Humberger Menu

ห้องสมุดเมือง โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ประวัติศาสตร์ และความทรงจำท้องถิ่น

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
LineCopy

LATEST

+
‘บริการ’ หรือ ‘โปรยทาน’ ประชาชน? ...คำถามต่อ Mindset ของข้าราชการ
Summary
  • สำหรับประเทศที่ขาดแคลนหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ห้องสมุดท้องถิ่นควรทำหน้าที่เก็บคอลเลกชั่นความทรงจำของท้องถิ่น ทั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาพถ่าย โปสเตอร์ คลิปเสียง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ
  • กรณีศึกษาในต่างประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทอย่างยิ่งที่สนับสนุนบทบาทของความเป็นหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับงานห้องสมุด
  • ห้องสมุดจึงเป็นข้อเสนอหนึ่งของการกระจายอำนาจ เพื่อให้การจัดสรรความรู้ไม่กระจุกตัวและถูกควบคุมจากอำนาจส่วนกลาง โดยเฉพาะในรูปแบบของห้องสมุดประชาชน

ดราม่าเรื่องการยุบห้องสมุดคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวคัดค้านทั้งจากอาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่า 

และประเด็นห้องสมุดกลายเป็นที่สนใจกันอีกครั้ง เมื่อผู้บริหารต้องการจะปรับเปลี่ยนการใช้ห้องสมุด ลดการใช้หนังสือ และทำให้กลายเป็นพื้นที่แบบใหม่ในนาม co-working space แต่ก็มีคำถามถึงหลักการและวิธีคิดของห้องสมุดโดยผู้ใช้ ว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำหนังสือออกไปจนเหลือแต่ห้องโล่งที่มีแต่โต๊ะเก้าอี้ โดยข้ออ้างว่าจะส่งหนังสือเข้าไปยังสำนักหอสมุดของมหาวิทยาลัยจำนวนกว่า 20,000 เล่ม 

ก่อนหน้านั้นมีบทความของ ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ชื่อ ‘ห้องสมุด (รัฐ) ไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง’ เสนอให้เห็นความเป็นอนุรักษนิยม และความเป็นราชการในห้องสมุดไทยที่ปรับตัวช้าเกินไปกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังกลายเป็นพื้นที่ที่เข้าไปควบคุมร่างกายของผู้ใช้ และสอดส่องประชาชนผู้เข้ามาอ่านหนังสือ 

ข้อเสนอของเขาคือ ห้องสมุดต้องทำลายความเป็นสถาบันที่ขรึมขลังเป็นทางการ ยกเลิกความเคร่งครัดในการแต่งกาย และแนวคิดว่าจะต้องเคารพสถานที่ 

อันที่จริงเรื่องห้องสมุดก็เป็นที่ตระหนักกันพอสมควรในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การปรับตัวครั้งสำคัญก็คือ การเกิดขึ้นของ TK Park ในปี 2547 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นความทันสมัยของพื้นที่ การสร้างสื่อที่หลากหลาย รวมไปถึงการจัดกิจกรรม โดยจัดสร้างขึ้นกลางพื้นที่ใจกลางย่านช็อปปิ้งอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ 

TK Park เป็นชุดแหล่งเรียนรู้ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับ มิวเซียมสยาม และ TCDC ในยุคหลัง TK Park ยังมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายกับห้องสมุดในจังหวัดต่างๆ ไปด้วย 

แล้วในบทความนี้จะคุยต่างออกไปได้อย่างไรหรือ ผู้เขียนมีเรื่องชวนคุยในประเด็นห้องสมุดในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ของท้องถิ่นใน 2 บทบาท นั่นคือ ความรู้ปัจจุบันที่มีการอัปเดตเปลี่ยนแปลง ที่เชื่อมโยงกับโลก กับอีกส่วนคือพื้นที่กักเก็บความทรงจำของท้องถิ่น ในที่นี้จะขอเริ่มจากส่วนหลังก่อน


