Humberger Menu

รู้จักวัฒนธรรมกินดื่มสุดบรรเจิดใน ‘โรงละคร’ ต่างแดน

คุณสามารถอ่านได้อีก

5

บทความ

Register

or

Login

creator
The Showhopper
LineCopy

LATEST

+
West Side Story : เมื่อหนังเพลงคลาสสิกที่กำลังหวนคืนจอ ...เคยเปิดตัวเป็นละครเวทีสุดแป้กมาก่อน!
Summary
  • การไปดูละครเวทีแบบ ‘สดๆ’ ที่โรงละคร ไม่ใช่แค่การไปรับชมการแสดงตรงหน้าด้วยตาของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่คือการไปดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้าง โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ชมหลายคนชื่นชอบระหว่างช่วงพักการแสดง ก็คือ การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงละครนั่นเอง
  • แถมโรงละครในบางประเทศก็ยังมีวัฒนธรรมการกินดื่มที่บรรเจิดกว่าใคร จากการเสิร์ฟของกินหรือเครื่องดื่มที่มีความน่าสนใจแตกต่างไปจากที่อื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นกับข้าวกล่อง, เยอรมนีกับเพรตเซล หรือสหรัฐอเมริกากับอาหาร/เครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร


เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การไปดูละครเวทีแบบ ‘สดๆ’ ที่โรงละคร ไม่ใช่แค่การไปรับชมการแสดงตรงหน้าด้วยตาของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่คือการไปดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างและการได้มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมไปกับผู้คนในห้วงเวลานั้น 

โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ชมหลายคนชื่นชอบระหว่างช่วงพักการแสดง ก็คือ การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงละครนั่นเอง 

ในบาร์ของโรงละครส่วนใหญ่ มักจะมีของกินเล่นพื้นฐานอย่างพวกลูกอม, ถั่ว หรือขนมคบเคี้ยว ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ไวน์, เบียร์, ค็อกเทล, น้ำอัดลม หรือแม้แต่น้ำเปล่า เป็นปกติอยู่แล้ว แต่เคยทราบกันหรือเปล่าว่า โรงละครในบางประเทศยังมีวัฒนธรรมการกินดื่มที่บรรเจิดกว่าใคร จากการเสิร์ฟของกินหรือเครื่องดื่มที่มีความน่าสนใจแตกต่างไปจากที่อื่นๆ 


เบนโตะ (ภาพโดย autan จาก flickr)

 

ญี่ปุ่น X มาคุโนะอุจิเบนโตะ

เริ่มกันที่ประเทศญี่ปุ่น แหล่งอุตสาหกรรมบันเทิงด้านละครเวทีที่ใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาคเอเชียของเรา ที่ใส่ใจกับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มในโรงละครมากกว่าหลายๆ ประเทศในแถบนี้ โดยได้นำเสนออาหารมื้อหลักที่สะท้อนถึงตัวตนของประเทศอย่าง ‘ชุดข้าวกล่องเบนโตะ’ มาวางขายอยู่ในโรงละครด้วย

มาคุโนะอุจิเบนโตะ เป็นกล่องข้าวที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือส่วนของข้าว และส่วนของเครื่องเคียง ซึ่งข้าวกล่องประเภทนี้นิยมนำมารับประทานกันมากในช่วงพักระหว่างองก์ (Act) ของการแสดง ตั้งแต่สมัยยุคเอโดะลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะในสมัยก่อน ละครคาบูกิ อันเป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น มักจะถูกจัดขึ้นภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน (บางโชว์มีความยาวถึงห้าชั่วโมงเต็ม!) จึงทำให้การแสดงเหล่านี้มักจะกินเวลาในการรับประทานอาหารกลางวันของผู้ชมไปด้วย 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ช่วงพักองก์ของละครคาบูกิส่วนมาก ถูกกำหนดให้มีความยาวในการพักนานถึงครึ่งชั่วโมง (ละครเวทีปกติพักองก์ประมาณ 10-20 นาที) ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ผู้ชมได้พักกินข้าวก่อนที่จะเริ่มการแสดงในองก์ต่อไป คนญี่ปุ่นในสมัยนั้นจึงพกมาคุโนะอุจิเบนโตะมาเองจากบ้าน เพราะเป็นอาหารที่ค่อนข้างสะดวก รับประทานง่ายไม่ยุ่งยาก แถมยังไม่สกปรกเลอะเทอะอีกต่างหาก จนในที่สุด วัฒนธรรมการกินมาคุโนะอุจิเบนโตะในโรงละครก็ถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ในโรงละครชื่อดังต่างๆ อย่างโรงละครแห่งชาติญี่ปุ่น เลือกที่จะวางขายเบนโตะชนิดนี้ควบคู่ไปกับของกินประเภทอื่นด้วย


