลายการชุมนุม ก่อนที่ความรุนแรงเกินความจำเป็นนี้จะกลายเป็นความชาชินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง


ก่อนถึง 16 ตุลา

หลังการชุมนุมใหญ่ท้องสนามหลวง 19 กันยายน บรรดาแกนนำการชุมนุมหลายกลุ่มยังคงวางแผนจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 8 ตุลาคม กลุ่ม ‘ประชาชนปลดแอก’ ‘แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม’ ‘กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย’ ‘นักเรียนเลว’ ‘ดาวดิน’ ‘เยาวชนปลดแอก’ และกลุ่มอื่นๆ รวมตัวกันในชื่อ ‘คณะราษฎร 2563’ และประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ตุลาคม

การชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม 2563 คาดว่ามีผู้เข้าร่วมมากถึงหลักแสน ภายใต้การนำของคณะราษฎร 2563 โดยประกาศจะเคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้อง 3 ข้อเสนอหลัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ

เมื่อผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มรวมตัวยืดเยื้อ วันที่ 15 ตุลาคม พลเอกประยุทธ์ จึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีคำสั่งห้ามชุมนุม และจำกัดการนำเสนอข่าว รวมถึงจัดตั้ง กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ขึ้นมาควบคุมสถานการณ์ 

ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามคำสั่ง กอร.ฉ. นี้เข้าสลายการชุมนุมบริเวณสวนมิสกวัน ทำเนียบรัฐบาล มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 20 คน รวมถึง 3 แกนนำ อานนท์ นำภา, เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

เมื่อแกนนำถูกจับแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้ แฮชแท็ก #15ตุลาไปราชประสงค์ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 อย่างรวดเร็ว ทำให้ช่วงเย็นมีผู้เดินทางไปร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ประมาณ 13,500 คน และประกาศยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 22.00 น. และนัดหมายชุมนุมอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 17.00 น

#16ตุลาไปแยกปทุมวัน

ในช่วงเช้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฉบับที่ 2 มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ขณะที่ฉบับแรกให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 เนื้อหาส่วนหนึ่งของฉบับที่ 2 ระบุไปที่การชุมนุมชัดเจนว่า

“เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการชุมนุมและการก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และร้ายแรงเป็นไปโดยความเรียบร้อยและสามารถยุติลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิต หรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล” 

ก่อนถึงเวลานัดหมายชุมนุม เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้มาตั้งแถวรอตั้งแต่ช่วงบ่าย ปิดกันบริเวณแยกราชประสงค์ ใช้แบริเออร์และรั้วเหล็กปิดเส้นทางรอบสี่แยก

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกประกาศเตือนทั้งหมด 3 ครั้ง เวลา 13.00 น. 16.00 น. และ 17.15 น. ถึงการห้ามชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ต่อมาผู้ชุมนุมที่นำโดยคณะราษฎร 2563 จึงตัดสินใจย้ายพื้นที่ตั้งเวทีไปที่สี่แยกปทุมวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำมวลชนไปปะทะกับเจ้าหน้าที่

เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ชุมนุม ซึ่งจำนวนไม่น้อยอยู่ในชุดนักเรียนนักศึกษา และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนข้อเสนอหลัก 3 ข้อ คือ พลเอกประยุทธ์ต้องลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันฯ มาตลอดตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ได้มาถึงและรวมตัวจนเต็มสกายวอล์ก เช่นเดียวกับยึดพื้นที่ถนนบริเวณสี่แยก เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านั้น จนที่สุดแล้วต้องปิดการจราจร ขณะที่ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งที่อยู่บริเวณนั้นก็ทยอยปิดบริการ พร้อมๆ กับมวลชนที่ตามมาสมทบมากขึ้น และรถไฟฟ้า BTS และ MRT หยุดให้บริการในสถานีใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม 

เวลาประมาณ 18.30 น. ช่วงฝนตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ่านข้อบังคับตามสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงที่เพิ่งประกาศช่วงเช้า จากนั้นรถควบคุมฝูงชนพร้อมเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ‘จีโน่’ ก็เริ่มเคลื่อนเข้ามาอยู่หลังแนวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคลื่อนประชิดผู้ชุมนุม ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศอีกครั้ง เป็นการเตือนให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ภายใน 3 นาที ไม่เช่นนั้นจะใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ คือใช้น้ำฉีดเพื่อสลายการชุมนุมจากทางด้านสยามพารากอนในเวลาประมาณ 18.40 น.