Back to the Future ห้องสมุดในฐานะไทม์แมชชีนประจำท้องถิ่น

ใครที่เคยดู Back to the Future III (เจาะเวลาหาอดีต ภาค 3) อาจจะคุ้นๆ ในช่วงต้นเรื่อง ฉากที่ มาร์ตี้ (ไมเคิล เจ ฟอกซ์) กับ ด็อค (คริสโตเฟอร์ ลอยด์) ไปค้นหาหลักฐานจากห้องสมุดประจำเมืองหรืออะไรทำนองนั้นเพื่อยืนยันว่า ด็อค เคยอยู่ใน ค.ศ. 1885 พวกเขาค้นคว้าจากเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือหนังสือที่โชว์หน้าปกว่า History of Hill Valley 1850-1930 (ประวัติศาสตร์ของฮิลล์วัลลีย์ 1850-1930)



ในประเด็นนี้ ผู้เขียนเสนอว่า ประเทศที่ขาดแคลนหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ห้องสมุดท้องถิ่นนี่แหละที่ควรทำหน้าที่นี้ เป็นผู้เก็บคอลเลกชั่นความทรงจำของท้องถิ่นในหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาพถ่าย โปสเตอร์ คลิปเสียง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ 

หลายคนอาจไม่ทราบว่าในทศวรรษ 2490 เป็นยุคที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเบ่งบาน เช่น ชาวเหนือ (2490-เชียงใหม่), สารสยาม (2491-เชียงใหม่), ไทยลานนา (2493-ลําปาง), คนเมือง  (2496-เชียงใหม่) อกราช (2500-ลำปาง) ฯลฯ ทุกวันนี้ที่เหลือรอดมาบางส่วนก็คือ คนเมือง ที่ถูกจัดเก็บโดยหอสมุดแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

นั่นหมายความว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นที่ไม่ถูกจัดเก็บ (ไม่ว่าจะแบบต้นฉบับหรือดิจิทัล) ก็ได้สลายไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย ต่างไปจากหนังสือพิมพ์ระดับประเทศที่ได้รับความสนใจจากหอสมุดแห่งชาติ หรือกระทั่งพบว่ากลายเป็นคอลเลกชั่นในมหาวิทยาลัยต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ 

กรณีศึกษาในต่างประเทศที่จะกล่าวต่อไปข้างจะแสดงให้เห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีบทบาทอย่างยิ่งที่สนับสนุนบทบาทของความเป็นหอจดหมายเหตุท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับงานห้องสมุด


ห้องสมุดเมืองที่ทันโลก สถานการณ์ในไทย และความเป็นไปได้ในต่างประเทศ

ส่วนบทบาทอีกด้าน ก็คือการทำให้ความรู้ในห้องสมุดเท่าทันโลก นั่นคือการวางอยู่ที่เนื้อหาเป็นฐาน และตอบสนองกับผู้ใช้สอย รวมไปถึงการไปข้างหน้าอย่างมีวิสัยทัศน์ เจ้าของห้องสมุดของรัฐที่ดำเนินการโดยภาษีประชาชนในไทยมีทั้งองค์กรจากส่วนกลางและท้องถิ่น 

ส่วนแรกเรารู้จักกันในนามห้องสมุดประชาชน ที่รับผิดชอบโดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือเดิมรู้จักกันในชื่อ กศน. ห้องสมุดประชาชนนี้มีกลไกแบบเดียวกับระบบราชการ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม นั่นคือ ห้องสมุดประชาชนจังหวัด 73 แห่ง, ห้องสมุดประชาชน ‘เฉลิมราชกุมารี’ 86 แห่ง, ห้องสมุดประชาชนอำเภอ 745 แห่ง และอีกแห่งคือ หอสมุดรัชมังคลาภิเษก วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 905 แห่ง 

