Humberger Menu

เมื่อ ‘มิตรภาพ’ ไม่ใช่ชื่อถนน และ ‘ดินแดง’ ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา
LineCopy

LATEST

+
Summary
  • สิบปีก่อน ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ เป็นอัลบั้มรวมเพลงจากนักร้องสายลูกทุ่งอีสานของ แกรมมี่โกลด์ ที่ทั้งอัลบั้มมีโครงสร้างว่าด้วยเรื่องของแรงงานที่พลัดบ้านเข้ามาในเมืองหลวง และสิบปีต่อมา แกรมมี่โกลด์ยังกลับมาทำอัลบั้มในโครงสร้างเดียวกันซ้ำอีกครั้ง ซ้ำถึงขนาดใช้ ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร นักร้องชื่อดังที่เคยเป็นตัวนำในอัลบั้มก่อนหน้า กลับมาร้องเพลงคู่ มาเป็นคู่จิ้น
  • มันจึงเป็นการเทียวทางสายเดิมให้สมกันด้วยการเปิดบทความด้วยข้อความเดิม โดยที่มันยังให้ความหมายเดิมอย่างครบถ้วน อัลบั้มที่จะพูดถึงนี้ชื่อ ‘มิตรภาพ’ ซึ่งตั้งชื่อสองนัย ทั้งตามความหมายที่พูดถึงมิตรภาพของคนไกลบ้าน และมิตรภาพในฐานะชื่อถนนที่เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1965 และแม้เมืองจะเจริญขึ้น แต่คุณภาพชีวิตของผู้คนในชนบทที่เปลี่ยนแปลงยังไม่ได้ต่างจากเดิมสักกี่มากน้อย
  • หนึ่งในเพลงที่สำคัญที่สุดของอัลบั้ม คือ ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ซึ่งทรงพลังอย่างยิ่งทั้งเพลงและเอ็มวีที่เล่าถึง จอบ เด็กหนุ่มที่ต้องระเหเร่ร่อนมาเป็นแรงงานรับจ้าง ส่งน้ำแข็ง ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร เพื่อหาเงินไปช่วยแม่ไถ่ที่ที่ถูกนายทุนยึดไป ในขณะที่ตัวเพลงพูดถึงความคิดถึงบ้านขณะใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ อย่างไรก็ตาม การฟังเพลง ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ในปี 2021 ที่ความหมายของดินแดงได้เปลี่ยนไปจากแค่การเป็นพื้นที่ของแรงงานระดับล่าง ไปสู่การที่ดินแดงกลายเป็นสมรภูมิการต่อสู้รายวันของบรรดาเยาวรุ่นคนยากที่เหลือทนกับรัฐบาลกับบรรดาตำรวจควบคุมฝูงชน


หากกล่าวในทางดนตรี เพลงลูกทุ่งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้เป็นเครื่องมือต่อกรกับอำนาจหลักต่างๆ ในสังคม เนื่องด้วยความเชื่องช้าและรันทดระทมของเพลงนั้นเปรียบได้กับการเป็นบทโศลกสำหรับการพลัดพรากทั้งจากเป็นและจากตายต่อสิ่งอันเป็นที่รัก ซึ่งเนื้อหาหลักของการครอบครองและพลัดพรากนี้เองที่ค่อยๆ กลายสภาพไปสู่การเป็นความทรงจำเชิงวัฒนธรรม 

เฉกเช่นความปรารถนาที่ไม่อาจเติมให้เต็มของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือห้วงยามตลอด 50 ปีของการย้ายถิ่นฐานตามฤดูกาลเข้ากรุงเทพฯ หรือกระทั่ง 200 ปีของการพลัดพรากจากพี่น้องลาวฝั่งเหนือของแม่น้ำโขง 

และหากมองย้อนไปในอดีตกาล เราก็พบว่าเพลงลูกทุ่งก็อาจจะเป็นรูปแบบของเสียงสะท้อนจากวรรณกรรมสยามบรรพกาลอย่างนิราศ อันหมายถึงบทกลอนที่เขียนเพื่อบอกเล่าถึงการเดินทางไกล โดยมุ่งบรรยายถึงการพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก

และตามที่ ธงชัย วินิจจะกูล ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ก่อนหน้าครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบเก้านั้น จุดประสงค์หลักของการเดินทางมิได้เป็นไปเพื่อสร้างความเพลิดเพลินแต่อย่างใด ยิ่งสำหรับคนไทยชนชั้นแรงงานด้วยแล้วนั้น เพลงลูกทุ่งได้แสดงให้เห็นภาพของการสูญเสียและการถูกทำให้พลัดพรากกันโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ (1)

สิบปีก่อน ผู้เขียนเคยใช้ข้อความนี้เป็นจุดเริ่มต้นบทความถึงอัลบั้ม ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ (2) อันเป็นอัลบั้มรวมเพลงจากนักร้องสายลูกทุ่งอีสานของ แกรมมี่โกลด์ ที่ทั้งอัลบั้มมีโครงสร้างว่าด้วยเรื่องของแรงงานที่พลัดบ้านเข้ามาในเมืองหลวง 

สิบปีต่อมา ผู้คนยังคงเทียวไปเทียวมาบนทางสายเดิม หลั่งไหลจากอีสานมาหางานทำในกรุงเทพฯ อย่างไม่หยุดหย่อน มีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เช่นที่เคยเป็นมาและจะเป็นไป และสิบปีต่อมา แกรมมี่โกลด์ยังกลับมาทำอัลบั้มในโครงสร้างเดียวกันซ้ำอีกครั้ง ซ้ำถึงขนาดใช้ ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร นักร้องชื่อดังที่เคยเป็นตัวนำในอัลบั้มก่อนหน้า กลับมาร้องเพลงคู่ มาเป็นคู่จิ้น และมาเป็นเครื่องมือในการแนะนำนักร้องลูกทุ่งหน้าใหม่ๆ ที่มาเปิดตัวกันในอัลบั้มนี้



มันจึงเป็นการเทียวทางสายเดิมให้สมกันด้วยการเปิดบทความด้วยข้อความเดิม โดยที่มันยังให้ความหมายเดิมอย่างครบถ้วน อัลบั้มที่จะพูดถึงนี้ชื่อ ‘มิตรภาพ’ ซึ่งตั้งชื่อสองนัย ทั้งตามความหมายที่พูดถึงมิตรภาพของคนไกลบ้าน และมิตรภาพในฐานะชื่อถนน

อัลบั้ม ‘มิตรภาพ’ วางตลาดในปี 2020 ห่างกันเก้าปีจาก ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ โดยวางตลาดในรูปแบบสตรีมมิงและ USB MP3 โดยไม่มีซีดีขายอีกต่อไป ราวกับเป็นเครื่องหมายว่าโลกเปลี่ยนไปไกลในเวลาเก้าปีนั้น แน่นอนว่าท่ามกลางทศวรรษแห่งความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่โตเชี่ยวกรากและหยั่งลึกนี้ มีความหมายใหม่หลากหลายแบบที่ทำให้โครงเรื่องแบบเดิมไม่ได้แค่ถูกเล่าใหม่ผ่านเครื่องมือใหม่ในการฟังเพลง หากความหมายแบบเดิมที่มันเคยถือครองก็ไม่ได้เป็นความหมายแบบเดียวอีกแล้ว

ถนนมิตรภาพเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1965 ‘มิตรภาพ’ เป็นชื่อเรียกของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 หรือทางหลวงสายสระบุรี-สะพานมิตรภาพที่หนองคาย (เขตแดนไทย/ลาว) เป็นหนึ่งในทางหลวงสายประธานทั้งสี่ของประเทศไทย โดยเส้นทางเริ่มต้นที่จังหวัดสระบุรี มุ่งเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย มีระยะทางทั้งสิ้น 509 กิโลเมตร โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในด้านงบประมาณการก่อสร้าง เทคนิควิชาการในการก่อสร้าง นับเป็นทางหลวงสายแรกที่ก่อสร้างถูกต้องตามแบบมาตรฐานการก่อสร้างทางหลวงทุกขั้นตอน (3)

อดีตทูตสหรัฐฯ แมกซ์ บิชอป ได้เป็นประธานการเปิดส่วนแรกในเดือนกุมภาพันธ์ บิชอปกล่าวว่า ประโยชน์ของทางหลวงสายนี้จะเห็นได้จากผลผลิตทางการเกษตรสดๆ ที่วางตามแผงตลาดในกรุงเทพฯ “ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะพูดว่าบริเวณถนนมิตรภาพนี้กําลังค่อยๆ เจริญขึ้นเหมือนยกป่าออกและเอาตึกมาวางบนถนน” (4) 

