Humberger Menu

คบกับ ‘เพอร์เฟกชั่นนิสต์’ แต่ทำไมชีวิตไม่ ‘เพอร์เฟกต์’

creator
สุภาวดี ไชยชลอ
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • ท่ามกลางผู้คนหลากหลายบนโลกใบนี้ เพอร์เฟกชั่นนิสต์ (Perfectionist) หรือคนนิยมความสมบูรณ์แบบ มักเป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา หรือหากมีก็พยายามมองข้ามไป ไม่ใช่เพราะความเพอร์เฟกต์ แต่เพราะพวกเขายอมรับ ‘ความไม่สมบูรณ์แบบ’ ของตัวเองไม่ได้ต่างหาก และยิ่งเมื่อมีความสัมพันธ์กับผู้คน เพอร์เฟกชั่นนิสต์ก็อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว
  • “เขามักไปทำงานแต่เช้า และกลับดึกกว่าคนอื่น ฉันสังเกตว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับการตรวจงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามทำทุกอย่างให้พร้อมที่สุด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะพร้อมสักที บ่อยครั้งที่เราทะเลาะกัน เพราะฉันรู้สึกว่าเขาทุ่มเทกับงานเกินความจำเป็น” คือกรณีตัวอย่างของการอยู่ในความสัมพันธ์กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์
  • บทความนี้จะชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของคนที่นิยมความสมบูรณ์แบบ เพื่อหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนรักของเราเข้าข่ายเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ว่าเราควรรับมืออย่างไรดี


“แฟนของฉันเป็นพวกเพอร์เฟกชั่นนิสต์ แต่เขาอาจไม่รู้ตัวว่ายิ่งพยายามเพอร์เฟกต์มากเท่าไร ตัวเองก็ยิ่งห่างไกลจากความเพอร์เฟกต์มากขึ้นเท่านั้น” 

นี่คือเรื่องเล่าจากผู้หญิงคนหนึ่งถึง ‘มนุษย์แฟน’ ที่เป็นชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์ และก็ดูเหมือนว่าท่ามกลางผู้คนหลากหลายบนโลกใบนี้ เพอร์เฟกชั่นนิสต์ (Perfectionist) หรือคนนิยมความสมบูรณ์แบบ มักเป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา หรือหากมีก็พยายามมองข้ามไป 

ไม่ใช่เพราะความเพอร์เฟกต์ แต่เพราะพวกเขายอมรับ ‘ความไม่สมบูรณ์แบบ’ ของตัวเองไม่ได้ต่างหาก และยิ่งเมื่อมีความสัมพันธ์กับผู้คน เพอร์เฟกชั่นนิสต์ก็อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว

“ระหว่างที่คบกัน เขาจะไม่จับมือฉัน หากเขาไม่ได้ล้างมือก่อน เขามักจะหงุดหงิด และตำหนิเสมอ หากเห็นว่าฉันกินอาหารเหลือและไม่กินผัก เขามักทำสีหน้าและน้ำเสียงราวกับว่าฉันทำเรื่องที่ผิดมหันต์

“เขามักไปทำงานแต่เช้า และกลับดึกกว่าคนอื่น ฉันสังเกตว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับการตรวจงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามทำทุกอย่างให้พร้อมที่สุด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะพร้อมสักที บ่อยครั้งที่เราทะเลาะกัน เพราะฉันรู้สึกว่าเขาทุ่มเทกับงานเกินความจำเป็น 

“เมื่อใดที่มีปากเสียง ซึ่งอาจมาจากเรื่องเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ ฉันพยายามปรับความเข้าใจ ขณะที่เขาพยายามหาว่าใครเป็นคนผิด 

“ปีแรกๆ ความสัมพันธ์ก็ราบรื่นดี เพราะฉันคิดว่า แฟนของฉันมีความรับผิดชอบสูง หนำซ้ำยังเสมอต้นเสมอปลาย เคยถามอะไร ก็ถามซ้ำๆ ทุกวัน แต่พอหลายปีผ่านไป ฉันจึงเริ่มรู้สึกว่า นี่มันไม่ปกติแล้วสิ”