เวลาประมาณ 19.00 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงก็เริ่มฉีดน้ำไปยังผู้ชุมนุมบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ตามมาด้วยการฉีดระลอกใหม่ที่ผสมสารสีฟ้า มีกลิ่นเหม็น ล้างไม่ออก แสบตาคล้ายแก๊สน้ำตา เจ้าหน้าที่ใช้กำลังผลักดัน ด้านผู้ชุมนุมพยายามออกแรงต้าน ใช้ร่มป้องกันน้ำจากรถฉีดน้ำ แต่ไม่สำเร็จ จนผู้ชุมนุมค่อยๆ ล่าถอยออกไปเรื่อยๆ และกระจัดกระจายเข้าไปหลบในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

หนึ่งภาพที่ปรากฏในข่าววันนั้นคือ ชายคนหนึ่งนำริบบิ้นขาวไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่แถวหน้าระหว่างสลายการชุมนุม พร้อมกล่าวว่า “วันนี้รับไว้ไม่ได้ไม่เป็นไรครับ แต่ผมหวังว่าวันหน้าพี่จะมายืนข้างพวกเรานะครับ” จากนั้นก็ถูกจับกุมไป

มีการแจ้งข้อมูลในภายหลังว่า ผู้ถูกจับกุมคือ เติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน บรรณาธิการและผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวอวกาศ Spaceth.co ทำให้เกิดกระแส #FreeNutn0n ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวภายหลัง

ในช่วงค่ำ กิตติ พันธภาค ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวประชาไท ถูกควบคุมตัวขณะกำลังถ่ายทอดสดการชุมนุมและการสลายการชุมนุม และได้รับการปล่อยตัวจากกองบัญชาการ ตชด. ภาค 1 เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.368 ขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ถูกปรับ 300 บาท

ในคืนวันที่ 16 ตุลาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยชื่อผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 12 คน ดังนี้          

1. ชินวัตร จันทร์กระจ่าง

2. ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี

3. สมบัติ ทองย้อย

4. ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน

5. อนุรักษ์ เจนตวนิชย์

6. กิตติ พันธภาค           

7. เอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ

8. ชลธิชา คุ้มจันทร์อัด

9. พรพสุ ชูรอด

10. คณิติน ติเยาว์

11. อรรคพล วันทะไชย

12. อินทราช แสงมณี


น้ำ สี สารเคมี แก๊สน้ำตา หรือถูกทุกข้อ

การชุมนุมในครั้งนั้น ถือว่าเป็นการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมในปี 2563 จากก่อนหน้านี้เคยมีแค่ประจันหน้าผลักดันกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเท่านั้น 

แต่การสลายการชุมนุมวันที่ 16 ตุลาคม มีการยกระดับใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงที่เชื่อได้ว่ามีการผสมสารอื่นลงไป และผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ทำให้ในคืนนั้น หลายหน่วยงาน รวมทั้งสื่อมวลชนบางสำนัก แถลงประณามว่าการสลายการชุมนุมนั้นใช้ความรุนแรงมากเกินความจำเป็น

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าการสลายการชุมนุมเป็นไปตามขั้นตอนสากล เป็นขั้นตอนจากเบาไปหาหนักตามที่แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้า 

ส่วนสารเคมีประเภทนั้นก็ใช้เพื่อแยกผู้ชุมนุมกับบุคคลอื่น อาจทำให้เกิดการแสบร้อน แต่ล้างออกได้ เช่นเดียวกับ พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็กล่าวในทางเดียวกัน ว่าเป็นการใช้สารเคมีตามหลักสากล

ขณะนั้นมีการอ้างอิงจากหลายเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก ถึงการใช้น้ำผสมสีที่เคยใช้กับผู้ชุมนุมที่ฮ่องกงปี 2019 เพื่อเป็นหลักฐานติดตัวผู้กระทำผิดในการชุมนุม อาจติดอยู่บนผิวหนังนาน 3-7 วัน

ผ่านไปถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ถึงสถานการณ์สิทธิในการชุมนุมทางการเมือง ก่อนยอมรับว่าในการสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำจากรถจีโน่ในการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน มีส่วนผสมของแก๊สน้ำตาจริง 

จากข้อมูลคือ การฉีดน้ำครั้งแรกเป็นน้ำธรรมดา เพราะผู้ชุมนุมเข้าใกล้เขตพระราชฐานในระยะ 150 เมตร โดยเป็นการฉีดเตือนขึ้นสูงและฉีดกดลงพื้น ข้อมูลจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตั้งข้อสังเกตว่าการฉีดน้ำเตือนในเวลาเพียง 4 นาที ก่อนที่ครั้งที่สองจะผสมสารสีฟ้า หรือสารเมทิลไวโอเลตทูบี ชนิดเดียวกับยาม่วงป้ายปาก ในสัดส่วนน้ำ 97 เปอร์เซ็นต์ สารสีฟ้า 3 เปอร์เซ็นต์ เพื่อระบุตัวผู้ชุมนุม แต่เมื่อยังไม่สามารถสลายการชุมนุมที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ได้ จึงจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตา แต่ยืนยันว่าเป็นการผสมแบบเจือจาง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ชุมนุม สวนทางกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่กล่าวกันว่า น้ำที่ฉีดออกมานั้นมีความแสบร้อนมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมา รถควบคุมฝูงชนติดตั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงก็ถูกใช้งานมากขึ้น และเป็นการฉีดผสมแก๊สน้ำตาจนผู้ชุมนุมบางส่วนต้องพกหน้ากากป้องกันแก๊สติดตัว รวมถึงน้ำเกลือที่ใช้ชำระล้างความแสบร้อน เช่น การชุมนุมในวันประชุมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หน้ารัฐสภา ที่ผู้ชุมนุมใช้เรือเป็ดยางมาป้องกันน้ำจากรถจีโน่ ทำให้ต่อมาเป็ดยางสีเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการชุมนุม 