ส่วนกลางยังมาในรูปของ TCDC ที่มีอยู่ในบางจังหวัดเช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ฯลฯ ส่วนท้องถิ่นก็มีความหลากหลาย ทั้งในระดับเทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด จะเห็นว่าส่วนหนึ่งได้มีการสร้างเครือข่ายร่วมกับ TK Park และใช้ธีมการเรียนรู้ดังกล่าวผนวกกับท้องถิ่นด้วย เช่น LK Park ร่วมกับเทศบาลนครลำปาง, SK Park ร่วมกับ อบจ.สมุทรสาคร ฯลฯ โครงสร้างพื้นฐานความรู้สาธารณะในบ้านเราจึงไม่ต่างกับการบริหารจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมและดำเนินการจากส่วนกลาง ซึ่งจะโดยตั้งใจหรือไม่ มันส่งผลให้เกิดการแยกส่วนการทำงาน และการทำงานไม่ตอบสนองกับคนในท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น 

ยังไม่นับว่าส่วนกลางที่มีทรัพยากรไม่มากนักก็ไม่อาจดูแลพื้นที่ได้ดีพอ เช่นเดียวกับข้อเสนอในการกระจายอำนาจในเรื่องอื่นๆ ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้จากส่วนกลาง โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนควรถูกถ่ายโอนมาให้ท้องถิ่นรับผิดชอบ 

แต่การถ่ายโอนมายังไม่เพียงพอ การสร้างห้องสมุดท้องถิ่นให้กลายเป็นกระดูกสันหลังของแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนสำหรับท้องถิ่นยังต้องการความรู้อีกมาก ซึ่งไม่พ้นจะต้องทำการวิจัยและสร้างข้อถกเถียง และการมีส่วนร่วมในวงกว้าง เพื่อวางภาพรวมการพัฒนาร่วมกันในระดับประเทศ หรือภูมิภาค ทั้งจากนักวิชาการ นักวิชาชีพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน 

ในที่นี้ขอยกตัวอย่างห้องสมุดเมืองจาก 3 แห่ง เพื่อเปิดให้เห็นภาพว่าห้องสมุดท้องถิ่นนั้นทำอะไรได้บ้าง นั่นคือ เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย, เมืองลิเวอร์พูล อังกฤษ และเมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ห้องสมุดประเทศเหล่านี้มิได้แค่มีเปลือกที่สวยงาม ดูทันสมัย แต่มีเนื้อในที่ยึดโยงกับผู้คนรวมทั้งเป็นแหล่งพึ่งพิงทางความรู้และกิจกรรมต่างๆ อันรวมไปถึงการให้คำแนะนำและโอกาสธุรกิจไปด้วย


ห้องสมุดเมืองเมลเบิร์น 

ที่มา https://whatson.melbourne.vic.gov.au/things-to-do/city-library

 ห้องสมุดเมืองเมลเบิร์น มีสาขาอยู่ 6 แห่ง นอกจากการจัดหาหนังสือและสื่อต่างๆ ให้ชาวเมืองได้ยืมแล้ว ยังมีส่วน Learn เปิดสอนความรู้หลากหลาย ตั้งแต่การหางาน ความฉลาดทางการเงิน สิทธิผู้บริโภค ฯลฯ ห้องสมุดจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่พึ่ง และที่ปรึกษาด้านนี้สำหรับคนที่อาจไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาแล้ว 

เช่นเดียวกับส่วน Makerspaces สอนทักษะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์ การออกแบบดิจิทัล การเขียนโค้ด การผลิตเพลงและวิดีโอ ฯลฯ ส่วนที่เกี่ยวกับหนังสือก็จะมีชมรมหนังสือที่มีการจัดทำ reading list ว่าในแต่ละเดือนจะคุยกันในธีมไหน มีหนังสือเล่มไหนบ้าง เช่น ธีมอาชญากรรม ก็ลิสต์หนังสือในกลุ่มนี้เพื่อให้นักอ่านมาแลกเปลี่ยนกัน 

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ Local History เป็นพื้นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ครอบครัว ประวัติศาสตร์บ้านของเราที่รวมฐานข้อมูลบ้านที่เข้าข่ายอนุรักษ์ พร้อมข้อมูลแบบก่อสร้างอาคารต่างๆ นอกจากนั้นยังมีส่วนสนับสนุนการค้นคว้า คู่มือเดินชมย่านประวัติศาสตร์เมือง รวมไปถึงหนังสือประวัติศาสตร์ของผู้คนและเมืองเมลเบิร์น เช่น Men of Hotham: municipal government in North Melbourne, 1859 to 1905 โดย Hotham History Project 2006 