ถนนมิตรภาพเป็นทั้งผลผลิตของสงครามเย็น การปราบปรามคอมมิวนิสต์ที่นำโดยอเมริกา และทั้งเป็นถนนที่ทำหน้าที่เชื่อมภาคอีสานกับกรุงเทพฯ ในทางหนึ่งมันได้ทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองขึ้นในภาคอีสาน ในอีกทางหนึ่งมันได้เป็นเส้นทางในการขนส่งแรงงานอพยพจำนวนมากให้มุ่งสู่กรุงเทพฯ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ ให้ฟูเฟื่องแลกกับรายได้เพียงเล็กน้อย และความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมาตลอดหลายทศวรรษ

ห้าสิบปีล่วงผ่าน ถนนมิตรภาพขยายตัวออกไปเป็นหลายเลน เมืองพัฒนาขึ้นอย่างยิ่ง แต่แรงงานจากภาคอีสานยังคงทะลักไป-กลับกรุงเทพฯ จากรุ่นสู่รุ่น และแม้เมืองจะเจริญขึ้น แต่คุณภาพชีวิตของผู้คนในชนบทที่เปลี่ยนแปลง ยังไม่ได้ต่างจากเดิมสักกี่มากน้อย



ขึ้นรถทัวร์เที่ยวหัวค่ำ

ฮอดรังสิตก็คงเป็นเช้าอีกวัน

หลับตาลงได้แต่วาดฝัน

อีกบ่นานจะได้เริ่มชีวิตใหม่

เสียงรถแล่นดัง บืน บืน บืน บืน บืน

บอกให้บืนไปตามความฝัน

อยู่บนถนนมิตรภาพสายแฮงงานนั้น

สุดทางฝันคือเมืองแห่งหวังแสนไกล

เพลง : ถนนสายมิตรภาพ

ตัวอัลบั้ม ‘มิตรภาพ’ นั้น มีการทำมิวสิกซีรีส์ออกมาชุดหนึ่งไม่ต่างกันกับ ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ แต่ครั้งนี้มันเผยแพร่ผ่านยูทูบของแกรมมี่โกลด์เอง โดยแยกเป็นหนังสั้น ตามด้วยเอ็มวีของแต่ละเพลง (5) เริ่มจากเพลงการออกจากหมู่บ้านชนบทในบ้านเกิดของตัวละคร มีทั้งคนที่ไปทำงานโรงงาน ทำงานออฟฟิศ ทำงานบริษัท ไปเป็นเด็กส่งน้ำแข็ง หรือไปขายลอตเตอรี่ บางคนไปเพื่อหนีรัก บางคนไปหารัก บางคนก็ไปหาเงินมาใช้หนี้ให้กับที่บ้าน มาจากทั่วภาคอีสาน ทุกคนมาพบกันโดยบังเอิญที่จุดจอดรถทัวร์ระหว่างทางและแลกไลน์กันไว้ใช้ติดต่อ จากนั้น เพลงที่เหลือก็เป็นชีวิตของแต่ละคน 

เกือบทั้งหมดเผชิญปัญหาชีวิตรัก และความยากลำบาก โดยมีตัวยืนคือชะตากรรมที่เวียนมาพบกันราวพรหมลิขิตของต่ายและไผ่ จนในที่สุดก็รักกัน และหลังจากทุกคนได้เผชิญกับความยากลำบากในกรุงเทพฯ ทั้งถูกคนรักหักอก แอบรักคนที่เขาไม่รัก หรือเป็นลูกจ้างแรงงานต่ำชีวิตแร้นแค้น พบรักกับคนรักที่ไม่ได้เอาใจใส่ ทุกคนก็ตัดสินใจกลับบ้านในวันสงกรานต์ โดยมีเป้าหมายคือการกลับบ้านแบบไม่กลับมาอีกแล้ว 

ในฉากนี้ตัวละครหญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ และไผ่ตั้งชื่อเด็กให้ว่า มิตรภาพ ตามชื่อถนนที่นำพาพวกเขาไปและกลับ และมีความหมายโดยนัยถึงมิตรภาพที่พวกเขามีให้แก่กัน โดยไม่มีความหมายโดยนัยถึงผลพวงของสงครามเย็น และการเฟื่องฟุ้งของยุคสมัยเผด็จการในไทยแต่อย่างใด