Beatrix Theater Utrecht ที่เนเธอร์แลนด์ (ภาพโดย The Showhopper)

 

เนเธอร์แลนด์ X เบียร์สดจากแท็ป

ข้ามมาที่เนเธอร์แลนด์ในฝั่งยุโรปกันบ้าง หลายคนคงทราบดีว่านี่คือหนึ่งในประเทศที่มีการส่งออกเบียร์มากที่สุดในโลก เนื่องจากวัฒนธรรมการผลิตเบียร์ของพวกเขาได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่ในยุคกลางของยุโรปแล้ว อีกทั้งอุตสาหกรรมเบียร์ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่คอยสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศ ซึ่งแม้แต่เบียร์ยี่ห้อดังอย่าง ไฮเนเก้น ก็มีที่มาจากที่นี่เอง

วัฒนธรรมการกินดื่มในโรงละครของเนเธอร์แลนด์จึงเน้นไปที่การดื่มเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่งที่ทำให้มันยิ่งพิเศษกว่าที่อื่นๆ มากขึ้นไปอีก ก็คือการที่พวกเขามี ‘เบียร์สด’ จากแท็ปคอยบริการให้แก่ผู้ชมด้วย (ในประเทศอื่นมักขายเป็นขวด) และดูเหมือนว่าเบียร์สดๆ จากแท็ปนี้จะกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนสั่งกันมากที่สุดในโรงละครเสียด้วย


เพรตเซลในเยอรมนี (ภาพโดย Frank Vincentz จาก Wikimedia Commons)

 

เยอรมนี X เพรตเซล

ไปต่อกันที่เยอรมนี อีกหนึ่งประเทศที่แม้จะโด่งดังเรื่องเบียร์ไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับโรงละครของที่นี่กลับไม่ใช่เบียร์สดเหมือนเนเธอร์แลนด์ หากเป็น เพรตเซล (Pretzel) ขนมแป้งพายอบรสเค็มที่ถูกม้วนเป็นรูปทรงสมมาตรต่างๆ นั่นเอง

ทั้งนี้ก็เพราะเพรตเซลเป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างมากทางตอนใต้ของเยอรมนี และแม้จะไม่มีที่มาแน่ชัดว่ามาจากไหน แต่เพรตเซลก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีความผูกโยงกับศาสนจักรมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรป จนทำให้ทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนในเยอรมนี ก็มักจะได้พบกับเจ้าขนมเพรตเซลวางขายเรียงรายไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ในโรงละครหรือกระทั่งสถานบันเทิงประเภทอื่นๆ 


พนักงานขายไอศกรีมจากโรงละครในสหราชอาณาจักร (ภาพจากเว็บไซต์ Scottishfield)

 

อังกฤษ X ไอศกรีมแบบเดินขาย

ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่วัฒนธรรมการกินดื่มในโรงละครได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในช่วงพักหรือช่วงระหว่างการแสดง แต่สิ่งหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักท่องเที่ยว ก็คือ ‘การเดินขายไอศกรีม’ ในช่วงพักครึ่งระหว่างองก์

ในพื้นที่ของโรงละครส่วนใหญ่ในอังกฤษ ไอศกรีมแบบเดินขายมักจะไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นในช่วงก่อนการแสดงหรือหลังการแสดงสักเท่าไร แต่หากถึงช่วงพักครึ่งของการแสดงแล้วล่ะก็ เราจะได้เห็นเหล่าพนักงานของโรงละครออกมาเดินพร้อมกับกล่องใส่ไอศกรีม ให้ผู้ชมได้เลือกสรรรสชาติกันตามต้องการ 

ว่าแต่ทำไมถึงต้องเป็นไอศกรีมน่ะเหรอ? 