จนมาถึงการชุมนุมที่เกิดการปะทะกันรายวันบริเวณแยกดินแดง รถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือรถจีโน่ ก็กลายเป็นตัวละครที่ปรากฏขึ้นพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนแทบทุกครั้ง 


'รถจีโน่' ควบคุมฝูงชน ด้วยภาษีประชาชน

รถควบคุมฝูงชนติดตั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือ ‘รถจีโน่’ รถบรรทุกปราบจลาจล มาจากชื่อแบรนด์ JINO Motors นำเข้ามาจากเกาหลีใต้ มูลค่าตีเป็นเงินไทยประมาณ 25 ล้านบาทต่อคัน ภายใต้ความดูแลของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน จัดซื้อมาเป็นคันแรกในปี 2555 และข้อมูลจาก thaiarmedforce.com ระบุว่า นอกจาก Jino Motors TITANS ยังมีรถที่คุณสมบัติใกล้เคียงกันที่ประจำการอยู่คือ Daewoo Novus JRC-10000 และรถของประเทศจีน Sinotruk หรือ CNHTC 

หากย้อนไปดู เอกสารประกวดราคาซื้อรถควบคุมฝูงชนในปี 2558 ก็อ้างอิงราคากลางไว้คันละประมาณ 25 ล้านบาทเช่นกัน

เนื่องจากมีไว้เพื่อควบคุมฝูงชนโดยเฉพาะ จีโน่จึงมีคุณสมบัติเรื่องความแข็งแรงทนทาน เป็นรถกึ่งบรรทุกขนาดใหญ่สีน้ำเงิน มีล้อกันกระสุน ติดตะแกรงป้องกันกระจกรอบด้าน กันชนด้านหน้าสามารถกันการปะทะหนักและเคลียร์พื้นที่สิ่งกีดขวาง ติดกล้องวงจรปิดรอบคัน 

สำหรับฟังก์ชันในการ ‘สลายการชุมนุม’ รถจีโน่ติดปืนใหญ่ฉีดน้ำไว้ด้านบน โดยรถสามารถบรรจุน้ำได้ 12,000 ลิตร ฉีดได้ไกล 65 เมตร หรือมีแรงดันประมาณ 20 บาร์ สามารถฉีดน้ำผสมสีหรือแก๊สน้ำตาได้ และนอกจากน้ำ จีโน่ยังติดตั้งเครื่องเสียงความถี่สูงเพื่อใช้สลายฝูงชน หรือ LARD (Long Range Acoustic Device) ไว้ด้วย เพื่อให้เป็นเครื่องทุ่นแรงของเจ้าหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 

หลังถูกนำมาใช้ในการสลายการชุมนุมหลายครั้ง รถจีโน่ถูกทำลายเสียหาย ทำให้วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประกาศผู้ชนะประกวดราคาจ้างซ่อมแซมรถฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชน จำนวน 5 คัน คือ บริษัท เค ทรี คอปอเรชั่น จำกัด ที่เสนอราคาประมาณ 47 ล้านบาท 

ข้อมูลเพิ่มเติม บริษัท เค ทรี คอปอเรชั่น จำกัด คือหนึ่งในคู่ค้ายุทโธปกรณ์และครุภัณฑ์ทางยุทธวิธีรายใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำสัญญาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 กับโครงการซื้อแก๊สน้ำตาสำหรับผสมน้ำ จำนวน 5,000 ลิตร โดยวิธีคัดเลือก

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี 2564 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 โดยมีรายการอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะจำนวน 2 รายการ คือ หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ 6,820 ชุด และไมโครโฟนขยายเสียง 660 ชุด รวมประมาณ 138 ล้านบาท ทำให้เชื่อได้ว่า การทุ่มงบมหาศาลกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์และเครื่องมือสลายการชุมนุม จะทำให้การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม ไม่ว่ากลุ่มใดก็ตาม เกิดขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด 

และเมื่อการฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตากลายเป็นค่ามาตรฐาน การใช้กระสุนยางเป็นเรื่องปกติ ก็มีแนวโน้มว่าทิศทางของการสลายการชุมนุมจะถูกยกระดับไปมากขึ้นเรื่อยๆ 

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์
บรรณาธิการสายสังคมการเมือง

Follow

RELATED

+