ห้องสมุดกลาง เมืองลิเวอร์พูล

ที่มา https://www.wowabouts.com/explore/post-liverpool-central-library-and-record-office

ห้องสมุดเมืองลิเวอร์พูล มีสาขาอยู่ 19 แห่ง องค์กรนี้ให้ความสำคัญกับประเด็นการส่งเสริมการทำธุรกิจโดยมีส่วนที่เรียกว่า Business & IP (Intellectual Property) Centre  (ศูนย์ธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา) ที่ให้บริการฐานข้อมูลธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการให้คำปรึกษาทางธุรกิจด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ประกอบการ รวมไปถึงการเปิดเวิร์กช็อปการริเริ่มธุรกิจ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีส่วนที่เรียกว่า #LiverpoolWrites ที่เน้นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจในการเขียน 

นอกจากกิจกรรมอื่นๆ อย่างบริการด้านดนตรี ห้องสมุดเด็ก และคอร์สธุรกิจออนไลน์และการสอนความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แล้ว ห้องสมุดยังให้ความสำคัญกับส่วนจดหมายเหตุท้องถิ่น ที่เรียกว่า ‘Archives and Family History’ (จดหมายเหตุและประวัติศาสตร์ครอบครัว) ส่วนนี้แบ่งเป็นส่วนย่อยๆ ได้แก่ ห้องค้นคว้า คอลเลกชั่นห้องสมุด การให้บริการค้นคว้า ประวัติศาสตร์ครอบครัวที่จะช่วยสืบค้นประวัติครอบครัว ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น เอกสารทางราชการที่บันทึกการเกิด แต่งงาน ความตาย สำมะโนครัวที่จะชี้ให้เห็นถึงสมาชิกในครอบครัว หรืออาจจะรวมไปถึงผู้อาศัยอื่นๆ เอกสารทะเบียนโบสถ์ บันทึกการฝังศพ บัญชีรายชื่อถนน บันทึกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พินัยกรรม ฯลฯ

และยังมีส่วนท้องถิ่นศึกษา หรือ Local Studies ที่รวมไมโครฟิล์ม หนังสือพิมพ์เก่า บันทึกโบสถ์ หนังสืออ้างอิง และอื่นๆ กรณีของอังกฤษที่มีเป็นเมืองเก่าแก่จะมีเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก และไม่ได้ถูกเก็บรวมศูนย์อยู่ที่หอจดหมายเหตุระดับชาติเพียงอย่างเดียว


ห้องสมุดกลาง เมืองลอสแองเจลิส

ที่มา https://www.laconservancy.org/locations/los-angeles-central-library

ห้องสมุดเมืองลอสแอนเจลิส ส่วนเสริมจากการบริการหนังสือและสื่อก็คือ การเน้นการให้บริการฐานข้อมูลต่างๆ ข้อมูลรัฐบาลกลาง ดัชนีของห้องสมุดที่เก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ เช่น ดัชนีนิตยสารทางธุรกิจ ดัชนีแสดงกรรมสิทธิ์เจ้าของหนังสือ แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางธุรกิจ ดัชนีเอกสารแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ดัชนีรัฐแคลิฟอร์เนียที่แสดงถึงผู้คน สถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือ ดัชนีชนพื้นเมืองอเมริกัน ฯลฯ 

ห้องสมุดยังมีส่วน Jobs, Money & Small Business เป็นชุมทางช่วยเหลือสำหรับผู้หางาน ผู้ประกอบการ และผู้คนที่ต้องการบริหารการเงินของพวกเขา ซึ่งรวมไปถึงการเรียนรู้เรื่องการเงิน ตลาด ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ดัชนีต่างๆ การลงทุน ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ การวางแผนเกษียณ ภาษี ฯลฯ 