ข้างต้นคือกรณีตัวอย่างของการอยู่ในความสัมพันธ์กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์ แน่นอนว่า ใครๆ ก็ฝันอยากมีความสัมพันธ์ที่เพอร์เฟกต์ แต่การอยู่ในความสัมพันธ์กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์นั้น ต่างจากการมีความสัมพันธ์ที่เพอร์เฟกต์โดยสิ้นเชิง 

บทความนี้จะชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของคนที่นิยมความสมบูรณ์แบบ เพื่อหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนรักของเราเข้าข่ายเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ว่าเราควรรับมืออย่างไรดี

เพอร์เฟกต์ = ไม่เพอร์เฟกต์ 

คำว่า เพอร์เฟกต์ (Perfect) หรือสมบูรณ์แบบ อาจมีความหมายในแง่ดี แต่ถ้าหมายถึงลักษณะบุคลิกภาพของบุคคล ก็อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ค่อยน่าสุงสิงเท่าไรนัก ไม่ใช่เพราะพวกเขานิสัยไม่ดี แต่เป็นเพราะความ ‘ตึงเกินไป’ จนทำให้คนรอบตัวรู้สึกถูกกดดันนั่นเอง

เพอร์เฟกชั่นนิสต์มักมีปัญหาเรื่องความวิตกกังวล (Anxiety) และขาดการยอมรับในตัวเอง ความต้องการให้ทุกอย่างไร้ที่ติ ทำให้ตัวเองรู้สึกล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว จะมีใครในโลกนี้บ้างที่ไม่เคยทำผิดพลาด 

พวกเขามักยึดมาตรฐานที่สูงเกินจริง เพราะเป้าหมายอันดับแรกของพวกเขาไม่ใช่การประสบความสำเร็จ แต่เป็นการไม่พลาดแม้รายละเอียดเล็กน้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ เพอร์เฟกชั่นนิสต์จึงมักรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยดีพอ แม้จะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม

ผู้ที่คบกับชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์ มักไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักของตน จึงทุ่มเทกับงาน หรือบางสิ่งบางอย่างมากเกินไป จากกรณีตัวอย่างที่เล่าว่า “ฉันสังเกตว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับการตรวจงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามทำทุกอย่างให้พร้อมที่สุด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะพร้อมสักที” ก็ดูเหมือนเพอร์เฟกชั่นนิสต์จะทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ แต่กลับไม่ค่อยมีผลงาน นั่นเป็นเพราะเขามักทุ่มเทพลังงานเพื่อป้องกันความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ มากกว่ามองความสำเร็จในภาพรวม เพอร์เฟกชั่นนิสต์จึงทุ่มเททำงานไม่หยุดหย่อนเพื่อให้เพอร์เฟกต์ที่สุด แต่ยิ่งพยายามเท่าไรก็ยังไม่เพอร์เฟกต์ได้ดั่งใจสักที

เพอร์เฟกชั่นนิสต์กับปมที่ติดในใจ

เพื่อทำความเข้าใจความเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ให้มากขึ้น เราอาจต้องย้อนไปถึงประสบการณ์ในวัยเด็ก เพราะบ่อยครั้งการเลี้ยงดูก็อาจเป็นสาเหตุของพฤติกรรมและลักษณะนิสัยตอนโต

ในวัยเด็ก เพอร์เฟกชั่นนิสต์ หรือคนสมบูรณ์แบบ จะเป็นที่รักและได้รับคำชมจากพ่อแม่ก็ต่อเมื่อประพฤติตัวดีตามกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่วางไว้เท่านั้น เมื่ออยู่ในความสัมพันธ์ แม้ลึกๆ จะต้องการความรักจากคู่ครอง แต่กลับไม่ค่อยเชื่อว่าคนรักจะยอมรับตัวตนของเขา โดยเฉพาะหากเขาทำผิดพลาด เพอร์เฟกชั่นนิสต์จึงมักตรวจสอบตัวเองอย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นเห็นความบกพร่อง เนื่องจากในวัยเด็ก พวกเขาเคยถูกพ่อแม่ผู้ปกครองตำหนิด้วยคำพูดที่รุนแรง หรือการทำโทษที่เจ็บปวด เขาจึงหมกหมุ่นกับการทำตัวให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

สำหรับเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ชีวิตของพวกเขามีแต่สิ่งที่ ‘ควรทำ’ และ ‘ต้องทำ’ เพื่อให้ไปถึงเกณฑ์มาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้ ทำให้ลืมถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วต้องการอะไรในชีวิตกันแน่ เพราะความต้องการตามธรรมชาติในวัยเด็กของเขามักเป็นสิ่งต้องห้าม เขาจึงเติบโตมาพร้อมกับเรียนรู้ที่จะระงับความต้องการของตัวเอง และใส่ใจกับสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้อง จนทำให้ชีวิตไม่มีความสุข 

บ่อยครั้งผู้ที่คบกับเพอร์เฟกชั่นนิสต์จะรู้สึกว่าคนรักของตนมักหงุดหงิดและตึงเครียด ส่วนเพอร์เฟกชั่นนิสต์เองก็ไม่รู้ตัวว่าความเครียดนี้เกิดจากความขัดแย้งในใจระหว่าง ‘ความต้องการที่แท้จริง’ กับ ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เมื่อใดก็ตามที่ชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์เลือกทำตามใจ เขาก็มักตำหนิและตัดสินตัวเองว่าไม่ได้เรื่อง และพยายามทุ่มเททำงาน หรือสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ หนักขึ้นไปอีก

รักเขา แต่เราเครียด

ถึงแม้จะเข้าใจปูมหลังและตัวตนของคนเพอร์เฟกชั่นนิสต์แล้ว แต่เมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคนรัก ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอุปนิสัยหลักของชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์ไม่เพียงต้องเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว แต่ยังชอบตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ทั้งตัวเองและคนรอบข้างด้วย

คนรักที่เป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักวิพากษ์วิจารณ์คู่ครองของตัวเองแม้ในเรื่องเล็กน้อย และยังแสดงความผิดหวังในตัวคู่ครองที่ไม่เป็นไปตาม ‘มาตรฐาน’ ที่เขาตั้งไว้ เพอร์เฟกชั่นนิสต์จึงค่อนข้างสร้างความกดดันให้คนใกล้ตัวเสมอ  

แม้บางครั้งอาจไม่ได้เอ่ยเป็นคำพูด แต่คนทั่วไปก็เห็นได้ชัดจากสีหน้าท่าทาง ซึ่งเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักไม่ค่อยรู้ตัวว่าความรุนแรงที่แสดงออกในท่าทางของตนนั้น ทำให้คนอื่นเจ็บปวดได้มากพอๆ กับคำพูด

เมื่อทะเลาะกัน ชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักมีคำพูดประมาณว่า “อืม! เราผิดเองแหละ” หรือ  “ใช่สิ! เรามันไม่ดี” เพราะความขัดแย้งสำหรับชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์ เท่ากับ ‘ความล้มเหลว’ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีใครผิดเลยก็ตาม สิ่งเดียวที่เพอร์เฟกชั่นนิสต์คิดก็คือ “นี่ไง! พลาดแล้ว เราต้องถูกปฏิเสธแน่ๆ” การทะเลาะกันจึงมักจบลงที่การหาว่าใครถูกใครผิด มากกว่าการหาทางปรับความเข้าใจ 

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาในความสัมพันธ์มากสำหรับคนรักของชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์ก็คือ ไม่ว่าจะพยายามทำความเข้าใจเท่าไร ก็อาจยังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ไกลเท่าเดิม ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักอ่อนไหวต่อการถูกปฏิเสธและความล้มเหลว พวกเขามักคิดว่าตัวเองต้องเข้มแข็งตลอดเวลาและควบคุมความรู้สึกต่างๆ ไว้ภายใน เขามักหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก แม้กระทั่งกับคนรักของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความกลัว, ความกังวล, ความรู้สึกไม่มั่นคง และความผิดหวัง 

การพยายามปกปิดความอ่อนแอนี่เอง ที่เป็นกำแพงขวางกั้นไม่ให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

