Humberger Menu

‘สิทธิที่จะตาย’ มีจริงไหม? ผู้ป่วยชาวโคลอมเบีย ถูกระงับการการุณยฆาต ก่อนเวลานัดไม่กี่ชั่วโมง

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
กองบรรณาธิการ
LineCopy

LATEST

+
‘งานหนัก’ ล้วนแล้วแต่ ‘ฆ่าคน’  ญี่ปุ่น-จีน พยายามแก้ค่านิยมผิดๆ
Summary
  • โคลอมเบียยังคงเป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่อนุญาตให้ทำการุณยฆาตได้ และล่าสุดเพิ่งขยายขอบเขตของสิทธิที่จะตาย ไม่ต้องจำกัดเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย หากทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจอย่างหนัก
  • โคลอมเบียเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งต่อต้านการมีส่วนช่วยในการฆ่าตัวตายและการุณยฆาต
  • ผู้นำศาสนาชี้ว่า ในฐานะชาวคริสต์ ความตายไม่อาจเยียวยาความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานได้


โคลอมเบียเป็นประเทศแรกในอเมริกาใต้ที่ประกาศให้การุณยฆาตถูกกฎหมายในปี 1997 โดยยินยอมให้ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าจะเสียชีวิตในเวลาอีกไม่เกิน 6 เดือนสามารถจบชีวิตตัวเองได้ และเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง เริ่มมีการขยายขอบเขต โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าให้ผู้ป่วยใช้สิทธินี้ได้ หากทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจอย่างหนัก โดยไม่จำเป็นต้องป่วยระยะสุดท้าย

ปัจจุบันโคลอมเบียยังคงเป็นประเทศเดียวในลาตินอเมริกาที่อนุญาตให้ทำการุณยฆาตได้ และเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศของโลกที่ขยายสิทธิการตายไปยังผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วย นอกจากเบลเยียม และเนเธอร์แลนด์

มาร์ธา เซปูลเวดา (Martha Sepúlveda) หญิงชาวโคลอมเบียวัย 51 ปี เป็นผู้ป่วยรายแรกที่ขอใช้สิทธิการุณยฆาตใหม่นี้ เธอป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นจากเซลล์ระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อม แก่ และตาย ก่อนวัยอันควร ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย โรคนี้สร้างความทุกข์ทรมานทั้งทางกายและใจ เพราะแม้ผู้ป่วยอาจจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี แต่ร่างกายจะทรุดลงเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ เซปูลเวดาค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการเดินแล้ว

กระบวนการการุณยฆาตของเซปูลเวดาถูกกำหนดไว้วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพียงคืนเดียวก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น บ่ายวันที่ 9 ตุลาคม คณะกรรมการสถาบันความเจ็บปวดแห่งโคลอมเบีย (Colombian Pain Institute) ออกคำสั่งยกเลิก โดยให้เหตุผลว่า กรณีของเธอไม่เป็นไปตามระเบียบของการจบชีวิต โดยอ้างเหตุผลว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม อาการของเธอดีขึ้นแล้ว ดังนั้น จึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

คำตัดสินนี้ทำให้ครอบครัวไม่พอใจ เฟเดอริโก เซปูลเวดา ลูกชายวัย 22 ปีของเธอให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “นี่เป็นคำตัดสินที่ไร้ซึ่งการเคารพและไม่โปร่งใส คณะกรรมการฯ ทำทุกอย่างเป็นความลับและไม่แจ้งว่าจะมีการประชุมกัน แพทย์ที่เข้าร่วมประชุมก็ไม่แจ้งครอบครัว” เขากล่าวว่า คำตัดสินนี้มีขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงผู้ป่วย และทำให้แม่ของเขากลับมาอยู่ในภาวะเศร้าและหดหู่อีกครั้งเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้

รณีที่เกิดขึ้นกลายเป็นจุดสนใจทั่วโลก นำมาซึ่งการตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎหมายการุณยฆาตว่าควรจะขยายขอบเขตถึงแค่ไหน

องค์กรรณรงค์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (The Economic, Social and Cultural Rights Laboratory) ซึ่งเป็นตัวแทนของเซปูลเวดามองว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตอยู่และตายอย่างมีศักดิ์ศรีของเธอ “พวกเขาบังคับให้เธอมีชีวิตที่เธอไม่อยากจะดำเนินชีวิตต่อไป” ทั้งที่เดือนสิงหาคมอนุญาตให้เธอทำได้ ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

ตั้งแต่ที่รัฐบาลโคลอมเบียควบคุมกระบวนการการุณยฆาตเมื่อปี 2015 มีผู้เข้าสู่กระบวนการแล้ว 157 คน

โคลอมเบียเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งต่อต้านการมีส่วนช่วยในการฆ่าตัวตายและการุณยฆาต เซปูลเวดาซึ่งเป็นชาวคาทอลิกให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการนี้ไม่ขัดแย้งกับศรัทธาของเธอ “ฉันเชื่อในพระเจ้า ซึ่งไม่อยากเห็นฉันในสภาพนี้” เธอตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยความสงบ และการสัมภาษณ์นี้เองที่กลายเป็นข้ออ้างหนึ่งที่คณะกรรมการใช้ชี้ว่า อาการของเธอดีขึ้นแล้ว

คำสัมภาษณ์นี้ทำให้สังคมหันมาสนใจเรื่องราวของเธอ โดยเฉพาะผู้นำศาสนาที่ออกมาวิจารณ์ว่า ในฐานะชาวคริสต์ ความตายไม่อาจเยียวยาความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานได้

สิทธิการการุณยฆาตในโคลอมเบียมีที่มาจากการรัฐธรรมนูญใหม่ที่เขียนขึ้นหลังจากผ่านสงครามกลางเมืองและความรุนแรงที่ก่อการโดยพ่อค้ายาเสพติดมานาน ปี 1991 รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิของปัจเจกบุคคลมากขึ้น และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และแยกศาสนาออกจากรัฐ จึงช่วยเป็นกรอบแก่ศาลรัฐธรรมนูญในการรับรองสิทธิต่างๆ ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการุณยฆาตเพิ่งมีขึ้นไม่กี่ปีมานี้ หลังจากที่มีข้อมูลเปิดเผยว่าแพทย์คนหนึ่งกระทำการุณยฆาตให้กับคนไข้ 400 คน รัฐบาลจึงออกระเบียบและบังคับใช้กฎหมายเมื่อปี 2015 กลุ่มนักกฎหมายจำนวนหนึ่งเพิ่งยื่นคำขอให้ศาลมีคำวินิจฉัยว่าด้วยการขยายสิทธิไปยังผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายในปี 2020 ด้วย


อ้างอิง: Washington Post, NBC News, USA Today


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐพลัส

Follow