เมื่อความจริงพร่าเลือน ศิลปินยังมีสิทธิ์เลือกยาเม็ดสีแดงหรือสีน้ำเงินอยู่ไหม? เพื่อรักษาอัตลักษณ์ในโลกของ AI Music
-ก
ก
ก+
Light
Dark
ฟังบทความ
...
LATEST
Summary
- ในปัจจุบันอุตสาหกรรมดนตรีโลกกำลังเผชิญหน้ากับการยึดหัวหาดของปัญญาประดิษฐ์ในระดับมโหฬาร ข้อมูลจากรายงาน "AI Music Generator Market Share & Trends" ระบุว่าตลาด AI Music ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.98 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และคาดการณ์ว่าจะทะยานสู่ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 โดยปัจจุบันจะมีเพลงที่สร้างโดย AI ถูกอัปโหลดขึ้นสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงสูงถึง 18% ของงานเพลงโดยรวมทั้งหมดซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทั้งศิลปินและค่ายเพลงต่างก็ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่เพื่อรักษาสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์, รายรับหรือว่าการป้องกันการถูกขโมยตัวตนของศิลปินเองโดย AI
- ถึงแม้ว่าการครองตลาดวงการดนตรีโลกโดย AI ยังนับว่าห่างไกล แต่การรุกคืบของปัญญาประดิษฐ์นี้ทำให้ทั้งนักฟังเพลง, นักร้อง, นักดนตรีและผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานเพลงทั้งองคาพยพต่างก็ตั้งคำถามที่นับว่าสำคัญมาก นั่นก็คือเมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเดินทางมาถึงจุดที่ AI มีศักยภาพมากพอที่จะทำเพลงของตัวเองขึ้นมาโดยที่ไม่จำเป็นต้องป้อนคำสั่งโดยมนุษย์อีกต่อไปแล้ว แต่ท่วงทำนองของบทเพลงมีความคล้ายคลึงหรือแทบจะถอดออกมาจากงานเพลงของศิลปินที่เป็นมนุษย์จริงๆ ลิขสิทธิ์นั้นจะเป็นของใคร? เสียงร้องนั้นเป็นของ AI หรือว่าเป็นของนักร้องเจ้าของเสียงจริงกันแน่? คำถามนี้อาจจะฟังดูไม่เมคเซนส์เท่าไหร่นักในตอนนี้ แต่เชื่อได้เลยว่าคำถามนี้กำลังจะนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์ดนตรีในโลกยุคใหม่ขนานใหญ่ในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมันอาจจะกลายเป็นคำตอบที่ยากที่จะหาข้อสรุปที่ยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายได้
- ในปัจจุบันวงการดนตรีโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่โลก 2 ใบเหมือนในหนังเรื่อง The Matrix ไม่มีผิด และการกินยาเม็ดสีแดงหรือเม็ดสีน้ำเงินอาจจะไม่ใช่ทางเลือกของมนุษย์อีกต่อไปแล้วก็ได้
...
( 3 min read )

Author
ศรัณยู ตรีสุคนธ์
นักเขียนฟรีแลนซ์ด้านภาพยนตร์-ดนตรี สนุกกับการแปลข่าวบันเทิงและสัมภาษณ์ศิลปินต่างประเทศ ชอบดูคอนเสิร์ตเป็นชีวิตจิตใจ พร้อมกันนั้นก็ถ่ายรูปสตรีทเป็นงานอดิเรกกึ่งจริงจัง






