Humberger Menu

เสรีภาพ ประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงวัคซีน สาเหตุชุมนุมต่อต้านมาตรการโควิด-19 ยุโรป

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
กองบรรณาธิการ
LineCopy

LATEST

+
โปร่งใสและรีบรายงานการพบ ‘โอไมครอน’ แต่ ‘แอฟริกาใต้’ กลับถูกโลกลงโทษแบน
Summary
  • การระบาดของโควิด-19 ในยุโรประลอกใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายประเทศเร่งออกมาตรการเข้มงวดเพื่อรับมือ สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ไม่นาน
  • การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นในหลายประเทศเพื่อต่อต้านมาตรการรัฐ ส่วนหนึ่งชูเหตุผลเรื่องเสรีภาพในการใช้ชีวิต
  • ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยใช้คำว่า ‘เสรีภาพ’ เป็นสิทธิในการปฏิเสธวัคซีน รวมทั้งถูกปั่นป่วนด้วยข้อมูลบิดเบือน ไม่มั่นใจประสิทธิภาพ และหวาดกลัวผลกระทบของวัคซีน


ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดการประท้วงมาตรการรับมือโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นหลายแห่งทั่วยุโรป ไม่ว่าที่บรัสเซลส์ เวียนนา โรม และอัมสเตอร์ดัม

ผู้คนในกรุงเวียนนา ออกมาประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากรัฐบาลออสเตรียประกาศล็อกดาวน์ประเทศ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สี่ ขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานที่บ้านเป็นหลัก และร้านจำหน่ายสินค้าไม่จำเป็นต้องปิดให้บริการ

การล็อกดาวน์รอบนี้อาจ “นานถึง 20 วัน” อเล็กซานเดอร์ ชาลเลนเบิร์ก (Alexander Schallenberg) นายกรัฐมนตรีออสเตรีย กล่าว นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะกลายเป็นข้อบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งจะทำให้ออสเตรียเป็นชาติแรกในยุโรปที่บังคับให้ประชาชนฉีดวัคซีน

ในเบลเยียม ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจหลังการเดินขบวนของประชาชนนับหมื่นในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอาทิตย์ การเดินขบวนใช้ชื่อว่า ‘ประท้วงเพื่อเสรีภาพ’ (Protest for Freedom) ต่อต้านมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดของรัฐบาล ตำรวจประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมราว 35,000 คน

ในเนเธอร์แลนด์ มีการประท้วงติดต่อกันเป็นวันที่สาม เกิดความรุนแรงและการจับกุมประชาชน 50 คนในรอตเตอร์ดัมตั้งแต่วันศุกร์ ขณะที่ยังมีผู้คนมารวมตัวกันในกรุงอัมสเตอร์ดัมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลังจากการประท้วงการล็อกดาวน์ประเทศบางส่วน ตำรวจดัตช์ได้ฉีดน้ำแรงดันสูงและยิงปืนเตือนผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อยสองคน เกิดความวุ่นวายขึ้น เช่น การเผารถตำรวจ จุดพลุ และขว้างหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนผู้ใช้แรงงานในอิตาลีและประชาชนรวมตัวกันประท้วงในโรมหลังการบังคับใช้โควิดพาสปอร์ตหรือ ‘กรีนพาสส์’ สำหรับผู้ใช้แรงงานทุกคนตั้งแต่ 15 ตุลาคม โดยเป็นหลักฐานยืนยันการฉีดวัคซีน มิฉะนั้นอาจถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรืออาจถูกปรับ

ในสาธารณรัฐเช็ก ผู้ประท้วงเดินขบวนต่อต้านมาตรการโควิด-19 ของรัฐบาลในกรุงปราก ประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวกันในกิจกรรมเรียกร้อง ‘เสรีภาพ!’ ที่จะไม่ฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ บาร์ ร้านอาหาร ร้านทำผม พิพิธภัณฑ์ หรือโรงแรมได้

ข้ามมาฝั่งยุโรปตะวันออก ที่ยูเครน แม้ประชาชนจะสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้หลากหลายบริษัท ไม่ว่าไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตราเซเนกา รวมถึงซิโนแวค แต่มีประชากรได้รับวัคซีนครบโดสเพียงร้อยละ 15 (นับถึงปลายเดือนตุลาคม 2021) นับว่ามีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำสุดในยุโรป

“ข้อมูลที่บิดเบือนแพร่ไวพอๆ กับเชื้อไวรัส” เอลิซาเบธ คิง (Elizabeth King) ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยสาธารณสุข (School of Public Health) มหาวิทยาลัยมิชิแกน ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลหลักที่ทำให้คนในภูมิภาคยุโรปตะวันออกไม่กล้าไปฉีดวัคซีนคือการเผยแพร่ข้อมูลวัคซีนที่บิดเบือนและทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ

ขณะนี้มีชาวยูเครนหลายคนเข้ารับวัคซีนเข็มแรกที่เปิดให้บริการในศูนย์การค้าแล้วเพราะกลัวติดเชื้อ เนื่องจากทราบข่าวคนรู้จักติดเชื้อและอาการทรุดหนักอย่างรวดเร็ว

“ผมอยากขอร้องให้ทุกคนปิดสวิตช์โซเชียลเน็ตเวิร์กแล้วหันมาเปิดสมองกันบ้าง” โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครนกล่าว “เราต้องได้รับวัคซีน นี่คือทางออกเดียว”

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 26,106 คนใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในเดือนพฤษภาคม 2021 พบว่าเหตุผลสองอันดับแรกที่ทำให้คนต่อต้านและปฏิเสธการฉีดวัคซีนคือ ความเชื่อที่ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ยังไม่ได้รับการทดสอบที่มีประสิทธิภาพเพียงพอร้อยละ 85 และความกังวลถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากรับวัคซีนที่ร้อยละ 82

ขณะที่ผลศึกษาโดย Kantar Public บริษัทที่ปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะ พบความเชื่อมโยงระหว่างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่มีต่อผู้คิดค้น นักวิทยาศาสตร์ และบริษัทผู้จัดจำหน่าย โดยพบว่าประชาชนในฝรั่งเศสร้อยละ 24 ไม่มีความเชื่อมั่นต่อวัคซีน (สำรวจจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คน)

“หลังสิ้นสุดฤดูหนาวนี้ สถานะของคนเยอรมันที่อาจเป็นไปได้คือ ฉีดวัคซีนแล้ว หายจากโควิด-19 แล้ว หรือเสียชีวิตแล้ว” เยนส์ ชปาน (Jens Spahn) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเยอรมัน แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เยอรมนีกำลังเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดระลอกที่สี่ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงและโรงพยาบาลหลายแห่งรับผู้ป่วยจนไม่เหลือเตียงว่าง

จากสถิติผู้ติดเชื้อใหม่ 30,643 คน และมีผู้เสียชีวิต 62 ศพ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เยอรมนีทุบสถิติผู้ติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์ด้วยอัตรา 386 ต่อแสนประชากร

เฮนดริก สตรีก (Hendrik Streeck) นักไวรัสวิทยา ยังไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของรัฐมนตรีสาธารณสุขเยอรมัน เพราะนั่นหมายความว่าทุกคนจะเข้าใกล้โควิด-19 มากขึ้นในช่วงหน้าหนาวนี้ อย่างไรก็ตาม สตรีกมองว่า “ถ้าไม่เร่งอัตราการฉีดวัคซีน เราจะเข้าใกล้คำกล่าวของชปานในฤดูหนาวหน้าหรือฤดูใบไม้ร่วงหน้า”

ต้องยอมรับว่าเยอรมนีมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำสุดในแถบยุโรปตะวันตก ด้วยร้อยละ 68 ของประชากรที่ฉีดวัคซีนครบโดส

ชปานกล่าวว่า ตัวเขาก็ต่อต้านการบังคับฉีดวัคซีนประชาชน แต่การฉีดวัคซีนคือ “ภาระหน้าที่ทางศีลธรรม” เพราะมันส่งผลกระทบต่อผู้อื่น

“การมีเสรีภาพนั้นเรียกร้องความรับผิดชอบด้วย และเรามีหน้าที่ต่อสังคมที่ต้องรับวัคซีน” ชปานกล่าว

 

อ้างอิง: cnbc.com, bbc.com, dw.com, apnews.com, institutmontaigne.org, europa.eu, washingtonpost.com

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐพลัส

Follow

RELATED

+