มีการสันนิษฐานว่าในยุคสมัยวิกตอเรียนของอังกฤษ บรรดาผู้ชมที่มาพักผ่อนแถวบริเวณริมทะเลจะนำไอศกรีมเข้ามาในโรงละครแถบท่าเรือเพื่อดับร้อนด้วย ซึ่งนั่นอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับวัฒนธรรมการขายไอศกรีมในโรงละครยุคปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นสถานที่เก่าแก่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ดังนั้น ไอศกรีมจึงสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้ชมนั่งชมการแสดงภายใต้บรรยากาศอันอบอ้าวของโรงละครในช่วงฤดูร้อนได้ 

การรับประทานทานไอศกรีมจึงเป็นเหมือนประเพณีเล็กๆ ที่ผู้ชมชาวอังกฤษชอบทำเมื่อต้องมาเยือนโรงละคร


พายใน Waitress (ภาพโดย Jeremy Daniel)

 

สหรัฐอเมริกา X อาหาร/เครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร

ปิดท้ายกันด้วยประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีแหล่งรวมโรงละครที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง บรอดเวย์ ที่เราเคยได้นำเสนอกันไปบ้างแล้ว

และแม้ว่าคอละครหลายคนจะลงความเห็นว่า วัฒนธรรมการกินดื่มในโรงละครของประเทศนี้ไม่ได้จริงจังเท่ากับที่อังกฤษ ทว่าสิ่งที่น่าสนใจของพวกมันกลับอยู่ที่ความต้องการที่จะเสริมสร้าง ‘ประสบการณ์ทางการละคร’ ให้กับผู้ชมอย่างถึงที่สุด ด้วยการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับ ‘ตัวละคร’ จากการแสดงเรื่องนั้นๆ ที่ผู้คนจะได้รับชม

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของ Waitress มิวสิคัลที่เล่าเรื่องราวของพนักงานเสิร์ฟหญิงที่มีฝีมือในการทำขนม และบอกเล่าตัวตนของเธอผ่านการทำ ‘พาย’ ทำให้ตลอดเวลาของการรับชม เราจะได้กลิ่นหอมจางๆ ของพายแอปเปิลโชยลงมาจากบนเวทีเสมอ จนเมื่อการแสดงเข้าสู่ช่วงพักหรือสิ้นสุดลง ผู้ชมก็จะสามารถออกมาหาซื้อพายรสชาติต่างๆ ได้จากบริเวณบาร์ของโรงละคร 

และถึงวัฒนธรรมการกินดื่มของที่นี่จะไม่ได้มีมายาวนานหรือมีความแปลกใหม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ในการช่วยให้ผู้ชมได้เปิดประสบการณ์ทางละครผ่านรสชาติตามเรื่องราวของตัวละครต่างๆ ก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจที่ถูกส่งต่อไปยังโรงละครของประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่ง ที่โปรดักชันละครเหล่านี้ได้ไปเปิดแสดงด้วยเช่นกัน

ลองคิดกันเล่นๆ ว่า ถ้าในวันหนึ่ง อาหารที่คนบ้านเราคุ้นเคยกันดี มีโอกาสได้ไปวางขายอย่างมีลูกเล่นในโรงละครดูบ้าง ก็คงจะเป็นภาพที่แปลกตาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน และเราคงอาจได้ภาพพนักงานของโรงละครกำลังเดินขายลูกชิ้นปิ้งหรือไก่ย่างระหว่างที่ละครพักองก์ คล้ายๆ กับบรรยากาศการเดินทางบนรถไฟในอดีต โดยมีละครเวทีที่เกี่ยวพันกับเรื่องเล่าเหล่านี้เปิดแสดงไปด้วย 

แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว

อ้างอิง: Reddit.com/r/MusicalTheatre, Iamexpat.nl, Wikipedia, Thestage.co.uk, Waitresswiki.org


Share article
  • Line
  • link
creator
Author
The Showhopper
กลุ่มคนละครที่รวมตัวกันเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านละครเวที เพราะอยากเห็นคนไทยสนใจศิลปะการแสดง โดยนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจและขยายจุดเด่นที่รู้แล้วจะทำให้คุณ HOP ไปดูการแสดงได้สนุกขึ้น

Follow

RELATED

+