ที่น่าสนใจคือส่วนบริการที่เรียกว่า Memory Lab ที่เป็นส่วนที่มีเครื่องมือจะช่วยเก็บรักษาประวัติศาสตร์ของแต่ละคน แต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการแปลงภาพถ่ายให้เป็นไฟล์ดิจิทัล การจัดเก็บเรื่องราว ภาพ หลักฐานจากชีวิตของแต่ละคน เพื่อมาปะติดปะต่อชีวิตอันหลากหลายของผู้คนเพื่อมาสร้างชีวิตของเมืองให้สมบูรณ์

ตัวอย่างห้องสมุดทั้ง 3 แห่งคือห้องสมุดเมืองที่รับผิดชอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่นอกจากจะมีเนื้อหาการบริการที่ให้ความสำคัญกับชีวิตปัจจุบันของผู้คนแล้ว ยังเอาจริงเอาจังกับการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลในอดีตอย่างเป็นระบบ เพราะพวกเขาตระหนักว่าอดีตและความทรงจำเหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการร้อยรัดผู้คนในเมืองของพวกเขาเข้าด้วยกัน 

เมื่อกลับมามองห้องสมุดของบ้านเรา จะเห็นว่านอกจากปัญหาการรวมศูนย์อำนาจการจัดการความรู้ และความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการบริหารห้องสมุดแล้ว เรายังตัดขาดส่วนที่เรียกว่าจดหมายเหตุท้องถิ่น และการจัดเก็บรวมถึงเผยแพร่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นออกไป ทำให้เวลาคนในพื้นที่ต่างๆ หากต้องการจะสืบค้นประวัติของตัวเอง ก็ต้องมุ่งเข้าสู่ส่วนกลาง 

ตามธรรมชาติของรัฐแล้ว ข้อมูลของท้องถิ่นจะถูกรวบรวมเข้าสู่ส่วนกลางผ่านกระบวนการคัดเลือกความทรงจำที่รัฐคิดว่าเหมาะสม และคัดทิ้งความทรงจำที่ไม่สำคัญกับรัฐ โดยเฉพาะความทรงจำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐในยุคต่างๆ มิอาจที่จะมีที่ยืนอยู่ได้เลย เช่นเดียวกับข่าวสารท้องถิ่น บันทึกการประชุมสภาท้องถิ่นที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างมิดชิด หรือไม่ก็ถูกทำลายไปอย่างเงียบๆ ทั้งที่เป็นหลักฐานสำคัญในการชี้ให้เห็นว่านักการเมืองท้องถิ่นเคยทำอะไรไว้ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ 

ด้วยเหตุผลนี้ ห้องสมุดจึงเปรียบเสมือนเป็นไทม์แมชชีนท้องถิ่นไปในตัว ดังนั้นการจะสร้างคุณภาพใหม่ของห้องสมุดเมืองทั่วประเทศจึงควรพิจารณาทั้งสองมิติ นั่นคือ การเป็นห้องสมุดที่ทันโลกและให้บริหารผู้คนท้องถิ่น ดึงให้พวกเขาได้ไปเจอกับโลกกว้าง ขณะเดียวกันก็หยั่งรากลึกลงไปที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความทรงจำท้องถิ่น เพื่อร้อยรัดผู้คนในพื้นที่เข้าด้วยกัน และยังการเป็นหลักฐานในการตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจไปด้วย 

ทั้งนี้ การแก้ไขไม่อาจเป็นไปได้เลยบนโครงสร้างที่ยังรวมศูนย์อยู่ ในวันข้างหน้าห้องสมุดที่ถูกยึดโยงด้วยอำนาจจากส่วนกลาง จะต้องถูกถ่ายโอนทรัพยากรให้กับพื้นที่เพื่อการบริหารอย่างเป็นเอกภาพ เช่นเดียวกับการบริการสาธารณะอื่นๆ ในมือของเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด.

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
พลเมืองนอกกรุงเทพฯ ผู้สนใจและกระหายรู้ในประเด็นประวัติศาสตร์สังคม space เมือง และการกระจายอำนาจ

Follow

RELATED

+