อยู่กับความไม่เพอร์เฟกต์ของเพอร์เฟกชั่นนิสต์

แม้ว่าการมีคนรักเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์อาจทำให้ต้องทะเลาะกันบ่อยๆ มีความขัดแย้งและความรู้สึกเจ็บปวด แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาในทุกความสัมพันธ์ ซึ่งการสื่อสารที่ดี การประนีประนอม และการคาดหวังตามจริง อาจช่วยให้เราใช้ชีวิตคู่กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์อย่างมีความสุขได้ 

แชรอน มาร์ติน นักจิตบำบัดจากซานโฮเซ สหรัฐอเมริกา แนะนำการใช้ชีวิตคู่กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ดังนี้

  • เข้าใจสาเหตุ และรู้ว่าอะไร หรือพฤติกรรมแบบไหนที่มักทำให้คู่ครองเพอร์เฟกชั่นนิสต์หงุดหงิด การเข้าใจสาเหตุของพฤติกรรมอย่างแท้จริง ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น 

  • ไม่ถือสา หรือเก็บคำวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเรื่องส่วนตัว ให้ถือว่าสิ่งที่เขาสื่อออกมาเป็นการสะท้อนความกังวลภายในใจของเขาเอง

  • แสดงความรู้สึกให้เพอร์เฟกชั่นนิสต์รับรู้ หากคำพูด หรือการกระทำของเขาทำร้ายจิตใจคุณ แต่ก็ควรสื่อสารอย่างอ่อนโยน เพราะพวกเขามักอ่อนไหวต่อคำวิจารณ์

  • วางแผนล่วงหน้าในการทำกิจกรรมต่างๆ บอกให้เขารู้เร็วที่สุดหากมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเพอร์เฟกชั่นนิสต์มักยึดติดแบบแผนและตารางเวลา การเปลี่ยนแปลงอย่างปัจจุบันทันด่วนอาจทำให้พวกเขาหงุดหงิด

  • ปล่อยให้พวกเขาได้ทำสิ่งที่ต้องการ หากไม่ได้ทำร้ายใคร แม้คุณจะเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาด เช่น การพับผ้าอย่างถูกต้อง หรือเรียงช้อนส้อมให้เป็นระเบียบ 

  • หาโอกาสให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะประนีประนอมในบางสิ่ง เพื่อค้นพบว่ามันมีมากกว่าหนึ่งวิธีในการทำสิ่งต่างๆ 

  • เจรจาต่อรองกฎระเบียบในบ้าน และการเลี้ยงลูก เช่น เราจะทำความสะอาดครัวทุกวันหลังมื้อเย็น แต่จะทำความสะอาดห้องน้ำสัปดาห์ละครั้ง ไม่ดุลูกหากลูกกินอาหารเลอะเทอะบ้าง เพราะเป็นธรรมชาติของเด็ก

  • ชวนพวกเขาทำเรื่องสนุกๆ แตกต่างจากกิจวัตรประจำวันบ้าง แต่ให้เวลาเขาทำงานที่ ‘ต้องทำ’ ให้เสร็จก่อน เพื่อจะได้พักผ่อนได้อย่างผ่อนคลาย  

    

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าการใช้ชีวิตคู่กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ความรักคือการยอมรับข้อบกพร่องของอีกฝ่ายไม่ใช่หรือ ความสัมพันธ์กับเพอร์เฟกชั่นนิสต์จึงอาจหมายถึงการโอบรับความผิดพลาดของเขาซ้ำๆ และบอกว่าไม่เป็นไร ทำให้เขามั่นใจว่าข้อบกพร่องเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ และคุณยังรักเขาเหมือนเดิม 

เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นคนไม่เพอร์เฟกต์ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดแล้วสำหรับคุณ 


อ้างอิง: Marriage.com, Psychcentral.com   

  • เฮเลน พาล์มเมอร์, เอ็นเนียแกรม ศาสตร์เพื่อความเข้าใจตนเองและผู้อื่น, แปลโดย วาจาสิทธิ์ ลอเสรีวานิช, พิมพ์ครั้งที่ 4 (กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2552), หน้า 103 และ 116

Share article
  • Line
  • link
creator
Author
สุภาวดี ไชยชลอ
อดีตนักเขียนนิตยสารบันทึกคุณแม่ ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และคุณแม่ของลูกสาว Homeschool ที่ชอบดูซีรีส์เกาหลี

Follow