เราอาจบอกได้ว่านี่คือสูตรสำเร็จดั้งเดิมของเพลงลูกทุ่งอีสานรุ่นแรงงานอพยพ ที่แกรมมี่โกลด์ใช้ขายมาตลอดตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 90 จนถึงปัจจุบัน และก็เช่นกันที่กลุ่มผู้ฟังหลักของเพลงเหล่านี้จนถึงตอนนี้ไม่ใช่คนหนุ่มสาวอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นคนรุ่นพ่อแม่ 

ในขณะที่คนรุ่นต่อมาที่เติบโตในหมู่บ้าน ในตัวเมืองที่บวมพองขึ้นจากการเทียวทางบนถนนมิตรภาพ ก็ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ เพลงแบบใหม่ ขึ้นมาจากหมู่บ้านของพวกเขาเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากรุงเทพฯ ให้กินพวกเขาเข้าไป คัด และส่งเสียงคืนกลับมายังบ้านเดิมอีกต่อไป 

เพลง ‘ลูกทุ่งไทบ้าน’ หลายๆ เพลงทำกันเองจากในพื้นที่ การระเบิดออกของคนแต่งเพลง นักร้องนักดนตรีอย่าง ก้อง ห้วยไร่, ปรีชา ปัดภัย หรือ จินนี่ ภูไท ทำให้เพลงรักเจียมใจในความจนของแกรมมี่โกลด์กลายเป็นเพลงกระแสหลัก และเพลงลูกทุ่งไทบ้านกลายเป็น ‘เพลงอินดี้’ 

การกลายเป็นกระแสหลักอาจจะส่งผลดีต่อยอดขายและการเข้าถึง แต่เมื่อมันเป็นกระแสหลักมันก็กลายเป็นเป็นสถาบันที่มีเรื่องเล่าหลักที่แช่แข็ง เนือยนิ่ง



หากมองย้อนกลับไปยังอัลบั้มแฝดพี่อย่าง ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ ซึ่งวางแผงหลังการสังหารหมู่คนเสื้อแดงหนึ่งปี แม้จะกระมิดกระเมี้ยน แต่ในอัลบั้มนั้นเรายังมีเพลงที่พูดถึงปัญหาของชนชั้นและการต่อสู้อยู่บ้าง อย่างในเพลง ‘ลูกจ้างขอร้อง’ (ศร สินชัย) ที่น่าจะถือว่าเป็นเพลงที่พูดถึงปัญหาการขูดรีดแรงงานได้อย่างน่าสนใจที่สุดเพลงหนึ่ง

ในช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษ สังคมไทยเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล คนเสื้อแดงถูกสังหารหมู่, เกิดการรัฐประหาร, การแพร่ระบาดของโรคร้ายที่ทำให้ระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจเกือบล่มสลาย, ผู้คนตกงาน ล้มตาย และเกิดการประท้วงต่อต้านอำนาจเก่าจากคนรุ่นถัดมา, มีการขยายเพดานการพูดถึงปัญหาของประเทศ ทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แตกหักออกจากการกดขี่ขูดรีดของอดีต

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพลงลูกทุ่งของแกรมมี่โกลด์ยังคงทำหน้าที่ปลอบประโลมขวัญกำลังใจของแรงงานอย่างแข็งขัน ประโลมใจโดยปราศจากการฝันถึงการเปลี่ยนแปลง เพลงในยุคหลังดูเหมือนจะลดความเข้มข้นในการพูดถึงปัญหาชีวิตของผู้คนลง ไม่มีเพลงอย่าง ‘กรรมกรแก้มแดง’ (ต่าย อรทัย), ‘ผู้อยู่เบื้องหลัง’ (ไมค์ ภิรมย์พร) หรือ ‘ดอกนีออนบานค่ำ’ (ตั๊กแตน ชลดา) ให้ได้ยินมากนัก 

ทุกอย่างค่อยๆ ถูกเจือจางลงจนเหลือเพียงความเข้มข้นของความรู้สึกไกลบ้าน การตามหาความฝัน และความผิดหวังพลาดรัก ไม่ต่างจากการทอนนัยอื่นๆ ของ ‘มิตรภาพ’ ที่ไม่ใช่แค่ชื่อถนน เช่นเดียวกันกับการที่บรรดาศิลปินนักร้องเหล่านี้แทบไม่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งอาจจะทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น เข้าใจได้และเข้าใจไม่ได้ กระนั้นก็ตาม พวกเขายังทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการปลอบประโลมให้กำลังใจให้ผู้คนก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างแทบจะเรียกได้ว่า ‘ไม่ลืมหูลืมตา’



กดเช็คอิน ว่าอยู่หม่องนี่ ณ เวลายามแลง

บ่ฮู้ดอกว่าดินแดง มันคือหม่องใด๋ของกทม.

