Humberger Menu

‘คลองเน่า ฝุ่นหนา น้ำท่วม’ วิกฤติสิ่งแวดล้อมอินเดียอาจสะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างทางสังคม

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ตรีนุช อิงคุทานนท์
LineCopy

LATEST

+
โปร่งใสและรีบรายงานการพบ ‘โอไมครอน’ แต่ ‘แอฟริกาใต้’ กลับถูกโลกลงโทษแบน


เมื่อสิ่งที่จะมาในทุกสิ้นปีไม่ได้มีแค่ลมหนาว แต่เป็นฝุ่นควันและมลพิษที่เกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็น ‘อากาศที่ดี’ รัฐบาลในหลายประเทศต่างต้องเตรียมตัวรับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอินเดียที่ดูท่าจะเจอปัญหานี้หนักกว่าใครเพื่อน และเป็นปัญหาคาราคาซังที่เกิดขึ้นแทบทุกปี 

ปัญหามลพิษ ฝุ่นควัน แม่น้ำเป็นฟอง ขยะล้นของอินเดียที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ได้เพียงแสดงให้เห็นถึงวิกฤติทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอื่นๆ อาทิ ความสามารถของรัฐบาลในการแก้ปัญหาสะสมเรื้อรังที่ดูยังไปไม่ถึงไหน ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน ความเชื่อ ความเหลื่อมล้ำในประเทศ ซึ่งวิกฤติสิ่งแวดล้อมบางส่วนก็ล้วนถูกหล่อหลอมมาจากเรื่องเหล่านี้


มลภาวะทางน้ำ โฟมปริศนาลอยเต็มแม่น้ำ

ย้อนกลับไปยังวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักข่าวทั่วโลกต่างเผยแพร่ฟองปริศนาที่ลอยอยู่เต็มแม่น้ำยมุนา แถบชานเมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย นักวิจัยได้เปิดเผยข้อมูลว่า ฟองและโฟมจำนวนมากที่ลอยอยู่ เกิดขึ้นมาจากที่แม่น้ำยมุนามีประมาณแอมโมเนียและฟอสเฟตในระดับสูงเกินไป หากสัมผัสน้ำหรือดื่มกินจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เป็นพิษต่อผิวหนัง และแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงแม่น้ำสายดังกล่าว

ในช่วงที่โฟมขึ้นปกคลุมแม่น้ำทั้งสาย ดันเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการเฉลิมฉลองเทศกาลฉัฐบูชา (Chhath Puja) การบูชาเทพสุริยาและพระแม่ษัษฎี ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ผู้มีศรัทธาจะเดินทางมายังแม่น้ำ เพื่อลงอาบน้ำ หรือยืนสวดมนต์น้ำ ก่อนถวายของบูชาแก่เทพแห่งดวงอาทิตย์และพระแม่ โดยการขอพรจะแตกต่างกันไป บ้างก็ขอเรื่องการมีบุตร หรือขอให้พืชผลออกดอกผลที่ดี 

แม้จะมีฟองเต็มคลอง ชาวอินเดียจำนวนมากยังคงลงน้ำ ล้างหน้า ดื่มน้ำ เล่นน้ำ และประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฟองจำนวนมากในแม่น้ำลำคลองของอินเดียไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในเดือนกรกฎาคม 2020 แต่ฟองนี้ได้กลับมาอีกครั้ง จนทำให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหามลพิษทางน้ำนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ปัญหาก็ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเท่าไรนัก เห็นแค่เพียงการนำเรือ 15 ลำ ไล่ตักฟองออกจากแม่น้ำ และการนำฟองออกก็ไม่ได้ช่วยทำให้สารพิษที่อยู่ในน้ำหายไปแต่อย่างใด 

มีงานวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกันว่า แม่น้ำยมุนา ถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในอินเดีย ทั้งจากการทิ้งขยะจำนวนมากลงน้ำ สารพิษจากโรงงานที่เทลงมาแทบทุกวัน แต่แม่น้ำสายนี้ยังถือเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวอินเดียจำนวนมาก เพราะน้ำประปาของหลายเมืองก็มาจากแม่น้ำยมุนา และรัฐบาลยังไม่ได้มีวิธีบำบัดน้ำหรือแก้ปัญหาอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น 

ด้านคณะกรรมการน้ำประปาเมืองนิวเดลี มองว่าปัญหาหลักมาจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปล่อยของเสียลงแม่น้ำ โดยเฉพาะโรงงานในรัฐอุตตรประเทศ และรัฐหรยาณา


มลภาวะทางอากาศในนิวเดลีและภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤติ 

ฝุ่นควันเลวร้ายตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน PM 2.5 หวนกลับมาอีกครั้ง ซ้ำร้ายยังหนักกว่าก่อนหน้านี้ เห็นได้จากค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index: AQI) ในเมืองหลวงพุ่งเกิน 300 บางวันทำลายสถิติตัวเองด้วยการขึ้นไปถึง 451 และทะยานถึง 499 จากตัวเลขสูงสุด 500 

ฝุ่นตลบอบอวลมีเหตุผลมาจากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในวันที่เห็นได้ชัดที่สุดเกิดขึ้นหลังจากจบเทศกาลทิวาลีของชาวฮินดู จุดตะเกียงน้ำมันพร้อมกันหลายแสนดวง ควบคู่กับพลุจำนวนมาก แม้รัฐบาลจะเคยออกคำสั่งห้ามจุดประทัดก็ตาม ส่งผลให้วันถัดมามีรายงานว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนหนึ่งเดินทางมายังโรงพยาบาลเพราะมีอาการปวดหัว และมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ 

กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเข้มข้นของอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ไม่ได้เกิดขึ้นจากกิจกรรมตามความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมาจากการปล่อยควันพิษของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ไหนจะฝุ่นละอองจากเขตก่อสร้างจำนวนมาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงของยานพาหนะหลากประเภททั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ

ในแง่การเกษตร ชาวอินเดียจำนวนมากยังนิยมเผาป่า หญ้าแห้ง หรือเผาหน้าดินอยู่เหมือนกับเกษตรกรในหลายประเทศ ยิ่งเมื่ออากาศเย็นลง อัตราการเกิดไฟป่าตามธรรมชาติย่อมสูงขึ้น คู่กับประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำความร้อนแบบฮีตเตอร์ พวกเขาจึงต้องสุมไฟเพื่อทุเลาความหนาวเย็น ทุกอย่างล้วนมีส่วนสร้างฝุ่นละอองพิษด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อค่าฝุ่นในอินเดียเกินที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไปมาก วันที่ 17 พฤศจิกายน 2021 รัฐบาลกลางจึงต้องประกาศให้คนในเมืองนิวเดลีที่มีประชากรราว 20 ล้านคน ต้องปิดสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน สถานที่ก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหิน 5 แห่ง โดยขอให้พนักงานข้าราชการทำงานแบบ Work From Home และจะคงนโยบายดังกล่าวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เนื่องจากหากออกจากบ้านจะทำให้ได้รับฝุ่น PM 2.5 ที่ตอนนี้อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อร่างกาย 

หลังสั่งปิดสถานที่ต่างๆ มาครบสัปดาห์ ค่าฝุ่นในเมืองไม่ได้มีทีท่าจะดีขึ้น นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชนบางส่วน จึงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมกว่านี้ เพราะการปิดสถานศึกษา ปิดไซต์ก่อสร้าง ปิดโรงงานรอบเมือง ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีเท่าไรนัก ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวอากาศนิ่ง ไม่มีลม ฝุ่นจึงยังคงหนาแน่นอบอวลอยู่ทั่วเมือง 

ไม่ใช่แค่การสร้างมลพิษในอินเดีย มลพิษประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถานและถัดไปอีกหน่อยอย่างประเทศอัฟกานิสถาน มีส่วนทำให้อากาศของอินเดียเข้าขั้นวิกฤติ ด้านศาลฎีกาอินเดีย ก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่าจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน 


น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้

ขณะที่ปัญหาแม่น้ำเน่าเสียเต็มไปด้วยสารพิษ หรือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทางตอนเหนือของประเทศ ยังคงไม่ถูกจัดการอย่างจริงจัง ล่าสุดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2021 สำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานเหตุน้ำท่วมใหญ่ในรัฐอานธรประเทศ รัฐกรณาฏกะ รัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 35 ราย สูญหายอย่างน้อย 30 ราย 