บ่ชินจักเทือ ตั้งแต่มาอยู่ หอบฝันมาสู้จากตจว.

ตั้งใจมาแล้ว กะต้องหย่างต่อ ถึงสิท้อ ต้องอดเอา

เบิดแฮงกะเบิ่งที่หน้าจอ เบิ่งรูปคนที่รอ อยู่บ้านเฮา

เฮ็ดงานเจ้านายกะบ่ให้เซา โอ้ย...คึดฮอดบ้านเฮาเด้ คึดฮอด

เพลง : เช็คอินที่ดินแดง

หนึ่งในเพลงที่สำคัญที่สุดของอัลบั้ม คือ ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ซึ่งทรงพลังอย่างยิ่งทั้งเพลงและเอ็มวีที่เล่าถึง จอบ เด็กหนุ่มที่ต้องระเหเร่ร่อนมาเป็นแรงงานรับจ้าง ส่งน้ำแข็ง ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร เพื่อหาเงินไปช่วยแม่ไถ่ที่ที่ถูกนายทุนยึดไป ในขณะที่ตัวเพลงพูดถึงความคิดถึงบ้านขณะใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ตัวเอ็มวีก็เล่าเรื่องชีวิตแต่ละวันในพื้นที่ตลาดดินแดงที่จอบมาขายแรง ฉายภาพของแรงงานตัวเล็กที่ถูกนายจ้างกดขี่ ใช้ชีวิตอย่างอัตคัดในห้องเช่าเล็กแคบ มีเพียงภาพของแม่ในโทรศัพท์เป็นแรงใจ ตัดสลับกับภาพไกลออกไปที่เป็นเรื่องของแม่ที่ถูกยึดโฉนด แก่เฒ่า และป่วยไข้ในกระต๊อบเก่าโทรมเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม การฟังเพลง ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ในปี 2021 ที่ความหมายของดินแดงได้เปลี่ยนไปจากแค่การเป็นพื้นที่ของแรงงานระดับล่าง มีผู้คนที่ใช้ชีวิตยากลำบากในห้องเช่าราคาถูก ไปสู่การที่ดินแดงกลายเป็นสมรภูมิการต่อสู้รายวันของบรรดาเยาวรุ่นคนยากที่เหลือทนกับรัฐบาลกับบรรดาตำรวจควบคุมฝูงชน 

ดินแดงกลายเป็นพื้นที่ของประทัด ระเบิด มอเตอร์ไซค์ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง หลังจากการชุมนุมที่ผู้ชุมนุมพยายามผ่านทางดินแดงเพื่อไปบ้านนายกรัฐมนตรีและถูกสกัดกั้น นำมาสู่การปราบปราม และโดยไม่คาดคิด การชุมนุมไม่ได้สะดุดลง แต่กระจายขยายตัวออก โดยมวลชนที่เป็นคนสามัญไร้แกนนำ ชาวบ้านในแฟลตดินแดงเป็นทั้งผู้ได้รับผลกระทบและส่วนหนึ่งของผู้ร่วมสู้ 

ดินแดงกลายเป็นที่ที่ประชาชนปะทะกับผู้มีอำนาจ 

เราอาจพูดได้ว่า ในที่สุดดินแดงได้กลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ในที่สุดอาจสำคัญไม่แพ้ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เราอาจพูดได้ว่าในยุคสมัย 2021 จอบอาจจะตกงานเพราะโควิด อาจจะไม่ได้กลับบ้าน อาจเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ถูกกลุ่มตำรวจควบคุมฝูงชนยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่