ประชาชนกว่า 58,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงต้องทิ้งทรัพย์สิน ทิ้งบ้านเรือน และอพยพด่วนไปยังที่ศูนย์หลบภัยชั่วคราวที่รัฐบาลตั้งขึ้นมากว่า 294 แห่ง ทว่ายังมีบางพื้นที่ มีบางหมู่บ้าน ที่น้ำป่าไหลหลากจนถนนถูกตัด พวกเขายังคงติดอยู่ในหมู่บ้าน ตัดขาดกับโลกภายนอก และทำให้รัฐบาลต้องเร่งส่งเจ้าหน้าที่ตามเช็กประชาชนที่ยังคงตกค้างอยู่ 

เหตุน้ำท่วมแม้จะเป็นภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ แต่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งในอินเดียมองว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนทั่วประเทศมีผลกระทบมาจากการตัดไม้ทำลายป่า การผลิตก๊าซพิษในอากาศ


ปัญหาสิ่งแวดล้อมสะท้อนถึงปัญหาน้อยใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นพร้อมกันในอินเดีย นับเป็นปัญหาที่มองเพียงมิติเดียวไม่ได้ อย่างปัญหาเรื่องฝุ่นกับสารพิษในแม่น้ำสายหลัก ล้วนมีส่วนมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวมของรัฐบาล แม้จะมีการสั่งห้ามจุดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือสร้างมลพิษ ประชาชนจำนวนมากยังคงปฏิบัติตัวกันเหมือนปกติ หรือโรงงานยังคงเร่งผลิตก๊าซพิษออกมาเรื่อยๆ ไหนจะมาตรการควบคุมเรื่องน้ำเสียที่ยังไม่มีความชัดเจนอีกด้วย

ช่องว่างของโครงสร้างทางสังคมในอินเดีย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นกัน วิถีชีวิตของเกษตรกรอินเดียมักชินกับการเผาตอซังข้าว เร่งเผาเพื่อปลูกใหม่ แม้รัฐบาลจะพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการเกษตรก็ตามที ไหนจะชาวบ้านที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนในหน้าหนาว การเผาจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเดิมเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลามากพอสมควร 

ในแง่ของการกระจุกตัวตามเมืองใหญ่ เนื่องจากอินเดียยังไม่สามารถกระจายความเจริญไปทั่ว ความเหลื่อมล้ำทางโอกาส อาชีพ และเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้คนหลากหลายรัฐต่างเดินทางเข้าหาความเจริญในเมืองใหญ่ พอเกิดปัญหามลพิษ ประชาชนจำนวนมากก็ไม่สามารถกลับไปยังถิ่นที่อยู่เดิมได้ เนื่องจากไม่มีงานหรืออาชีพที่สร้างรายได้เท่ากับการทำงานอยู่ในเมืองหลวงที่แออัด  

ปัญหามลพิษควรเป็นสิ่งที่รัฐจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากผู้ที่ได้รับสารพิษทั้งทางน้ำหรือทางอากาศในปริมาณมาก หรือรับซ้ำๆ ทุกวัน จะส่งผลให้เกิดโรคหลายอย่าง เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งปอด ที่ส่งจะผลให้อายุขัยเฉลี่ยของชาวอินเดียลดลง ซึ่งปัญหามลภาวะสะสมในหลายปีที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตชาวอินเดียไปแล้วนับล้านราย 

ในการประชุมสุดยอดผู้นำเรื่องสภาพอากาศ หรือ COP26 นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ประกาศว่า แม้ตอนนี้อินเดียจะเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่รัฐบาลจะพยายามอย่างยิ่งที่จะหยุดปล่อยก๊าซให้ได้ภายในปี 2070 หันมาพึ่งพาพลังงานทดแทนอื่น ซึ่งเป้าหมายของนายกฯ โมดี ดูจะเป็นเรื่องที่ยาวไกลและต้องพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 



อ้างอิง

hindustantimes.com

aljazeera.com

edition.cnn.com


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ตรีนุช อิงคุทานนท์
นักเขียนที่สนใจใน 'คนเท่ากัน เฟมินิสต์ และสิทธิของผู้หลากหลายทางเพศ'

Follow

RELATED

+