การกลับไปฟัง ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ที่มีอายุเพียงหนึ่งปี ก็คล้ายกลายเป็นนอสตาลเจียถึงโลกที่ยังเปิดโอกาสให้ฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ขณะที่โลกวันนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับความฝันแบบนั้นอีกแล้ว เพราะแม้แต่เอาชีวิตรอดแต่ละวันยังเป็นเรื่องยาก ขณะที่ความฝันที่เหลือ เคลื่อนย้ายไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง ‘เช็คอินที่ดินแดง’ ของเหล่าเยาวรุ่นทะลุแก๊ส จึงเป็นเช็คอินที่ ‘ดินแดง’ ที่ไม่ใช่พื้นที่ แต่เป็นผู้คน มีความหมายที่แตกต่างออกไป ไม่ต่างกับความหมายอื่นของถนนมิตรภาพ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในขณะที่บรรดาตัวละครใน ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ จบเรื่องเล่าด้วยการกลับบ้าน หากแต่เป็นการไปในฐานะการเยี่ยมยามถามข่าวในช่วงสงกรานต์เพื่อจะกลับมาใหม่ ตัวละครในเรื่องเล่าของ ‘มิตรภาพ’ กลับบ้านเพื่อกลับไปอยู่เลย ทั้งในเพลงและเอ็มวีฉายภาพการกลับไปอย่างผู้ชนะ เอาเงินไปไถ่ถอนที่นาให้แม่ หรือพาคนรักกลับไปลงหลักปักฐานที่บ้านเกิด สำหรับพวกเขา กรุงเทพฯ เป็นเพียงเมืองที่พวกเขาช่วงใช้เพื่อเก็บหอมรอมริบ เป็นเมืองหลวงใจร้ายที่ไม่น่าอยู่ -- เพลง ‘เมือบ้านเฮากันเถาะ’ กลายเป็นเพลงที่เป็นตอนจบแสนสุข



หมู่เฮาล้อหมุน เอ้าหมุน เอ้าหมุน

ปลายเส้นทางคือบ้านเฮา 

เมื่อฝันฮอดฝั่ง เฮากะยังเป็นคนเก่า

ขอคืนบ้านเฮา อยู่แบบเฮาตลอดไป

เพลง : เมือบ้านเฮากันเถาะ 

ตอนจบแสนสุขในเพลงนี้ดูเหมือนความฝันมากกว่าความจริง สูตรโครงสร้างแบบดั้งเดิมของมันเปิดเผยตัวตนของการขายความฝันที่แท้จริง ด้วยการมอบตอนจบแสนสุขไม่สมจริงให้กับตัวละคร การฟังเพลงเหล่านี้ในช่วงเวลาท่ามกลางการระบาด การต่อต้าน การประท้วง ในช่วงเวลาที่แม้แต่ความฝันคับแคบก็ยังไกลแสนไกล ทำให้โดยไม่ได้ตั้งใจ เพลงเหล่านี้เป็นเรื่อง ‘ตลกเสียดสี’ มากกว่า ‘คำปลอบประโลม’ 

หาก ‘เส้นทางสายคิดฮอด’ และช่วงเวลาของทศวรรษก่อน คือยุคทองของเพลงลูกทุ่งแบบของแกรมมี่โกลด์ บางที อัลบั้ม ‘มิตรภาพ’ ก็คล้ายเป็นการเปิดตัวของ ‘การปิดตำนานของเรื่องเล่าแบบเก่า’ เป็นบทต้นของการเสื่อมมนตร์ขลังที่มันเคยมี ในห้วงยามที่การเมืองแทรกอยู่ในกระทั่งการกำหนดลมหายใจ 

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในที่สุด เพลงลูกทุ่งเหล่านี้จะสามารถไปได้ไกลกว่าเรื่องเล่าแบบเดิมๆ และมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลง ไล่ตามเพลงลูกทุ่งไทบ้านจำนวนมากที่ล้อไปกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างน่าตื่นเต้นในตอนนี้ 


อ้างอิง:   

(1) James Mitchell “Red or yellow song: a historical analysis of the use of music by the United Front for Democracy against Dictatorship (UDD) and the Peoples’s Alliance for Democracy (PAD) in Thailand”, South East Asia Research 19:3, p.482

(2) วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา “เส้นทางสายคิดฮอด : นิราศแห่งความจำนน” อ่าน 3:4, p.200

(3) Wikipedia 

(4) ศิลปวัฒนธรรม 

(5) Grammy Gold Official 


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา
Cinephile นักเขียน บล็อกเกอร์ และทีมงานรุ่นที่สามของ FILMVIRUS กลุ่มคนรักหนังที่มีอายุร่วมยี่สิบปี ปัจจุบัน นอกจากมีงานประจำ งานวรรณกรรม และงานฉายหนัง ก็ยังเป็นกองบรรณาธิการ Film Club และร่วมงานกับ Documentary Club ด้วย

Follow